
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 4 พิพากษาจำคุก ‘อดีต จนท.การเงิน’ อบต.เสาเล้า 95 ปี ทุจริตสั่งจ่ายเช็ค-เบียดบัง ‘เงิน อบต.’ เป็นของตัวหรือผู้อื่น รวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุก 50 ปี พร้อมสั่ง ‘อดีตนายก อบต. เสาเล้า-พวก’ คืนเงิน ‘อบต.’ 5.36 แสน
..............................................
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน พ.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 271/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อท 17/2568
โดยเป็นคดีที่ อัยการสูงสุด (โจทก์) ฟ้อง นางดวงใจ ศรีฮาด หรือกุลศรี (จำเลย) อดีตเจ้าหน้าที่การเงินองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เสาเล้า อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับพวก เบิกจ่ายเงินราชการ เมื่อปี พ.ศ.2551-2552 โดยมิชอบ โดยสั่งจ่ายเช็คโดยมิชอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2547 และทุจริตเบียดบังเงินนั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่น
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลย (นางดวงใจ ศรีฮาด หรือกุลศรี) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 19 กระทง เป็นจำคุก 95 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)
ยกฟ้องโจทก์ข้อ 2.6 ข้อ 2.10 ข้อ 2.11 ข้อ 2.15 ข้อ 2.17 ข้อ 2.18 ข้อ 2.20 ข้อ 2.26 และข้อ 2.28 ถึงข้อ 2.34 กับให้จำเลยร่วมกับนายทองพูล บุตรเรือง อดีตนายก อบต.เสาเล้า นายสมชาย ภูบรม และนายฉัตรชัย ประสารฉ่า คืนหรือใช้เงิน 536,605.99 บาท แก่องค์การบริหารส่วนตาบลเสาเล้า ยกคำขอให้จำเลยร่วมกับนายฉัตรชัย ประสารฉ่า และนายวรพล นิลมณี คืนหรือใช้เงิน 11,880 บาท แก่องค์การบริหารส่วนตาบลเสาเล้า
ขณะที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 ป.ป.ช.ได้มีมติครั้งที่ 035/2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คาพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4
ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. มติครั้งที่ 109/2565 วันที่ 28 ก.ย.2565 ชี้มูลความผิดอาญา นายทองพูล บุตรเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตาบลเสาเล้า อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ กับพวก ซึ่งรวมถึงนางดวงใจ ศรีฮาด หรือกุลศรี เบิกจ่ายเงินราชการ เมื่อปี พ.ศ.2551-2552 โดยมิชอบ และทุจริตเบียดบังเงินนั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โดยมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.147 และ ม.157
ต่อมาวันที่ 24 ธ.ค.2567 นายประทีป จูฑะศร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 4 ได้มอบหมายนักสืบสวนคดีทุจริต งานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 ลงพื้นที่ทำการสืบสวนจับกุมนางดวงใจ ศรีฮาด หรือกุลศรี บุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.503/2566 ลงวันที่ 7 พ.ย.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้น เป็นของตนเองหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย
และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 และมาตรา 157
ทั้งนี้ นางดวงใจ ศรีฮาด หรือกุลศรี ผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลตามหมายจับดังกล่าว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินองค์การบริหารส่วนตำบลเสาเล้า อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกับผู้ถูกกล่าวหารายอื่นในคดีนี้รวม 11 ราย สั่งจ่ายเช็คโดยมิชอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 จำนวนทั้งสิ้น 34 ฉบับ รวมเป็นเงิน 3,314,768.58 บาท
โดยนางดวงใจ ศรีฮาดหรือกุลศรี มีส่วนในการกระทำความผิด ดังนี้
1.เป็นผู้จัดทำและเขียนเช็คทั้ง 34 ฉบับ
2.ร่วมกับผู้ถูกกล่าวหาอีก 1 ราย ลงนามสั่งจ่ายเช็ค จำนวน 2 ฉบับ
3.ร่วมกับผู้ถูกกล่าวหาอีก 7 ราย นำเช็คทั้ง 34 ฉบับ ไปเรียกเก็บเงินกับธนาคารและธนาคารได้จ่ายเงินให้ โดยฟังว่ามีการสั่งจ่ายโดยไม่ชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และเบียดบังเอาเงินนั้นไปโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยินยอมให้ผู้อื่นเอาเงินนั้นไปเสีย จำนวน 19 ฉบับ
และฟังว่ามีการสั่งจ่ายโดยไม่ชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น จำนวน 15 ฉบับ รวมทั้งสิ้น 34 ฉบับ อันเป็นการกระทำไปเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบลเสาเล้า อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์
การกระทำของนางดวงใจ ศรีฮาด หรือกุลศรี ดังกล่าว จึงมีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 และมาตรา 157 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2551 ถึงวันที่ 19 ส.ค.2552
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางดวงใจ ศรีฮาด หรือกุลศรี นำส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 4 เพื่อดำเนินการฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ดังกล่าว
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นางดวงใจ ศรีฮาด หรือกุลศรี จำเลย ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ และจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา