‘ราชกิจจานุเบกษา’ เผยแพร่ระเบียบราชการศาลปกครอง กำหนดแนวปฏิบัติ-ข้อห้าม ‘ข้าราชการตุลาการศาลปกครอง’ บรรยาย-สอน-อภิปราย-จัดทำตำรา หากฝ่าฝืนมีโทษทางวินัย
...................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบราชการศาลปกครอง ว่าด้วยการบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย และการจัดทำหนังสือ ตำรา หรือเอกสารทางวิชาการ ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง พ.ศ.2569 ลงนามโดยประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด โดยมีเนื้อหาว่า โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบราชการศาลปกครองว่าด้วยการบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย และการจัดทำหนังสือ ตำรา หรือเอกสารทางวิชาการ ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2560 และข้อ 4 และข้อ 6 (5) ของระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ประธานศาลปกครองสูงสุดและอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น และการบริหารงานศาลปกครองพ.ศ.2544 ประธานศาลปกครองสูงสุดจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบราชการศาลปกครอง ว่าด้วยการบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย และการจัดทำหนังสือ ตำรา หรือเอกสารทางวิชากาการ ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง พ.ศ.2569”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
“การบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย” หมายความว่า การให้ความรู้ การสอน การทบทวนความรู้ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่ว่าจะจัดขึ้นโดยสถานศึกษาหรือหน่วยงานอื่นทั้งของรัฐหรือเอกชน หรือโดยบุคคลใดๆ และให้รวมถึงการดำเนินการในทำนองเดียวกันนี้ แต่เรียกชื่ออย่างอื่นด้วย
“ผู้มีอำนาจอนุญาต” หมายความว่า ผู้มีอำนาจอนุญาตการลาตามระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการลาของข้าราชการศาลปกครองและลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง
ข้อ 4 การบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย ในเวลาราชการ ให้ข้าราชการตุลาการศาลปกครองขออนุญาตต่อผู้มีอำนาจอนุญาตเพื่อพิจารณาอนุญาต
การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้แบบคำขออนุญาตการบรรยาย สอน อบรม ประชุมสัมมนา และอภิปราย ท้ายระเบียบนี้
ข้อ 5 การอนุญาตตามข้อ 4 ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาอนุญาตการบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง มีระยะเวลารวมกันไม่เกินสิบสองชั่วโมงต่อเดือน
ในกรณีมีเหตุอันสมควร ผู้มีอำนาจอนุญาตอาจพิจารณาอนุญาตเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งก็ได้
การอนุญาตตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตคำนึงถึงผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง หน้าที่รับผิดชอบในงานของศาลปกครอง และประโยชน์ในการเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านกฎหมายมหาชน กฎหมายปกครอง กระบวนการยุติธรรมทางปกครอง หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศชาติโดยรวม
ข้อ 6 การบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย นอกเวลาราชการของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ต้องระมัดระวังมิให้มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดี หน้าที่รับผิดชอบในงานของศาลปกครอง และโอกาสที่อาจได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนด้วย
ข้อ 7 การขอให้ข้าราชการตุลาการศาลปกครองเข้าร่วมการบรรยายหรือการอภิปรายในเวทีสาธารณะ ไม่ว่าจะจัดขึ้นโดยสถานศึกษาหรือหน่วยงานอื่นทั้งของรัฐหรือเอกชน หรือโดยบุคคลใดๆ ซึ่งมิใช่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษา ให้มีหนังสือพร้อมรายละเอียดและระบุข้าราชการตุลาการศาลปกครองที่ประสงค์จะเชิญหรือผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อประกอบการพิจารณามอบหมายหรืออนุญาตของประธานศาลปกครองสูงสุด
ข้อ 8 การบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ให้ถือปฏิบัติดังนี้
(1) ระมัดระวังการพิจารณาหัวข้อหรือหลักสูตรมิให้มีเนื้อหาอันอาจกระทบกระเทือนหรือสุ่มเสี่ยงต่อราชการศาลปกครอง การปฏิบัติหน้าที่ หรือเกียรติศักดิ์ของตุลาการศาลปกครอง
(2) ระมัดระวังการวางตนในการบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย มิให้เกิดความเสียหายแก่ราชการศาลปกครอง
(3) ปฏิบัติตามวินัยแห่งการเป็นข้าราชการตุลาการศาลปกครองและจริยธรรรมตุลาการศาลปกครอง
ข้อ 9 ห้ามข้าราชการตุลาการศาลปกครองกระทำการ ดังต่อไปนี้
(1) การบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปรายเกี่ยวกับการเตรียมตัว เพื่อสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการศาลปกครอง หรือข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการและลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง
(2) ใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ชื่อและตำแหน่งหน้าที่ของข้าราชการตุลาการศาลปกครองไปเกี่ยวข้องกับโครงการหรือหลักสูตรที่มิได้จัดโดยศาลปกครองหรือสำนักงานศาลปกครอง เพื่อการโฆษณาโครงการหรือหลักสูตรดังกล่าว เว้นแต่การระบุชื่อและตำแหน่งของตนในฐานะผู้บรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย
(3) จัดการบรรยาย สอน อบรม ประชุม สัมมนา และอภิปราย หรือสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือร่วมกระทำการใดๆ ในการดำเนินการดังกล่าวในโครงการหรือหลักสูตรที่มิได้จัดโดยศาลปกครอง สำนักงานศาลปกครอง หรือสวัสดิการหรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานศาลปกครอง เว้นแต่ผู้มีอำนาจอนุญาตจะอนุญาตให้ข้าราชการตุลาการศาลปกครองให้คำปรึกษา คำแนะนำเกี่ยวกับการกำหนดรายละเอียดของหลักสูตรเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ ก.ศป. รับรอง
ข้อ 10 การจัดทำหนังสือ ตำรา หรือเอกสารทางวิชาการ ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ต้องไม่ใช้ชื่อและตำแหน่งหน้าที่ของตนไปโฆษณาเพื่อประโยชน์ในทางการค้า แสวงหากำไร หรือส่งเสริมการขายไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่ห้ามที่จะระบุชื่อและตำแหน่งในหนังสือ ตำรา หรือเอกสารทางวิชาการในฐานะผู้จัดทำ
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่ใช้องค์กรศาล ตราสัญลักษณ์ศาลปกครองหรือตราสัญลักษณ์สำนักงานศาลปกครอง หรือเครื่องหมายใดที่ใช้ในการบริหารราชการศาลปกครอง เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้รับอนุญาตตามระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำและใช้เครื่องหมายราชการสำนักงานศาลปกครอง ตราสัญลักษณ์ศาลปกครอง และตราสัญลักษณ์สำนักงานศาลปกครอง
ข้อ 11 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ข้าราชการตุลาการศาลปกครองผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในงานของศาลปกครองตามประกาศ ก.ศป. เรื่อง วินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง ดำเนินการตามระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยการสอบสวนและสิทธิของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือกระทำผิดวินัย
ข้อ 12 ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ กับให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2569

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา