
‘สถาบันพระปกเกล้า-นิด้าโพล’ เผยแพร่ผลสำรวจ ‘เลือกตั้งผู้ว่ากทม.’ ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 28 มิ.ย.69 ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ อดีตผู้ว่ากทม. ยังคงนำทั้งในแง่ตัวบุคคลและความนิยมจากฐานเสียงของพรรคอื่น ขณะที่ ‘สนามเลือกตั้ง ส.ก.’ เปิดกว้าง ส่วน ‘กกต.’ ส่งข่าวแจก ห้ามเผยแพร่ผลโพลตั้งแต่ 21 มิ.ย.- 5 โมงเย็นของวันที่ 28 มิ.ย.
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 19 มิถุนายน 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง เลือกตั้ง กทม. 69: ฐานเสียงการเมืองกับการเลือกผู้ว่าฯ และแนวโน้มการเลือก ส.ก. ก่อนโค้งสุดท้าย โดยมุ่งเน้นความ เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์ มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ ฟัง การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 4-7 มิ.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. หากท่านเป็นคน กทม. ท่านจะศึกษานโยบายต่าง ๆ ของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ท่านสนใจหรือมีแนวโน้มจะเลือกมากน้อยเพียงใด ? (สำรวจโดย x Line Today)
-
46.6% ระบุ จะศึกษาอย่างละเอียด ทั้งนโยบายหลักและความเป็นไปได้
-
30.1% ระบุ ศึกษาเพียงบางส่วน หรือเห็นผ่านสื่อ/โซเชียลมีเดีย, 12.2% ศึกษาพอสมควร/ให้รู้ว่านโยบายสำคัญคืออะไร, 6.6% อาจไม่ได้ศึกษานโยบายอย่างจริงจัง และ 4.5% ไม่ทราบ/ไม่มีความเห็น
คนเกือบครึ่งให้ความสนใจกับนโยบายของผู้สมัคร สะท้อนว่า นโยบายเริ่มมีบทบาทต่อการตัดสินใจในการเลือกผู้สมัครมากขึ้น แต่ความสนใจดังกล่าว บางส่วนยังมีลักษณะ รับรู้และติดตามบางส่วน จึงเป็นโจทย์ที่ผู้สมัครและพรรค/กลุ่มการเมืองควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารนโยบายให้มากขึ้น เพื่อให้การเลือกตั้งอยู่บนฐานข้อมูลและเหตุผลมากขึ้น มิใช่เพียงกระแสความนิยม หรือภาพลักษณ์ของผู้สมัคร
@ พระปกเกล้าโพล ชัชชาติ นำข้ามฐานเสียงพรรคคู่แข่ง
2. ชัชชาติ นำข้ามฐานพรรค ดร.โจ เด่นในฐานประชาชน อนุชา นำในฐานประชาธิปัตย์
-
เมื่อพิจารณาตามพรรคที่เคยเลือก สส. เขต เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 พบว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีแนวโน้มได้รับเลือกสูงสุดในหลายฐาน ได้แก่ พรรคประชาชน 45.4%, เพื่อไทย 42.1%, ภูมิใจไทย 54.4%, พรรคอื่น ๆ 52.3% และกลุ่มจำไม่ได้/ไม่ได้ไปใช้สิทธิ/ไม่ประสงค์ตอบ 30.8%
-
ขณะที่ในฐานพรรคประชาชน ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้ 30.6% เป็นอันดับรองลงมา ส่วนฐานพรรคประชาธิปัตย์มีแนวโน้มเลือก อนุชา บูรพชัยศรี สูงสุด 31.1% ตามด้วยผู้สมัครคนอื่น ๆ 25.8% และ ชัชชาติ 22.7%
สนามผู้ว่าฯ กทม. ยังเป็นสนามที่ ตัวบุคคล มีน้ำหนักสูงกว่าสังกัดพรรคอย่างชัดเจน โดย ชัชชาติ ยังสามารถดึงคะแนนข้ามฐานพรรคได้หลายกลุ่ม แต่ฐานพรรคประชาชนและฐานประชาธิปัตย์ยังคงมีทิศทางเฉพาะของตนเอง ทำให้การแข่งขันไม่ได้เป็นเพียงการวัดความนิยมรวม แต่เป็นการแย่งชิงฐานคะแนนที่มีพฤติกรรมต่างกันในแต่ละกลุ่มการเมืองด้วย
3. เลือก ส.ก. คนดู “นโยบาย” มากกว่า “พรรค”
-
34.9% ระบุ เลือก ส.ก. ยึดจาก นโยบายที่เสนอ มากที่สุด
-
รองลงมา 21.9% ยึดจากพรรค/กลุ่มที่สังกัด, 17.9% ยึดจากผลงานที่ผ่านมา, 11.6% ยึดจากตัวบุคคล/ภาพลักษณ์และ 13.7% ไม่ประสงค์ตอบ
สะท้อนว่า ส.ก. ไม่ได้ถูกมองเพียงฐานะตัวแทนทางการเมืองของพรรค แต่ถูกคาดหวังให้เป็นตัวแทนที่เข้าใจปัญหาในระดับพื้นที่ และมีข้อเสนอที่จับต้องได้ต่อปัญหาเมืองและปัญหาเฉพาะเขต แต่ พรรคและฐานการเมือง ยังคงมีผลต่อการตัดสินใจไม่น้อย ผู้สมัครจึงต้องแข่งขันทั้งด้วยนโยบาย ผลงาน และความน่าเชื่อถือในพื้นที่ ไม่ใช่อาศัยกระแสพรรคหรือกระแสผู้ว่าฯ เพียงอย่างเดียว
@ สนามเลือกตั้ง ส.ก.ยังเปิดกว้าง
4. สนาม ส.ก. ปชน. นำ แต่ ผู้สมัครอิสระและกลุ่มยังไม่ตัดสินใจ ยังเป็นตัวแปรใหญ่ คนกว่าครึ่งยังเปิดใจ
-
หากเลือกตั้ง ส.ก. วันนี้ ผู้สมัครจากพรรคประชาชนมีแนวโน้มได้รับเลือกสูงสุด 27.7% รองลงมาคือผู้สมัครอิสระคนอื่น ๆ 18.5%, ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 17.7%, ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ 11.5% และผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย 10.6% ส่วนกลุ่มอื่น ๆ มีคะแนนในระดับรองลงมา
-
เมื่อมีพรรค/กลุ่ม/บุคคลเสนอนโยบายตรงใจกว่า 38.3% ระบุ ยังไม่แน่ใจแต่เปิดใจพิจารณา, 32.8% ยังเลือกหมายเลขเดิม/ไม่เปลี่ยนแน่นอน, 15.4% มีโอกาสเปลี่ยนใจสูงและ 13.5% ไม่ประสงค์ตอบ
สนาม ส.ก. ยังเป็นสนามที่ เปิดกว้าง แม้ผู้สมัครจากพรรคประชาชนจะนำ แต่คะแนนของผู้สมัครอิสระและกลุ่มยังไม่ตัดสินใจยังสูง สะท้อนว่า ความใกล้ชิดกับพื้นที่ นโยบายที่จับต้องได้ และความน่าเชื่อถือของผู้สมัคร ยังมีผลมาก ผู้สมัครจึงต้องแสดงให้เห็นว่าจะเป็นตัวแทนพื้นที่ ผลักดันปัญหา ในเขต และตรวจสอบการบริหาร กทม. ได้อย่างไร ไม่ใช่พึ่งเพียงกระแสพรรคหรือการเมืองระดับใหญ่
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 25
การเลือกตั้ง กทม.ก่อนโค้งสุดท้ายเป็นสนามที่ยังมีความเคลื่อนไหวสูง โดยเฉพาะสนาม ส.ก.ที่คนยังเปิดใจและเปลี่ยนใจได้หากมีข้อเสนอที่ตอบโจทย์กว่า ผลสำรวจครั้งนี้จึงสะท้อนว่า โค้งต่อไปซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง กทม. จะวัดกันที่ความสามารถในการแปลงฐานนิยมให้เป็นคะแนนจริง และการสื่อสารนโยบายให้เห็นว่าแก้ปัญหาเมืองและพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม มิใช่ขึ้นกับ กระแสพรรคหรือภาพลักษณ์ของผู้สมัคร เพียงอย่างเดียว

@ นิด้าโพล ชัชชาติ นำโด่ง 72.35 %
ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง โค้งสอง สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. 69 ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-17 มิถุนายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับแนวโน้มของคนกรุงเทพมหานครในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามถึงแนวโน้มของคนกรุงเทพมหานครในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 72.35 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) อันดับ 2 ร้อยละ 9.60 ระบุว่าเป็น นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) อันดับ 3 ร้อยละ 8.80 ระบุว่าเป็น นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) อันดับ 4 ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็น นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 5 ร้อยละ 2.70 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ อันดับ 6 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็น หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) และร้อยละ 2.10 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายสมัย ละเลิศ (อิสระ) พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช (พรรคเศรษฐกิจ) นายภาสพงศ์ ไชยวิริญญะวาณิชย์ (อิสระ) นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ (อิสระ) นายประยูร ครองยศ (อิสระ) นายสมชัย เจริญวรเกียรติ (อิสระ) นายประทีป วัชรโชคเกษม (อิสระ) นายคมสัน พันธุ์ชาติกุล (อิสระ) กาช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)” และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote)
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวโน้มของคนกรุงเทพมหานครในการเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.85 ระบุว่า อิสระ อันดับ 2 ร้อยละ 27.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 3 ร้อยละ 12.30 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 4 ร้อยละ 8.60 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 5 ร้อยละ 7.30 ระบุว่าเป็น ทีมคนทำงาน อันดับ 6 ร้อยละ 6.85 ระบุว่าเป็น กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว อันดับ 7 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็น ทีม Better Bangkok อันดับ 8 ร้อยละ 1.15 ระบุว่า กาช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)” และร้อยละ 1.80 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจ กลุ่มพัฒนาหนองแขม และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote)
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่กรุงเทพมหานคร โดยตัวอย่าง ร้อยละ 45.50 เป็นเพศชาย และร้อยละ 54.50 เป็นเพศหญิง
ตัวอย่าง ร้อยละ 10.70 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 16.90 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.55 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 25.60 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 29.25 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 93.75 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 4.80 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.45 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ
ตัวอย่าง ร้อยละ 43.15 สถานภาพโสด ร้อยละ 54.05 สมรส และร้อยละ 2.80 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.35 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 10.25 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 25.95 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.40 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 46.15 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 9.90 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี
ตัวอย่าง ร้อยละ 7.85 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 26.00 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 28.25 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 0.25 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 8.30 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 24.05 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.30 เป็นนักเรียน/นักศึกษา
ตัวอย่าง ร้อยละ 23.50 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 0.45 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 4.75 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 29.75 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 15.80 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 8.35 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 5.10 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 2.85 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.40 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.60 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 1.65 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 6.80 ไม่ระบุรายได้

@ กกต. ห้ามแพร่โพลตั้งแต่ 21 มิ.ย.- ปิดหีบ
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ (PRESS RELEASE) ห้ามเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. / ส.ก. และนายกเมืองพัทยา / สมาชิกสภาเมืองพัทยาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569
ทั้งนี้ ระเบียบ กกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ข้อ 23/2 กำหนดว่า ห้ามผู้สมัครกระทำหรือยินยอมให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดกระทำการเปิดเผย หรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในระหว่างเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้ง
การกำหนดข้อห้ามดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรมและเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจอย่างอิสระ ปราศจากอิทธิพลจากผลสำรวจความคิดเห็นที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา