‘สำนักงาน ก.พ.’ เปิดรับฟังความคิดเห็นฯ ‘มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด’ เสนอ ‘เออร์ลี่รีไทร์’ ข้าราชการพลเรือนสามัญ 2 กลุ่มเป้าหมาย จ่าย ‘เงินก้อน’ 8-12 เท่า ชงเปิดทาง ‘ส่วนราชการ’ จ้าง ‘Outsource’ 1 คน ต่อผู้เข้าร่วมมาตรการฯ 5 คน ขณะที่ล่าสุดมีผู้ร่วมแสดงความเห็นแล้ว 1.06 หมื่นราย
.................................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยสำนักงาน ก.พ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นฯต่อหลักการในเรื่องดังกล่าว ทั้งจากข้าราชการพลเรือนสามัญและประชาชนทั่วไป ไปจนถึงวันที่ 5 ส.ค.2569 ขณะที่ล่าสุดมีผู้ตอบแบบสำรวจและร่วมเสนอความคิดเห็นฯแล้ว 10,618 ราย
สำหรับหลักการหรือประเด็นสำคัญของมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ (เออร์ลี่รีไทร์) มี 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ 2.การกำหนดสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ 3.การกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง 4.การกำหนดเงื่อนไขโดยห้ามมิให้ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ กลับเข้ารับราชการ หรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท
และ 5.การกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation ของส่วนราชการได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด
ส่วนประเด็นคำถามในแบบสำรวจความคิดเห็นฯมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้แก่ 1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป หรือมีอายุราชการ 25 ปี ขึ้นไป (ไม่รวมเวลาทวีคูณ) และมีเวลาราชการเหลือตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป กลุ่มที่ 2 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 40-49 ปี และมีอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป
2.ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดที่จะนำไปคำนวณเป็นสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทั้ง 2 กลุ่มจะได้รับในอัตราที่เท่ากัน 3.โปรดเลือกจำนวนเท่าสูงสุด (8-12 เท่า) ที่จะนำไปคำนวณเป็นเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทั้ง 2 กลุ่ม ควรได้รับ 4.โปรดเลือกจำนวนเท่าสูงสุด (8-12 เท่า) ที่จะนำไปคำนวณเป็นเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ กลุ่มที่ 1 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับ
5.โปรดเลือกจำนวนเท่าสูงสุด (8-12 เท่า) ที่จะนำไปคำนวณเป็นเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ กลุ่มที่ 2 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 40-49 ปี ควรได้รับ 6. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ส่วนราชการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ 7.ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดเงื่อนไขโดยห้ามมิให้ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ กลับเข้ารับราชการ หรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท
8.ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation ของส่วนราชการได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด เช่น กรณีส่วนราชการมีผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จำนวน 5 คน สามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) ได้ จำนวน 1 คน เป็นต้น และ 9.ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
“นโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เม.ย2569 ข้อ 21 การปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการปรับบทบาท ภารกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานให้ชัดเจน ลดภารกิจที่ซ้ำซ้อน จัดทำมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดและมาตรการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เปลี่ยนบทบาทภาครัฐเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” ให้เหลือบทบาท“ผู้ควบคุม” เพียงเท่าที่จำเป็น ควบคู่กับการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ Work from Anywhere เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับสถานการณ์
เร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัลควบคู่กับการปรับระบบประเมินผลที่มุ่งเน้นผลลัพธ์และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลัก รวมถึงเป็นการประเมินที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตลอดจนดำเนินการลดรายจ่ายของภาครัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง อาทิ การลงทุนในสิ่งปลูกสร้างที่ไม่จำเป็น การศึกษาดูงานต่างประเทศ”สำนักงาน ก.พ. ระบุถึงความเป็นมาในการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ ระหว่างวันที่ 22 ก.ค.-5 ส.ค.2569
รายงานข่าวจากสำนักงาน ก.พ.แจ้งว่า จากข้อมูลสรุปภาพรวมกำลังคนภาครัฐ ปีงบ 2567 ซึ่งเผยแพร่เมื่อปี 2568 พบว่า กำลังคนภาครัฐมีจำนวน 3,004,485 คน แบ่งเป็น ข้าราชการ 1,756,606 คน ในจำนวนนี้เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ 414,088 คน และกําลังคนประเภทอื่น 1,247,879 คน

อ่านเพิ่มเติม : มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา