'ครม.' ส่งหนังสือถึง 'ประธาน ป.ป.ช.' แจ้ง ผลรับทราบมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ 6 ด้าน 17 ข้อ มอบ 'กรมธนารักษ์' ถก 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขีดเส้น 30 วัน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 มีมติรับเสนอข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ เช่น การป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุ นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการครม. ได้ทำหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/7933 ถึงนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. แจ้งผลการประชุมครม.รับทราบมติครม.ดังกล่าว
ทั้งนี้ มอบหมายให้กระทรวงการคลัง (กรมธนารักษ์) เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติ โดยให้กระทรวงการคลัง (กรมธนารักษ์) สรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ/ความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อนำเสนอ ครม.ต่อไป
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ประกอบด้วย 6 ด้านหลัก 17 มาตรการ ทั้งนี้ ให้กรมธนารักษ์ รายงานผลการขับเคลื่อนการดำเนินการตามมาตรการฯ เสนอต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นประจำทุกปีด้วย โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1.ด้านการรายงานเกี่ยวกับการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และใช้ที่ราชพัสดุ
- เห็นควรให้กรมธนารักษ์พิจารณาปรับปรุงระบบการรายงานเกี่ยวกับการปกครองดูแลบำรุงรักษาและใช้ที่ราชพัสดุ รวมทั้งการขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุผ่านระบบสารสนเทศ เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน เป็นต้น เพื่อให้หน่วยงานผู้ครอบครองใช้ที่ราชพัสดุสามารถรายงานฯ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น
- เห็นควรให้หน่วยงานผู้ครอบครองใช้ที่ราชพัสดุจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีความชัดเจน พร้อมกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Zoning) ให้เหมาะสมกับศักยภาพที่ราชพัสดุ โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ตามภารกิจของหน่วยงาน และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ
- เห็นควรให้กรมธนารักษ์พิจารณาแนวทางการประเมินผลการปกครอง ดูแล บำรุงรักษาและใช้ที่ราชพัสดุ แล้วมีการรายงานกลับให้หัวหน้าส่วนราชการของผู้ใช้ที่ราชพัสดุได้รับทราบ และพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีการตรวจพบปัญหาเกี่ยวกับการบุกรุก การใช้และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
2.ด้านการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุ
- เห็นควรให้หน่วยงานผู้ครอบครองใช้ที่ราชพัสดุ จะต้องมอบหมายเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบดูแลไม่ให้มีการบุกรุกเข้าครอบครองที่ดิน โดยจัดทำแผนการตรวจสอบและกำหนดมาตรการป้องกันและการควบคุมดูแลอย่างชัดเจน เช่น การจัดให้มีหลักเขต ป้าย และเครื่องหมายแสดงแนวเขตให้ชัดเจน แนวทางการเฝ้าระวังการบุกรุก เป็นต้น แล้วรายงานให้กรมธนารักษ์ทราบ
- เห็นควรให้กรมธนารักษ์จัดทำแนวทางหรือแผนบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานมีเอกภาพ เชื่อมโยงข้อมูลและมาตรการร่วมกัน รวมทั้งสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
- เห็นควรให้กรมธนารักษ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำคู่มือหรือแนวทางการดำเนินคดีต่อผู้บุกรุกที่ราชพัสดุ โดยกำหนดกระบวนการ ขั้นตอน และระยะเวลาในการดำเนินการให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้ที่ราชพัสดุนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งการพัฒนาการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพกับผู้บุกรุกในพื้นที่ใหม่ด้วยความรวดเร็วและทันเหตุการณ์ โดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การใช้ภาพดาวเทียมเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ เป็นต้น ตลอดจนส่งเสริมการแจ้งเบาะแสจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง
3.ด้านการจัดสวัสดิการของหน่วยงานผู้ใช้ที่ราชพัสดุ
- เห็นควรให้ปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 โดยกำหนดให้อธิบดีกรมธนารักษ์ ร่วมเป็นคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ
- เห็นควรให้ปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 โดยเพิ่มเติมว่า “หากส่วนราชการผู้ใช้ที่ราชพัสดุจะดำเนินการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการหรือสวัสดิการเชิงธุรกิจในที่ราชพัสดุจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบ และกฎหมายที่ราชพัสดุที่เกี่ยวข้องด้วย” และควรมีการกำาหนดแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการภายในหรือสวัสดิการเชิงธุรกิจในที่ราชพัสดุ
- เห็นควรกำหนดคำนิยามคำว่า “กิจการขนาดใหญ่” ให้ชัดเจนว่า เป็นลักษณะกิจการประเภทใด มีการยกตัวอย่างให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน หรือกำหนดจำนวนเนื้อที่หรือมีมูลค่าที่ดินเท่าใดที่จะถือว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ ตามประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2548 และคำชี้แจงเพิ่มเติม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ
- เห็นควรให้การจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการที่เป็นกิจการ/กิจกรรมในที่ราชพัสดุที่มีลักษณะก้ำกึ่งหรือไม่ชัดเจนว่าเป็นการจัดสวัสดิการภายในหรือสวัสดิการเชิงธุรกิจ ให้เสนอเรื่องต่อกรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่พิจารณาก่อนว่า เป็นการจัดสวัสดิการลักษณะใด เมื่อพิจารณาแล้ว คณะกรรมการสวัสดิการของหน่วยงานจึงจะพิจารณาอนุมัติโครงการได้
- เห็นควรให้กรมธนารักษ์จัดทำคู่มือ หนังสือเวียน กำหนดแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจนเกี่ยวกับการปกครอง ดูแล และบำรุงรักษา และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
4.ด้านการพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่เพื่อดำเนินการจัดหาประโยชน์
- การใช้ประโยชน์หรือจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุกรณีที่ยังมีสภาพป่าสมบูรณ์หรือเป็นพื้นที่เขา ที่ภูเขาที่มีความลาดชัน เห็นควรให้กรมธนารักษ์พิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุอย่างเข้มงวดหรือมีแนวทางอื่นๆ เพิ่มเติม โดยพิจารณาแนวนโยบายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการสงวนคุ้มครองเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการคุ้มครองพื้นที่ลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับชั้นคุณภาพลุ่มนํ้า มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับป่าไม้ถาวร เป็นต้น
- เห็นควรให้กรมธนารักษ์ประสานข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐที่มีที่ดินติดแนวเขตหรือทับซ้อนกับที่ราชพัสดุ เพื่อรับรองแนวเขตที่ดินก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจัดหาประโยชน์ รวมทั้งกำหนดมาตรการเกี่ยวข้องกับการสงวนคุ้มครองเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
5.ด้านความโปร่งใสในการคัดเลือกเอกชนเพื่อจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกินห้าร้อยล้านบาท
- เห็นควรให้คณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณากำหนดขอบเขตหรือหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจกรณีการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูลในการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกินห้าร้อยล้านบาทและควรเปิดเผยผลการพิจารณาหรือเหตุผลความจำเป็นกรณีให้มีการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูลต่อสาธารณะ รวมทั้งเปิดเผยรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ ตามกฎกระทรวงการจัดการหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2564
6.ด้านการกำกับดูแลการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
- เห็นควรให้กรมธนารักษ์บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลที่ราชพัสดุและการตรวจสอบการใช้ประโยชน์จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หากพบว่า ผู้เช่าที่ราชพัสดุดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือเงื่อนไขการอนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งกรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดทราบโดยเร็ว
- เห็นควรให้กรมธนารักษ์พัฒนาการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เช่น ภาพถ่ายจากดาวเทียมหรือระบบแผนที่ออนไลน์ เพื่อใช้ในการตรวจสอบและติดตามการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสกรณีการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุไม่เป็นไปตามเงื่อนไขหรือวัตถุประสงค์ที่กําหนด
- เห็นควรให้กรมธนารักษ์กำหนดมาตรการในการจัดเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุให้สามารถจัดเก็บได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นไปภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งพัฒนาระบบสารสนเทศในการบริหารจัดการ กำกับดูแล และติดตามการเช่าที่ราชพัสดุ โดยให้มีการรายงานผลการจัดเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุตามระยะเวลาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดทำแผนและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการเร่งรัดติดตามหนี้ค่าเช่าที่ค้างชำระ เพื่อให้การบริหารจัดเก็บรายได้จากที่ราชพัสดุเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
ทั้งนี้ ให้กรมธนารักษ์ รายงานผลการขับเคลื่อนการดำเนินการตามมาตรการฯ เสนอต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นประจำทุกปีด้วย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา