
'คณะกรรมการ กกต.' เผยแพร่คำวินิจฉัย ยกคำร้อง 'สุพิศ พิทักษ์ธรรม' นายกอบจ.สงขลา ชี้ ไม่ได้ถูกสอบสวน-ทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ราชการตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. ที่ 484/2569 ยกคำร้อง นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา กรณีคำร้องขณะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 ก.พ.68 ว่า กระทำการฝืนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (5) หลอกลวงเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ภายหลังพิจารณาจากหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนแล้วเห็นว่า ผู้ถูกร้อง (นายสุพิศ) ได้ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งด้วยถ้อยคำดังกล่าวเพื่อชี้แจงและยืนยันว่าผู้ถูกร้องมิได้ถูกสอบสวนเพราะกระทำการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ราชการตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เท่านั้น ไม่ใช่การหลอกลวง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องตามที่มีการกล่าวหา โดยมีรายละเอียดดังนี้
ผู้ร้องยื่นคำร้องและให้ถ้อยคำว่า ผู้ร้องได้รับคลิปวิดีโอบันทึกการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งของผู้ถูกร้อง (นายสุพิศ) เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งด้วยถ้อยคำตอนหนึ่งว่า “เรื่องที่สามที่จะเปิดใจ พี่น้องเห็นใช่ไหม ติ๊กต๊อก บ้าง เฟซบุ๊ก บ้างสารพัด สุพิศ มีเรื่องใน ป.ป.ช. สุพิศ มีเรื่องใน สตง. สุพิศ โดนตั้งกรรมการสอบ เอามาการเล่นกันเละเทะ ตุ้มเป๊ะ นี่การวัฒนธรรมที่ไม่ดีครับพี่น้อง........ ผมเป็นข้าราชการตั้งแต่ซีหนึ่งถึงซีสิบ ไม่เคยมีหนังสือหรือผู้บังคับบัญชาตั้งกรรมการสอบ แม้แม้แต่ครั้งเดียว.... ผมไม่เคยไป ป.ป.ช. เพื่อชี้แจง ผมไม่เคยไป สตง. เพื่อชี้แจง ผมไม่เคยไปดีเอสไอเพื่อไปชี้แจง ผมไม่เคยมีเอกสารมาหาผมว่าสุพิศมีเรื่องอยู่ในนี้ ทั้งชีวิตเกิดมาจนลาออกไม่มีครั้งเดียวครับพี่น้อง...” ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะผู้ร้องได้รับข้อมูลที่ปรากฏในเว็บไซต์ข่าวคมชัดลึกเป็นเอกสารของสำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ระบุได้ว่า ผู้ถูกร้องเคยถูกสอบสวนเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
การปราศรัยของผู้ถูกร้องเป็นการหลอกลวง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (5)
คณะกรรมการ กกต. พิจารณารายงานการไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบกัน ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2568 ผู้ถูกร้องได้ปราศรัยด้วยถ้อยคำตามคำร้องซึ่งในการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ช. มีหนังสือ ลับ ด่วนที่สุด ที่ ปช 0004/0410 ลงวันที่ 13 ก.พ.2568 แจ้งว่า ได้ตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.พ.2568 ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกร้องเป็นบุคคลที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม และมีหนังสือ ลับ ที่ ปช 0021/3328 ลงวันที่ 18 มี.ค. 2568 แจ้งว่าผู้ถูกร้องไม่เคยถูกกล่าวหา
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มีหนังสือ ลับ ที่ ตผ 0044/1209 ลงวันที่ 19 ก.พ.2568 แจ้งว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการกระทำของผู้ถูกร้อง จำนวน 6 เรื่อง โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณารับเรื่องร้องเรียนไว้ตรวจจสอบตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนดแล้วปรากฏว่า ไม่เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณารับเรื่องไว้ตรวจสอบจำนวน 5 เรื่อง และเข้าหลักเกณฑ์การพิจารณารับเรื่องไว้ตรวจสอบ จำนวน 1 เรื่อง ซึ่งในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ได้มีหนังสือเชิญผู้ถูกร้องมาให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ในฐานะเป็นผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องที่รับไว้ตรวจสอบ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2561 ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบไม่ปรากฏว่าผู้ถูกร้องต้องรับผิดตามข้อตรวจสอบและความเสียหายที่เกิดขึ้น
กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีหนังสือ ลับ ด่วนที่สุด ที่ ยธ 0816/0115 ลงวันที่ 5 มี.ค. 2568 แจ้งว่า ได้ตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูลว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรวจสอบหรือเคยตรวจสอบผู้ถูกร้องตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 พบเพียงกรณีบัตรสนเท่ห์แจ้งเบาะแสการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (ฮั้วประมูล) ประกวดราคาซื้อเครื่องสูบน้ำที่ใช้ในงานกรมชลประทาน ซึ่งขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีข้อสั่งการยุติเรื่อง และเก็บเป็นข้อมูลเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2564 โดยไม่มีการเรียกให้ผู้ถูกร้องชี้แจง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือ ลับ ด่วนที่สุด ที่ กษ 0202/2165 ลงวันที่ 24 ก.พ.68 แจ้งว่า เคยได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหาผู้ถูกร้องเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีพฤติกรรมแสวงหาผลประโยชน์เกี่ยวกับการจัดซื้อโครงการต่าง ๆ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดมวยการกุศลโดยอ้างว่าจะนำรายได้เข้าสวัสดิการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แต่ได้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ เป็นเจ้าของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเป็นการกล่าวหาโดยไม่ปรากฏชื่อผู้ร้องหรือที่อยู่ที่สามารถตรวจสอบได้ จึงถือว่าเป็นบัตรสนเท่ห์
ประกอบกับเป็นการกล่าวหาโดยไม่ระบุพยานหลักฐานหรือพยานบุคคลที่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการกระทำกล่าวหาหรือไม่ จึงไม่รับบัตรสนเท่ห์ดังกล่าวไว้พิจารณา และกรมชลประทาน มีหนังสือ ลับ ด่วนที่สุด ที่ กษ 0329/74 ลงวันที่ 12 มี.ค.2568 แจ้งว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ผู้ถูกร้องมีประวัติถูกร้องเรียนกล่าวหาผ่านศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกลว่า มีนโยบายให้ผู้อำนวยการส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 1 ถึง 6 ต้องรับงาน 500 ล้านขึ้นไปต่อปี จากรับงาน 150 ถึง 200 ล้านบาทต่อปี ตามกำลังเครื่องจักรและแนะนำให้ใช้วิธีเช่าเครื่องจักรเป็นหลัก ซึ่งผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกลเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนบริหารเครื่องจักรกรกลที่ 7 (ภาคใต้) ใช้วิธีการทำงาน 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 60 เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนเป็นเงิน และบังคับให้เงิน 10 เปอร์เซ็นต์ให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 ถึง 17 และแก้เงื่อนไขกระบวนการพัสดุโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบกระจายน้ำและสถานีสูบน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง-ชี-มูล เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทที่ผู้ถกร้องต้องการ และสำนักงาน ป.ป.ช. ขอทราบข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดสำนักเครื่องจักรกลกระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กรณีเดินทางไปราชการ จึงได้อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งจากการสืบสวนไม่ปรากฏว่าการกระทำของผู้ถูกร้องมีมูลเป็นการกระทำผิดวินัย
ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนแล้วเห็นว่า ผู้ถูกร้องได้ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งด้วยถ้อยคำดังกล่าวเพื่อชี้แจงและยืนยันว่าผู้ถูกร้องมิได้ถูกสอบสวนเพราะกระทำการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ราชการตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เท่านั้น มิใช่การหลอกลวง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้องตามที่มีการกล่าวหา จึงรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกร้องกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (5) ตามคำร้อง
จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง


อ่านข่าวประกอบ : ‘กกต.’ ยกคำร้อง ‘สุพิศ-วัฒนา’ สัญญาว่าจะให้-เข้าใจผิดในคะแนนนิยม เลือกตั้ง ‘นายกอบจ.’

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา