‘ธปท.’ ยืนยันไม่จำเป็นต้องเรียกประชุม ‘กนง.’ นัดพิเศษ หลัง ‘แบงก์ชาติอินโดฯ’ ประชุมรอบพิเศษขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 5.5% เผย ‘เงินบาท’ อ่อนค่า 5.4% นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีการตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอินโดนีเซียสู่ระดับ 5.50% ในการประชุมรอบพิเศษ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ส่วนหนึ่งเพื่อลดแรงกดดันที่ทำให้เงินรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่าเร็ว ขณะที่ค่าเงินบาทโดยรวมอ่อนค่าลงบ้าง แต่การเคลื่อนไหวยังมีเสถียรภาพ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องมากกว่า 8% และเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนขายสินทรัพย์อินโดนีเซียต่อเนื่องทั้งหุ้นและพันธบัตร รวมประมาณ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากความกังวลต่อเสถียรภาพในประเทศหลังเหตุการณ์ความขัดแย้งฯ โดยเฉพาะแนวทางการดำเนินนโยบายการคลัง และความกังวลต่อการลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียสู่กลุ่ม Frontier market จาก Emerging market
น.ส.ชญาวดี ระบุว่า ในด้านเงินบาทของไทย ปรับอ่อนค่าประมาณ 5.4% นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน ขณะที่เงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติสะท้อนการขายสุทธิสินทรัพย์ไทยเพียง 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มกลับมาไหลเข้าในพันธบัตรระยะยาวและตลาดหุ้นในระยะหลังแล้ว
“ด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทและเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่งของไทย ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมพิเศษอย่างกรณีอินโดนีเซีย” น.ส.ชญาวดี กล่าว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา