
‘ศาลปกครองกลาง’ พิพากษาเพิกถอนประกาศฯ ชะลอการเลือกตั้งผู้แทนฝ่าย ‘นายจ้าง-ผู้ประกันตน’ ออกไปโดยไม่มีกำหนด ชี้เป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
.........................................
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ศาลปกครองกลางมีคําพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1475/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1611/2569 ระหว่าง นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ที่ 1 กับพวกรวม 14 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน (ผู้ถูกฟ้องคดี) ซึ่งเป็นคดีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสี่ ฟ้องเพิกถอนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ที่ประกาศเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569
และศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ในประเด็นที่เป็นเนื้อหาของคดี ศาลวินิจฉัยว่า ผู้ถูกฟ้องคดีออกประกาศพิพาท โดยมีเจตนาจะงดเว้นการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ให้มีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายประกันตน ลงวันที่ 25 พ.ค.2569 อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่สามารถกระทำได้
แต่ผู้ถูกฟ้องคดี ไม่อาจกล่าวอ้างความจำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงแรงงานฯ พ.ศ.2564 ในส่วนที่มีเนื้อหากําหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องได้ลงทะเบียนเป็นผู้จะใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคมซึ่งเป็นเนื้อหาอย่างเดียวกันกับข้อ 2 ของประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ฯ ลงวันที่ 25 พ.ค.2569 ที่ศาลได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับไว้เป็นการชั่วคราวแล้วในคดีหมายเลขดำที่ 1320/2569 ได้
อีกทั้ง ในคดีหมายเลขดำที่ 1320/2569 ศาลปกครองกลางมิได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ ลงวันที่ 25 พ.ค.2569 ทั้งฉบับที่อาจทำให้ผู้ถูกฟ้องคดี ไม่อาจจัดการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ก.ย.2569 ได้แต่อย่างใด ผู้ถูกฟ้องคดีจึงต้องผูกพันตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ ลงวันที่ 25 พ.ค.2569 ที่ผู้ถูกฟ้องคดีออกมาใช้บังคับ โดยต้องจัดการเลือกตั้งต่อไปตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ ลงวันที่ 25 พ.ค.2569 และไม่สามารถใช้บังคับข้อ 2 ของประกาศดังกล่าวที่ศาลได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับไว้เป็นการชั่วคราวแล้วได้
ซึ่งไม่ว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นในภายหลัง กรณีหามีผลทำให้การจัดการเลือกตั้งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ได้ดำเนินการไปโดยชอบตามอำนาจหน้าที่และตามคำสั่งศาลเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการเลือกตั้ง และมีการจัดเตรียมงบประมาณสำหรับการเลือกตั้งในวันที่ 27 ก.ย.2569 ไว้เพียงพอที่จะสามารถจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยได้ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีออกประกาศพิพาทย่อมมีผลเป็นการงดเว้นการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามประกาศคณะกรรมการครั้งที่ 17/2569
การเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ให้มีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายประกันตน ลงวันที่ 25 พ.ค.2569 ทำให้กระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การกำหนดที่เลือกตั้ง การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ฯ ลงวันที่ 25 พ.ค.2569 ไม่อาจดำเนินการต่อไปได้อย่างไม่มีกำหนดระยะเวลา
จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าการออกประกาศพิพาท เป็นกรณีมีเหตุจําเป็นตามที่ระเบียบกระทรวงแรงงานฯ ข้อ 6 (7) กำหนดไว้ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีออกประกาศพิพาทจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น การออกประกาศพิพาทจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กรณีคําขอท้ายฟ้องข้อ 2 ที่ขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนตามกฎหมาย โดยให้เป็นไปตามกําหนดเวลาเดิมในวันที่ 27 ก.ย.2569 นั้น เป็นคําขอที่สืบเนื่องจากคําขอท้ายฟ้องข้อ 1 ซึ่งหากศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนประกาศพิพาทตามคําขอท้ายฟ้องข้อ 1 ของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสี่แล้ว
ย่อมเป็นหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคมต่อไป ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ ลงวันที่ 25 พ.ค.2569 โดยไม่อาจนําความในข้อ 2 ของประกาศดังกล่าวที่ศาลได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับไว้เป็นการชั่วคราวมาใช้บังคับได้ คําขอท้ายฟ้องข้อ 2 จึงเป็นคําขอที่ศาลไม่อาจกำหนดคําบังคับได้ตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
พิพากษาเพิกถอนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเรื่อง ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ลงวันที่ 27 ก.ค.2569 โดยให้การเพิกถอนมีผลตั้งแต่วันที่ออกคำสั่งดังกล่าว และให้คำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ลงวันที่ 27 ก.ค.2569 มีผลต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น คําขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
สำหรับคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีออกประกาศชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนออกไปโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดการเลือกตั้งในวันที่ 27 ก.ย.2569 โดยอ้างว่าศาลปกครองกลางมีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ 1320/2569 สั่งทุเลาการบังคับเงื่อนไขการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบางประการ
ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า การออกประกาศชะลอการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากศาลไม่ได้มีคำสั่งให้เลื่อนหรือชะลอการจัดเลือกตั้งแต่อย่างใด การประกาศเลื่อนออกไปโดยไม่มีก าหนดจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานกองทุนประกันสังคม จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา