
บอร์ด EEC อนุมัติบิ๊กโปรเจ็กต์ ‘เมืองใหม่ EEC’ เข็นงานโครงสร้างพื้นฐาน-สาธารณูปโภค วงเงิน 7.2 หมื่นล. ประเดิมประมูลต้นปี 70 นี้ ‘สวนสนุก-ศูนย์กีฬานานาชาติ’ รอผลการศึกษาแล้วเสร็จไม่เกิน พ.ย.นี้ พร้อมคลอดสิทธิประโยชน์ ‘สนามบินอู่ตะเภา’ 9 ข้อ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.หรือบอร์ด EEC ) วานนี้ (5 มิ.ย. 69) ที่ประชุมกพอ.มีมติเห็นชอบ สิทธิประโยชน์ในการสนับสนุน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่าโครงการ 290,000 ล้านบาท ให้บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA ( บมจ.การบินกรุงเทพ, บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง และบมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง )
ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) นายพิพัฒน์กลา่วว่า ยังไม่มีวาระการพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากต้องรอการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หารือกับ บจ.เอเชีย เอรา วัน หรือ ซี.พี.ให้ได้ความชัดเจนและเสนอมาก่อน อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันว่า จะไม่มีการแก้สัญญา และไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนการชำระค่าก่อสร้างเป็น”สร้างไปจ่ายไป
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ด้านนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด EEC วานนี้ (5 มิ.ย. 69) มีมติในเรื่องที่สำคัญ ดังนี้
1. ความก้าวหน้าดำเนินการพัฒนาในโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ หรือ EECiti กพอ. ได้รับทราบความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ การจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้มีพื้นที่พร้อมพัฒนาประมาณ 6,168 ไร่ การจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในระยะแรก การออกแบบจัดทำแผนผังการพัฒนา และรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคส่วนกลางของโครงการ รวมถึงการเตรียมระบบบริหารจัดการน้ำ และโครงข่ายถนน และการเตรียมพื้นที่ให้เป็น Landmark แห่งใหม่ เพื่อรองรับศูนย์กีฬานานาชาติที่มีมาตรฐานสากล และศูนย์สันทนาการระดับโลก (World Class Entertainment & Leisure Hub) ซึ่งกพอ.ได้มอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ สกพอ.พิจารณาเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการที่จะดำเนินการต่อไปในลักษณะของโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดยทั้งสองหน่วยงานจะจัดทำรายงานวิเคราะห์โครงการและนำเสนอ กพอ. พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ กพอ. ได้เห็นชอบในการกำหนดให้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางภายในEECiti เป็นโครงการที่ดำเนินการตามขั้นตอนการคัดเลือกเอกชน ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชน หรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พ.ศ.2560 (PPP EEC Track) เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในโครงการ EECiti รวม 10 ระบบ มูลค่าประมาณ 72,042 ล้านบาท อาทิ ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำประปา ระบบบริหารจัดการน้ำ จัดการขยะ พื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง โดย สกพอ. จะเตรียมการจัด Market Sounding เพื่อรับฟังความคิดเห็นและทดสอบความสนใจภาคเอกชน ก่อนนำเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการ PPP อีกครั้ง โดยคาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนให้เข้าร่วมลงทุนในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งจะเริ่มพิจารณาผล เห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน รวมทั้งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนได้ ในปี 2571
นอกจากนั้น กพอ. ได้เห็นชอบการปรับขอบเขตพื้นที่พื้นที่โครงการ EECiti เพื่อจัดสรรและบริหารแปลงพัฒนาที่เหมาะสมกับการก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงการมากยิ่งขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน โดยจะเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาทบทวนมติจากเดิมที่ได้เห็นชอบให้ สกพอ. เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของ สปก. จากจำนวนประมาณ 14,619 ไร่ เป็น จำนวน 14,586 ไร่ ต่อไป

จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)
นายจุฬากล่าวว่า หลังจากที่ประชุมบอร์ด EEC เห็นชอบในหลักการให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในโครงการ EECiti วงเงิน 72,042 ล้านบาท ไปแล้วนั้น หลังจากนี้จะนำโครงการไปรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Market Sounding) ในเดือน ส.ค.นี้ เบื้องต้นจะออกแบบเป็นสัญญาเดียว รูปแบบสัญญาเป็น BOT ( Build-Operate-Transfer หรือ สร้าง-ดำเนินการ-โอน) ระยะเวลาสัญญา 50 ปี และอาจจะพิจารณาการประกวดราคาแบบนานาชาติ (International Bidding) ส่วนหลักการตัดสินจะไม่ใช้หลักการราคาต่ำสุด แต่จะใช้หลักการว่า ใครเสนออัตราค่าบริการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคถูกที่สุด เพื่อเอื้อให้ผู้ที่เข้าไปใช้พื้นที่มีต้นทุนต่ำที่สุด
เมื่อดำเนินการ Market Sounding แล้ว นายจุฬากล่าวว่า หลังจากนั้น จะเสนอผลการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) และรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมให้บอร์ด EEC พิจารณารูปแบบการลงทุนอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในปี 2570 และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2571
ส่วนความพร้อมของพื้นที่ เลขาธิการ EEC ปัจจุบันพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ หรือ EECiti มีประมาณ 14,586 ไร่ สามารถดำเนินการรวบรวมมาได้แล้ว 6,168 ไร่ เหลืออีกประมาณ 8,418 ไร่ ซึ่งพื้นที่ที่เหลือเป็นที่ดิน ส.ป.ก.ทั้งหมด
ส่วนการพัฒนาศูนย์กีฬานานาชาติภายใต้การดำเนินการของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นั้น นายจุฬากล่าวว่า ทางกกท.ได้ดำเนินการจ้างที่ปรึกษาศึกษาเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.นี้ หลังจากนั้นทาง กกท.จะต้องนำเสนอผลการศึกษาให้ที่ประชุมบอร์ด EEC เห็นชอบอีกรอบหนึ่ง
ขณะที่ความคืบหน้าการพัฒนาาศูนย์กลางความบันเทิง และสันทนาการระดับโลก (World-class Entertainment Leisure Hub) นั้น นายจุฬากล่าวว่า EECO อยู่ระหว่างการศึกษาเช่นกัน โดยทาง EEC เป็นผู้ดำเนินการเอง คาดว่าจะดำเนินการศึกษาเสร็จในเดือน พ.ย.นี้
2. ที่ประชุมบอร์ด EEC อนุมัติมาตรการสนับสนุนที่จำเป็นและเร่งด่วนสำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเพิ่มเติม (EECa) อีก 9 ประเด็น เช่น การอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้าอยู่อาศัยเพื่อทำงานหรือประกอบกิจการในพื้นที่ การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับสายการบินต่างประเทศที่เข้าออกสนามบินอู่ตะเภา การลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการเช่าและการโอนอสังหาริมทรัพย์ การกำหนด EECa Visa เพื่อรองรับกลุ่มผู้เข้าอยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์ที่จะพัฒนาขึ้นในโครงการ การยกเว้นภาษีอากรสำหรับการอุปโภคบริโภคและประกอบกิจการในพื้นที่ EECa ที่จะกำหนดเป็นเขตประกอบการค้าเสรี (Free Trade Zone) เป็นต้น โดยเป็นการอนุมัติเพิ่มเติมหลังจากที่เคยอยนุมัติไปแล้ว 14 ประเด็น
ทั้งนี้ กพอ. ได้มอบหมายให้ สกพอ. นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติมาตรการสนับสนุนที่จำเป็นดังกล่าว รวมถึงมาตรการสนับสนุนที่ กพอ. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการไว้แล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 และมอบหมายให้ สกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการออกกฎหมายรองรับให้มาตรการทั้งหมดมีผลใช้บังคับโดยเร็วต่อไป




Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา