
‘ธปท.’ เปิดรับฟังฯร่างหลักเกณฑ์กำหนดเพดาน ‘ค่าบริการ’ 4 ธุรกรรมพื้นฐาน ของ ‘สถาบันการเงิน’ ชี้ค่าบริหารต้องเหมาะสม-ไม่เรียกเก็บช้ำช้อน-คำนึงถึงต้นทุนจริง-ไม่ผลักภาระให้แก่ลูกค้าเกินควร
.....................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ เพื่อให้การเรียกเก็บค่าบริการสำหรับธุรกรรมที่เป็นบริการพื้นฐานเป็นมาตรฐานเดียวกัน และลดความแตกต่างของค่าบริการและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับกรอบหลักการ (guiding principles) ตามประกาศ ธปท. โดยจะเปิดรับฟังฯถึงวันที่ 10 พ.ค.นี้
สำหรับร่างหลักเกณฑ์การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
-ผู้ประกอบธุรกิจต้องถือปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการและการให้บริการ โดยมีสาระสำคัญ
1.กรอบหลักการการเรียกเก็บค่าบริการ ได้แก่
1.1 การเรียกเก็บค่าบริการต้องมีความเหมาะสม เป็นธรรม ไม่เรียกเก็บช้ำช้อน คำนึงถึงต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง และไม่ผลักภาระหรือสร้างภาระให้แก่ลูกค้าจนเกินควร โดยมีหลักการคำนวณและฐานในการคำนวณค่าบริการที่มีความสมเหตุสมผล และเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับปัจจัยที่ทำให้เกิดต้นทุนทุน
1.2 เปิดเผยข้อมูลให้ลูกค้าทราบอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และเป็นปัจจุบัน
2.เพดานค่าบริการและการให้บริการ สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน 4 กลุ่ม ได้แก่
2.1 ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (Deposit-related) ได้แก่ ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก (statement) ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน และค่ารักษาบัญชีเงินฝาก
เช่น ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก (statement) แบบกระดาษ ย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน ไม่เกิน 100 บาท/ครั้ง (ครั้งละไม่เกิน 3 บัญชี) หากย้อนหลังมากกว่า 12 เดือน ไม่เกิน 200 บาท/บัญชี และค่ารักษาบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน 20 บาท/เดือน สำหรับบัญชีเงินฝาก ทุกประเภท โดยสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องไม่กำหนดให้บัญชีที่มียอดคงเหลือมากกว่า 2,000 บาทและไม่เคลื่อนไหวน้อยกว่า 1 ปี ติดต่อกัน เป็นบัญชีเงินฝากไม่เคลื่อนไหว
2.2 ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Card-related) ได้แก่ ค่าแรกเข้าและค่ารายปี สำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐานและบัตรเดบิตพื้นฐาน และค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต เช่น ค่าแรกเข้าและค่ารายปี สำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐาน ค่าบริการทั้งหมดที่เรียกเก็บ (all-in) ไม่เกิน 150 บาท/ปี กรณีบัตรเดบิตพื้นฐาน ค่าบริการทั้งหมดที่เรียกเก็บ (all-in) ไม่เกิน 200 บาท/ปี ,ค่าบริการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิตไม่เกินร้อยละ 2-2.5 ของจำนวนเงินสดที่เบิกถอนนั้น
2.3 ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (Payment transaction-related) ได้แก่ ค่าข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน ค่าบริการการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน (same day) ค่าธรรมเนียมชดเซยอัตราแลกเปลี่ยน (Commission in-lieu of Exchange) และค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต
เช่น ค่าข้ามเขต และค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชําระเงิน เช่น การฝาก/ถอน/โอนเงินที่เครื่อง เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ การฝาก/ถอน/โอนเงินที่สาขา การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต และการฝากเช็ค ต้องไม่เรียกเก็บค่าบริการ โดยสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องจัดให้มีบริการ ฝากเงิน ถอนเงิน และโอนเงิน ที่เครื่อง ATM/CDM และสาขา ข้ามเขตสำนักหักบัญชีหรือข้ามจังหวัดแก่ลูกค้า เป็นต้น
2.4 ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ SMEs ได้แก่ ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (front-end fee) ค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา (term loan) ค่าบริการต่ออายุวงเงินสินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน (revolving loan) ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด (prepayment fee) และค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน
เช่น ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (front-end fee) ให้เรียกเก็บค่าบริการได้เพียงครั้งเดียวต่อการพิจารณาคําขอวงเงิน ดังนี้ 1.วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 15 ล้านบาท เรียกเก็บได้ไม่เกินร้อยละ 2.5 ของวงเงิน แต่ไม่เกิน 250,000 บาท 2.วงเงินสินเชื่อมากกว่า 15 ล้านบาท เรียกเก็บได้ไม่เกินร้อยละ 2.5 ของวงเงิน ,ค่าชําระสินเชื่อก่อนครบกำหนด (prepayment fee) ไม่เกินรอยละ 3 ของยอดเงินต้นคงค้าง ทั้งนี้ ห้ามสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าว หากลูกค้าได้ชําระเงินต้นแล้วมากกว่า ร้อยละ 50 ของสัญญา และได้ชําระมาแล้ว เป็นระยะเวลามากกว่าร้อยละ 50 ของสัญญา (อ่านเอกสารประกอบ)




2.5 ไม่เรียกเก็บค่าบริการเพิ่มขึ้น หากเรียกเก็บค่าบริการในอัตราที่ต่ำกว่าที่กำหนดในหลักเกณฑ์นี้ หรือไม่ได้เรียกเก็บค่าบริการดังกล่าว ณ วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ เว้นแต่มีเหตุจำเป็น เช่น ต้นทุน การให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ การปรับเพิ่มอัตราค่าบริการต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดเก็บข้อมูลเอกสารหรือเอกสารหลักฐานสนับสนุนความจำเป็นอย่างเพียงพอเพื่อให้ผู้ตรวจการของธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบได้
2.6 ไม่เรียกเก็บค่าบริการรายการอื่นเพิ่มขึ้น หรือเรียกเก็บค่าบริการรายการใหม่ หรือปรับอัตราดอกเบี้ย เพื่อทดแทนอัตราค่าบริการที่กำหนดตามหลักเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้
2.7 เปิดเผยข้อมูลอัตราค่าบริการให้ลกค้าทราบอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และเป็นปัจจุบัน
“ธปท.ให้ความสำคัญและส่งเสริมให้ประชาชนผู้ใช้บริการทางการเงินได้รับความเป็นธรรม สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน (ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน) ได้ด้วยราคาที่เหมาะสม รวมทั้งได้รับการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและเพียงพอต่อการตัดสินใจ
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่าการเรียกเก็บค่าบริการสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางรายการไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยบางรายการมีต้นทุนลดลงหรือไม่มีต้นทุนแล้วจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังคงมีการเรียกเก็บค่าบริการ ขณะที่บางรายการมีช่วงอัตราค่าบริการกว้าง ซึ่งอาจสะท้อนว่ามีการเรียกเก็บในระดับที่สูงเกินควร
ธปท.จึงเห็นควรออกหลักเกณฑ์เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับธุรกรรมที่เป็นบริการพื้นฐาน เพื่อช่วยลดความแตกต่างของค่าบริการและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในวงกว้าง
ซึ่งสอดคล้องกับกรอบหลักการ (guiding principles) ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส2. 7/2565 เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่กำหนดให้การเรียกเก็บค่าบริการต้องเรียกเก็บด้วยอัตราที่เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่เรียกเก็บซ้ำช้อน คำนึงถึงต้นทุนในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง และไม่ผลักภาระให้แก่ลูกค้าจนเกินสมควร” ธปท.ระบุ
อ่านเพิ่มเติม : ร่างหลักเกณฑ์การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา