
ปปง.ยึดอายัดทรัพย์เพิ่ม เงินสดในเซฟ-บัญชีธนาคาร รวม 5.4 ล้าน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ‘มาร์ค แอนดรูว์-พวก’ หลอกลงทุนพันธบัตรปลอมเสียหาย 28 ล้านดอลลาร์ อัยการฟ้องศาลอาญาแล้วอยู่ระหว่างพิจารณาคดี
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งที่ ย. 109/2569 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม) รายกลุ่ม นายมาร์ค แอนดรูว์ (MR. MARK ANDREW) กับพวก รวม 13 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
การออกคำสั่งครั้งนี้ สืบเนื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดตู้นิรภัยของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนทองหล่อ ของนายมาร์ค แอนดรูว์ เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินตามคำสั่งอายัดเดิม (ที่ ย.102/2569) และได้พบทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 4 รายการ ประกอบด้วยธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประเมินทั้งสิ้น 5,413,038.99 บาท มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2569
สำหรับรายละเอียดทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดเพิ่มเติม มีดังนี้
-
ธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 1,500 ฉบับ ฉบับละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่ารวม 4,882,500.00 บาท (คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน 1 USD = 32.55 บาท)
-
เงินในบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนทองหล่อ จำนวน 59,340.20 บาท
-
เงินในบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนทองหล่อ จำนวน 366,198.79 บาท
-
เงินในบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสำนักเพลินจิต จำนวน 105,000 บาท


@รับเรื่องจากกองปราบฯ-ตำรวจออสเตรเลีย
ที่มาของคดีนี้ สำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เกี่ยวกับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่สืบสวนสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ที่สืบพบว่า นายมาร์ค แอนดรูว์ กับพวกรวม 13 คน ได้ร่วมกันจัดตั้งองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้เปิดเว็บไซต์หลอกลวงประชาชนในประเทศออสเตรเลียให้ร่วมลงทุนในพันธบัตรของธนาคาร Westpac (BT Fund) โดยเสนอผลตอบแทนในอัตราที่สูงเกินจริง ส่งผลให้มีผู้เสียหายชาวออสเตรเลียหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อประมาณ 400 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 28 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
จากการสืบสวนพบว่า ในช่วงปี 2566 - 2567 ขบวนการนี้ได้ตั้งฐานปฏิบัติการคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ต่อมาเมื่อทางการอินโดนีเซียและออสเตรเลียเตรียมออกหมายจับเพื่อส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน นายมาร์คกับพวกได้หลบหนีเข้ามายังประเทศไทย และได้เช่าบ้านพักหรูย่านถนนเทพารักษ์ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อตั้งเป็นสำนักงานคอลเซ็นเตอร์แห่งใหม่
กลุ่มผู้ต้องหาได้ติดตั้งระบบโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) และใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมถึงโทรศัพท์มือถือในการติดต่อสุ่มโทรข้ามประเทศไปชักชวนเหยื่อชาวออสเตรเลีย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 13 คน พร้อมของกลางและเอกสารรายชื่อที่คาดว่าเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก
@ส่งฟ้องศาลอาญา-ลุยอายัดทรัพย์ต่อเนื่อง
ปัจจุบัน พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 บก.ป. ได้มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด โดยพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ อันเข้าลักษณะความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ได้มีคำสั่งที่ ย.102/2569 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 อายัดทรัพย์สินของกลุ่มนายมาร์คไว้ชั่วคราวแล้วจำนวน 12 รายการ จนกระทั่งมีการเปิดขยายผลตรวจสอบตู้นิรภัยของธนาคารเพิ่มเติมในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 และนำมาสู่คำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก 4 รายการในครั้งนี้ เนื่องจากทรัพย์สินดังกล่าวเป็นเงินสดและเงินในบัญชีฝากธนาคาร ซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง สามารถโอน ยักย้าย หรือซ่อนเร้นได้ง่าย หากเนิ่นช้าไปอาจทำให้ยากแก่การติดตามกลับคืนมาเป็นของแผ่นดิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ปปง.ยึดอายัด 1.9 ล. คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ‘มาร์ค เดนนิส’-ให้ผู้เสียหายยื่นขอชดใช้คืน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา