
‘บอร์ด กสทช.’ ไฟเขียวแผนแม่บทฯ ‘วิทยุ-โทรทัศน์’ ฉบับ 3 เดินหน้า ‘แพลตฟอร์มกลาง’ ถก ‘ร่างโรดแมปทีวีดิจิทัล’ มอบ ‘สำนักงานฯ’ ศึกษา 2 แนวทางประมูล‘ทีวีดิจิทัล’-ผลกระทบยุติใช้คลื่น 3500 MHz ในกิจการทีวีฯ
.........................................
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กสทช. วันนี้ (22 มิ.ย.) ว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573) ซึ่งร่างแผนแม่บทฯฉบับนี้ ได้กำหนดแนวทางการจัดให้มี National Platform หรือ แพลตฟอร์มกลางของประเทศ เอาไว้ด้วย
“ในวาระแรก คือ ร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ที่ประชุมฯได้ผ่านแผนแม่บทฯ ฉบับที่ 3 ปี 2569-2573 ซึ่งสาระสำคัญที่ได้ข้อสรุปในวันนี้ คือ เรื่อง National Platform โดยเรากำหนดว่า ให้มีการกำหนดแนวทางเพื่อให้มีแพลตฟอร์มกลางของประเทศ” ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573) แล้ว จะมีการนำร่างประกาศฯฉบับดังกล่าว ไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวต่อว่า ที่ประชุม กสทช. ยังพิจารณาในวาระร่างแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย (พ.ศ.2569-2573) เพื่อเตรียมการรองรับก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลหมดอายุในปี 2572 โดยที่ประชุม กสทช. มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ไปศึกษาความเป็นไปได้ทางกฎหมาย ข้อดีและข้อเสีย ระหว่างการประมูลคลื่นในรูปแบบใหม่และรูปแบบเดิม
รวมถึงให้สำนักงาน กสทช. ไปศึกษาว่า เมื่อใบอนุญาตฯทีวีดิจิทัลสิ้นสุดอายุในเดือน เม.ย.2572 แล้ว จะยังมีการใช้คลื่นความถี่ 3500 MHz สำหรับการส่งสัญญาณออกอากาศทีวีดิจิทัลผ่านดาวเทียมในระบบ C Band หรือไม่ รวมถึงแผนการเปลี่ยนผ่านหากมีการยุติการใช้คลื่น 3500 MHz จะเป็นอย่างไร เนื่องจากการยุติการใช้คลื่นฯดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อช่องทางและสิทธิในการเข้าถึงทีวีดิจิทัลของประชาชน
โดยที่ประชุม กสทช. ให้เวลาสำนักงาน กสทช. ไปศึกษาทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการทบทวนร่าง Roadmap ในบางประเด็นที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน เพราะทุกเรื่องโยกกันไปมา ก่อนให้นำมาเสนอต่อที่ประชุม กสทช. พิจารณาภายใน 30 วัน
“เรื่องวาระ Roadmap หรือ แผนที่นำทาง ซึ่งคำนี้ต้องถือว่า เป็นคำใหม่ เพราะเราไม่เคยใช้มาก่อน แต่มาจากมติ กสทช. เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาว่า เราจะต้องมีแผนที่นำทาง เพราะเดิมทีเรามีแผนแม่บทฯ ซึ่งเป็นเรื่องของกฎหมาย และกฎหมายนี้กำหนดให้มีแผนแม่บทฯ แต่แผนที่นำทางไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย จึงเป็นคำใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นแผนเชิงปฏิบัติการของการนำแผนแม่บทฯไปปฏิบัติ โดย Roadmap จะเหมือนเป็นเส้นเวลาว่า จะทำอันไหน เรื่องอะไร เมื่อไหร่
อาทิ เมื่อทีวีดิจิทัลสิ้นสุดใบอนุญาตฯแล้ว ในเดือน เม.ย.2572 จะมีการประมูลใบอนุญาตฯต่อหรือเปล่า จึงมีการซักถามสำนักงานฯ ซึ่งสำนักงานฯชี้แจงว่า ตามกฎหมาย ถ้ายังไม่มีการแก้ไข ก็ต้องมีการประมูล แล้วอันนี้ก็มีการพูดกันเยอะว่า คำว่า ‘ผู้ได้รับการจัดสรรคลื่น’ กับ ‘ผู้ประกอบกิจการ’ คือ Mux (ผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิตอลในระบบภาคพื้นดิน) กับช่อง นั้น ที่ผ่านมาในอดีต เป็นการประมูลช่อง แล้วให้ Mux ไปจัดการคลื่นฯกัน
จึงมีคำถามว่า ถ้าให้ Mux เป็นผู้ประมูลคลื่นฯ แล้วก็นำไปจัดสรรฯให้ผู้ประกอบการ จะทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบกิจการลดลงหรือไม่ แล้วกฎหมายให้ทำได้หรือไม่ ถ้าไม่มีกฎหมายให้ทำได้ จะมีทางออกอย่างไร เช่น ต้องมีการออกประกาศใหม่หรือไม่ หรือในกรณีที่ทุกอย่างเหมือนเดิม คือ มีการประมูล โดยประมูลช่องเหมือนเดิม อย่างนี้ก็จัดประมูลได้เร็วขึ้น เราเข้าใจดีว่าภาคธุรกิจอยากจะรู้แน่นอน และล่วงหน้าพอสมควร เพื่อจะได้จัดทำแผนธุรกิจได้เหมาะสม
ฉะนั้น ถ้าทุกอย่างเหมือนเดิม เราประมูล Mux ไม่ได้ เพราะมีข้อจำกัดอะไรก็ตาม ก็น่าจะทำให้การประมูลฯ เลื่อนขึ้นมาเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน เดิมสำนักงานฯ จัดเวลาไว้ว่าจะให้มีการประมูลฯในช่วงปลายปี 2571 และออกใบอนุญาตฯในปี 2572 ผมก็ถามว่า มันกระชั้นไปหรือเปล่า เราจะ Move ให้เร็วขึ้นได้หรือเปล่า ดังนั้น ในตอนนี้จึงไปติดอยู่ตรงว่า ผู้ได้รับการจัดสรรคลื่นผ่าน Mux กับผู้ประกอบกิจการ ใครจะเป็นคนประมูลกันแน่
เราจึงมอบหมายให้สำนักงานฯ ไปดูว่า ในเรื่องนี้ตามกฎหมายทำได้หรือไม่ ข้อนี้ข้อเสียเป็นอย่างไร ประชาชนได้อะไร ผู้ประกอบการได้อะไร ข้อจำกัดมีอะไรบ้าง ต้องออกประกาศหรือไม่ ฉะนั้น เรื่องนี้จึงค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร
อีกประเด็น คือ เรื่องคลื่น 3500 MHz อันนี้เป็นเรื่องที่พูดกันอยู่นานว่า ในกรณีที่ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลสิ้นสุดในเดือน เม.ย.2572 จะยังใช้คลื่น 3500 MHz สำหรับทีวีดิจิทัลต่อหรือไม่ ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะไปศึกษาข้อดีข้อเสียว่า ในกรณีที่จะมีการยุติการใช้คลื่นฯก่อน จะต้องมีชดเชยหรือไม่ ระเบียบเป็นอย่างไร ระบบนิเวศน์เป็นอย่างไร สำนักงานจึงต้องไปทำการบ้านมา เพื่อให้บอร์ดตัดสินใจว่า เมื่อใบอนุญาตฯสิ้นสุดลง การใช้คลื่น 3500 MHz จะเป็นอย่างไร
โดยสำนักงานฯ มีเวลา 30 วัน ในการรวบรวมข้อมูลต่างๆมาให้เราตัดสินใจ ซึ่งวันนี้ เราคุยเรื่องนี้กันนานมาก จึงยังไม่ได้คุยกันเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่อง Must Carry อีกทั้งการเปลี่ยนผ่านฯเกี่ยวกับการใช้คลื่น 3500 MHz จะต้องมีระบุอะไรอีกหลายๆอย่าง ไม่ใช่แค่การสิ้นสุดใบอนุญาตฯเพียงอย่างเดียว” ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าว
เมื่อถามว่า สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) หรือ ADTEB ต้องการคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับโรดแมปทีวีดิจิทัลภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า บอร์ด กสทช. ก็มีมติเห็นชอบแผนแม่บทฯไปแล้ว ซึ่งถือว่ามีความคืบหน้าแล้ว และมีความชัดเจนพอสมควร เพราะมีกรอบใหญ่แล้ว
ด้าน น.ส.อรดา เทพยายน รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับร่างประกาศ กสทช. เรื่องแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569 – 2573) ที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขตามความเห็นที่ประชุม กสทช. และให้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อมีผลใช้บังคับต่อไปนั้น มีประเด็นสำคัญ อาทิ
1.การปรับปรุงถ้อยคำในเป้าประสงค์ที่ 4 เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการกระจายเสียงและบริการโทรทัศน์ด้วยคุณภาพที่ดี ค่าบริการที่เป็นธรรม และได้รับการคุ้มครองมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ คุ้มครองจากเนื้อหาที่เป็นเท็จ บิดเบือน เนื้อหาที่เป็นอันตราย รวมทั้งเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตลอดจนประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม
2.การปรับปรุงถ้อยคำในยุทธศาสตร์ที่ 2 ตัวชี้วัดที่ 7 ให้มีความเหมาะสมเกิดการพัฒนากลไกการกำกับดูแลและส่งเสริมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การประกอบกิจการบริการภาพและเสียงผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และระบบอื่นใดให้อยู่ภายใต้กติกาที่เหมาะสม และสอดคล้องกับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
3.การปรับปรุงถ้อยคำในยุทธศาสตร์ที่ 3 เพื่อกำหนดให้มีแผนส่งเสริมและพัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เพื่อประโยชน์สาธารณะให้ครอบคลุมด้านเทคโนโลยี ด้านช่องทางการเข้าถึงด้านการผลิตเนื้อหา ด้านการพัฒนาบุคลากรในกิจการฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง และด้านผู้ชมผู้ฟังที่เป็นกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งยังกำหนดให้มีแนวทางเพื่อส่งเสริมให้เกิดช่องทางที่หลากหลายในการเข้าถึงบริการกระจายเสียงและโทรทัศน์
โดยพัฒนาแนวทางการจัดให้มีแพลตฟอร์มกลางของประเทศ สำหรับโทรทัศน์ภาคพื้นดินและวิทยุกระจายเสียง เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ภาคพื้นดินและวิทยุสามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสถานี ผ่านช่องทางที่หลากหลาย รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการโทรทัศน์ และวิทยุได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ตลอดจนใช้เป็นช่องทางการสื่อสารในภาวะฉุกเฉินอีกด้วย
“แผนแม่บทฉบับนี้ จะใช้เป็นกรอบแนวทางในการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของประเทศ ในระยะ 5 ปี โดยมุ่งเน้นให้เกิดการบริหารคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการและพัฒนาการทางเทคโนโลยี สามารถรองรับภูมิทัศน์สื่อดิจิทัลที่มีพลวัต เกิดการแข่งขันอย่างเสรีภายใต้กฎกติกาที่เป็นธรรม มีการพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ด้วยความโปร่งใส และกำกับดูแลการประกอบกิจการให้ยืดหยุ่นเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้กฎกติกาที่เป็นธรรม
รวมทั้งมุ่งส่งเสริมการประกอบการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ของไทย ให้เป็นพื้นที่สาธารณะทางการสื่อสารที่มีการใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และพัฒนาศักยภาพในการประกอบกิจการอย่างเป็นระบบต่อเนื่องให้มีความเข้มแข็ง ได้มาตรฐานสากล ตลอดจนยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพควบคู่กับการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้เข้าถึงและใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารและบริการได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีการพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับกลุ่มเปราะบางทางสังคม ได้แก่ ผู้พิการ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส” น.ส.อรดา ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา