
ปปง.ยึดทรัพย์ 4.6 แสน คดีทุจริตทางทะเบียน-ฟอกเงินกลุ่ม‘รณภัทร’ กับพวก เงินสด 1 รายการ พฤติการณ์ลักลอบทำบัตรประชาชนให้ผู้ไม่มีสถานะ แบ่งหน้าที่กันทำ เรียกค่าตอบแทนรายละ 55,000 บาท
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 103/2569 เรื่อง ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รายนายรณภัทร หรือ นายภูวดล หรือ นายนรบดี กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น โดยเป็นการยึดทรัพย์สินจำนวน 1 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่ารวม 464,000 บาท
คำสั่งระบุพฤติการณ์ว่า ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร้องทุกข์ กล่าวโทษ และจับกุมกลุ่มเครือข่ายลักลอบทำบัตรประชาชนสำหรับบุคคลผู้ไม่มีคุณสมบัติหรือไม่มีสถานะทางทะเบียนที่จะทำบัตรประชาชนได้ รายนายรณภัทร หรือ นายภูวดล หรือ นายนรบดี กับพวก โดยมีพฤติการณ์การกระทำความผิดในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำทุจริตทางทะเบียนเพื่อทำบัตรประชาชนและเพิ่มชื่อบุคคลในทะเบียนราษฎร โดยเรียกค่าตอบแทนรายละ 55,000 บาท มีการสั่งการให้จัดทำเอกสารคำร้องเกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎร (ท.ร.31) แบบสำรวจเพื่อจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (แบบ 89) แบบบันทึกขอจัดทำประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และแบบบันทึกถ้อยคำทายาท (ป.ค.14) ซึ่งไม่เป็นไปตามขั้นตอนหรือระเบียบราชการ และให้ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชน หรือบุคคลที่น่าเชื่อถือลงชื่อเป็นพยานในแบบบันทึกถ้อยคำทายาท (ป.ค.14) เพื่อให้บุคคลผู้ไม่มีสถานะได้มีชื่อในทะเบียนราษฎร ตามแบบ ท.ร.38 ก และนำไปดำเนินการทำบัตรประชาชนต่อไป ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเวียงแหง ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดี อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (5) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
คำสั่งมีรายละเอียดดังนี้ คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 103/2569 เรื่อง ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ด้วยสำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตามหนังสือลงวันที่ 13 มกราคม 2568 เรื่อง รายงานความผิดมูลฐาน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด รวมทั้งจากการรวบรวมพยานหลักฐาน ปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า นายรณภัทร หรือ นายภูวดล หรือ นายนรบดี กับพวก มีพฤติการณ์การกระทำอันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (5) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือเป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงิน และเนื่องจากทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีนี้ ประกอบด้วยสังหาริมทรัพย์ประเภทเงินสด อันเป็นทรัพย์สินที่มีสภาพคล่อง สามารถปกปิด ซ่อนเร้น หรือโอนเปลี่ยนมือได้โดยง่าย หากมิได้มีการออกคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว อาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าวไปเสีย
@ยึดทรัพย์สิน 1 รายการ 4.6 แสนบาท
คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 จึงมีมติให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 1 รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2569 รวมราคาประเมินทั้งสิ้น 464,000 บาท มีรายละเอียดทรัพย์สินดังนี้:
-
รายการทรัพย์สินที่ยึด 1 รายการ คือ เงินสด จำนวน 464,000 บาท (สี่แสนหกหมื่นสี่พันบาทถ้วน) พร้อมดอกผล ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ผู้ครอบครองหรือเจ้าของกรรมสิทธิ์ นายจรัล
ทั้งนี้ ผู้ซึ่งถูกยึดทรัพย์สินตามคำสั่งนี้ หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว สามารถยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งยึดได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา