
‘ไฮสปีด 3 สนามบิน’ รอนัดหารือ 3 ฝ่าย ‘รถไฟ-EEC-ซี.พี.’ สัปดาห์หน้า หลังฝ่ายนโญบายยังยืนกรานไม่แก้สัญญา ‘เลขาฯEEC’ ยืนยันชัดซี.พี.ต้องเสนอทางออกไปต่อมา เผยอีกบอร์ด EEC 5 มิ.ย.นี้ พิจารณาสิทธิประโยชน์ ‘อู่ตะเภา’
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.หรือ EEC) กล่าวว่า ในวันที่ 5 มิ.ย. 2569 นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.หรือบอร์ด EEC) โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทวงคมนาคม เป็นประธาน ซึ่งการประชุมในวันดังกล่าวยังไม่มีวาระที่จะหารือเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน วาระสำคัญจะเป็นการพิจารณาถึงสิทธิประโยชน์ในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่าโครงการ 290,000 ล้านบาท ที่มีกองทัพเรือ (ทร.) เป็นเจ้าของโครงการ และมีบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA (ประกอบด้วยบมจ.การบินกรุงเทพ, บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง และบมจ.สเตคอน กรุ๊ปหรือซิโน-ไทย ร่วมด้วย) เป็นเอกชนคู่สัญญา รวมถึงผลการเจรจาอื่นๆ ที่จะมีการรายงานในที่ประชุมให้รับทราบ อันเป็นผลสืบเนื่องจากมติครม.และการที่ UTA ยินยอมรับมอบหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) ไปก่อนเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา จึงได้มีการทำข้อเสนอด้านสิทธิประโยชน์เข้ามา เพื่อจะหาคนร่วมลงทุนใหม่ด้วย
ส่วนเงื่อนไขและข้อเสนอที่ขอมา เลขาธิการ EEC ระบุว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอให้รอมติที่ประชุมบอร์ด EEC วันที่ 5 มิ.ย.นี้ก่อน
เมื่อถามว่า หลังจากทิศทางฝ่ายนโยบายยืนกรานไม่แก้สัญญาในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบกับโครงการ ทาง UTA ได้มีข้อเสนอหรือขอหารือเพิ่มเติมกับรัฐหรือไม่ นายจุฬาตอบว่า ยังไม่มี เพราะหนึ่งในเงื่อนไขที่มีการเจรจาก่อนมอบหนังสือ NTP ให้ไปคือ การสละเงื่อนไขที่เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ถือเป็นอันจบไปแล้ว ตอนนี้ถ้าไม่มีรถไฟความเร็วสูง เอกชนก็ทำงานต่อไป แต่ถ้ามีก็เป็นการช่วยโครงการ อีกทางหนึ่งถ้าสนามบินอู่ตะเภาเป็นรูปเป็นร่างได้ก่อน ก็อาจจะมีส่วนช่วยกับโครงการรถไฟความเร็วสูงก็ได้
ขณะที่ความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นายจุฬาระบุว่า เมื่อทิศทางฝ่ายนโยบายชัดเจนว่า จะไม่มีการแก้สัญญาโครงการ ความคืบหน้าตอนนี้จึงอยู่ระหว่างนัดหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายคือ EEC, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และซี.พี.ในฐานะเอกชนคู่สัญญาในการหาทางออกร่วมกันว่า จะมีทางเลือกอื่นหรือไม่
ส่วนการที่อัยการสูงสุดได้ตอบเห็นชอบร่างสัญญา กลับมาที่รฟท.แล้วนั้น เลขาธิการ EEC กล่าวว่า ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งเท่านั้น เพราะตอนนี้แน่นอนแล้วว่า ฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญาแล้ว ก็ต้องมาติดตามกันต่อว่า ถ้าแนวทางแก้สัญญาไปไม่ได้ จะมีทางเลือกไหนไปต่อ? ก็ต้องมาคุยกันก่อน โดยซี.พี.ต้องเสนอทางเลือกมา โดยคาดว่าจะมีการหารือร่วมกันในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะต้องรอการลงนามจ้างผู้ว่าฯรฟท.ตัวจริงก่อน จึงจะหารือกันได้
@อัยการฯ เห็นด้วยร่างแก้สัญญาไฮสปีด
ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) มูลค่า 224,544.36 ล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (ซีพี.) หลังจากที่รฟท. ได้ส่งหนังสือหารือและทำความเข้าใจกับทางอัยการสูงสุด ในการแก้ไขสัญญาฯ ซึ่งทางอัยการสูงสุดเคยมีข้อสังเกต 18 ข้อในร่างสัญญาใหม่ ซึ่งเหลือ 1 ข้อ เรื่องการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ให้ทบทวนและดำเนินการให้ครบถ้วน สถานะล่าสุดทางอัยการสูงสุดได้ตอบเห็นชอบร่างสัญญาฯ กลับมาที่รฟท.แล้ว
ทั้งนี้ ได้รายงานความความคืบหน้าให้ที่ประชุมคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 ที่มีนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เป็นประธานรับทราบแล้ว รวมถึงนโยบายล่าสุดที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้เงื่อนไข สร้างไปจ่ายไป และให้ รฟท.หารือกับ เอกชนคู่สัญญาเกี่ยวกับหลักการแก้ไขมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยให้เอกชนทบทวนอีกครั้ง ซึ่ง รฟท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) และ บจ.เอเชีย เอรา วัน ได้มีการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 แจ้งเงื่อนไขดังกล่าวให้เอกชนพิจารณา ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเอกชนตอบกลับ หากทางเอกชนแจ้งกลับมาจะมีการรายงานต่อ สกพอ.และคณะกรรมการกำกับสัญญาฯ ต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา