
'รังสิมันต์ - ประธาน กมธ.กฎหมายฯ' สภาฯ เผย 'คกก.ตรวจสอบชุดปกรณ์' ชี้มูล 'รองผู้ว่าฯโคราช – รองผู้ว่าฯประจวบฯ' - '3 อดีตอธิบดี สถ.' จี้ 'อนุทิน' ส่ง 'ป.ป.ช.' ระบุ 'ผู้ชี้แจง' ให้ข้อมูลเชื่อมโยงกัน "มีระดับสูงกว่าอธิบดี สถ." เข้ามาเกี่ยวข้องขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพิจารณาเรื่อง การดำเนินการตามกฎหมาย กรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล อาทิ อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) นายเรืองเดช ศิริกิจ อาจารย์ประจำ มศว ว่า การประชุมกมธ.ฯ ในวันนี้ ได้ข้อเท็จจริงค่อนข้างมาก เราเห็นขบวนการทุจริตการสอบท้องถิ่นชัดเจนมากขึ้นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่เฉพาะฝ่ายข้าราชการประจำเท่านั้นที่ทำ เนื่องจากข้อมูลหรือคำชี้แจงของ มบ. และ มศว ชี้ตรงว่า มีความพยายามที่จะดำเนินการที่ส่อไปในทางที่ทำให้เกิดการทุจริตหลายครั้งซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูง
“ยกตัวอย่างเช่นข้อมูลที่กมธ.ฯได้รับ คือ มีบุคคลระดับสูงกว่าอธิบดีที่พยายามเข้าไปติดต่อ พูดคุยกับมหาวิทยาลัยที่จะชนะการจัดสอบท้องถิ่น ซึ่งบุคคลระดับสูงที่ว่า ยังไม่ได้รับคำตอบยืนยันว่า เป็นใคร ซึ่งอาจจะได้ข้อมูลหลังบ้าน หรือ ข้อมูลเป็นเอกสารอีกครั้ง ซึ่งบุคคลระดับสูงที่ว่านี้ มีการนัดพูดคุยกับอาจารย์บางท่าน เข้าไปคุยกันที่เซฟเฮ้าส์ เพื่อที่จะมีการขอกัน ส่วนรายละเอียดยังไม่ทราบว่า ขออะไร”นายรังสิมันต์กล่าวและว่า
อ่านประกอบ : 'ทรงศักดิ์' ยันไม่เคยพบม.บูรพาที่เซฟเฮ้าส์ก่อนเลิกสัญญาจัดสอบท้องถิ่น
“เรื่องราวทั้งหมดของการทุจริตสอบท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ไม่ได้จำกัดอยู่ในเฉพาะในเอกสาร มีการนัดคุย ติดต่อประสานงานจากหลายฝ่าย คนเหล่านี้อาจจะไม่ได้มีตำแหน่งที่ชัดเจนทั้งหมด แต่มีบางคนที่สูงกว่าอธิบดี สถ. ที่ไปคุยกับอาจารย์บางท่านที่เซฟเฮ้าส์”นายรังสิมันต์กล่าวย้ำ
@ ทองเจือ เกี่ยวอะไรกับจัดสอบท้องถิ่น?
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ในฝั่งของข้าราชการก็เช่นเดียวกัน มีการขอมหาวิทยาลัยบางมหาวิทยาลัย เช่น หลังจากได้รับเป็นผู้ชนะในผลสอบ มีการขอให้ซื้อรถให้ มีการขอเรื่องของผลประโยชน์ต่างตอบแทน เช่น เงิน แม้จะยังไม่มีการชี้ชัดว่า เป็นตัวเลขจำนวนเท่าไหร่ แต่มีการขอแน่นอน
นายรังสิมันต์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการส่งรายชื่อในระดับหลักร้อยให้มหาวิทยาลัยเพื่อนำไปสู่การประกาศรายชื่อของผู้ที่สอบได้ในรายชื่อที่มีการขอกันมา
“ขอมูลการพบปะกับบุคคลสำคัญอย่างไรบ้าง เบื้องต้นอาจารย์มศว ขอไม่เอ่ยนาม ได้มีการพบปะกับนายวิน (นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ นายอัศวิน โชติพนัง อดีตคณะทำงานรมว.สาธารณสุข) จริงๆ โดยที่นายวิน พูดง่ายๆ คือ ถูกส่งมาโดยอธิบดีท่านหนึ่งเพื่อมาพบปะ ทำให้อาจารย์มศว เข้าใจว่า นายวินเป็นบุคคลของ สถ. เนื่องจากรู้จักกับคนจำนวนมาก ทำให้มีการนัดและพูดคุยกัน ส่วนรายละเอียดการพูดคุยขอยังไม่เปิดเผย”นายรังสิมันต์กล่าวและว่า
“ได้มีการติดต่อ ประสานงานระหว่างนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กับอาจารย์บางท่าน ซึ่งเกี่ยวพันกับเรื่องการสอบท้องถิ่นด้วย นายทองเจือ เป็นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับการสอบท้องถิ่น”นายรังสิมันต์กล่าว
@ ชุดปกรณ์ ชี้มูล กราวรูด
นายรังสิมันต์กล่าวว่า สำหรับการชี้มูลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการชี้มูลจำนวนหลายบุคคลที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดการทุจริตสอบท้องถิ่น เช่น มศว นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา คณะกรรมการจัดทำร่างเขตของงาน (TOR) ในขณะนั้น พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ หรือ สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการจัดทำร่างทีโออาร์ในขณะนั้น ร.ต.ท. ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี อธิบดี สถ. นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีสถ. และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง อดีตอธิบดี สถ.ในขณะนั้น
“แต่เนื่องจากการตรวจสอบที่นำโดยนายปกรณ์ ยังไม่ได้ย้อนหลังกลับไปในยุคที่ทาง มบ.ได้งานในตอนแรก ทำให้ยังไม่มีการตรวจสอบรวมไปถึง ไม่ว่าจะเป็นนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี รมช.มหาดไทย (มท.2) กำกับ สถ. ในขณะนั้น นายทองเจือ เป็นที่น่าสังเกตว่า ดูเหมือนว่า คณะกรรมการตรวจสอบที่นำโดยนายปกรณ์จะจำกัดเฉพาะกรณีที่ มศว ได้งานเท่านั้น ทั้งที่จริงมหากาพย์การโกงครั้งนี้ เริ่มต้นจากการเขี่ย มบ. ออกไปตั้งแต่ต้นแล้ว และตกลงนายอนุทินจะดำเนินการอย่างไรต่อไป”นายรังสิมันต์กล่าวและว่า
“วันนี้คณะกรรมการตรวจสอบของนายปกรณ์การทำงานยังไปไม่ถึง มบ. ทั้งที่เป็นจุดเริ่มต้น ถ้าไม่เอาข้อเท็จจริงของ มบ.เข้ามา ผมคิดว่าเป็นการตัดตอนชัดเจน ซึ่งอาจารย์ที่มาให้ข้อมูลชัดเจนมากว่า มหาวิทยาลัยจะถูกบี้ ถูกขอ ถูกกดดันตลอดเวลา พูดถึงขนาดว่า ผู้ใหญ่ไม่ชอบคนหัวแข็ง มีความพยายามกดดันทุกรูปแบบ คิดว่า สิ่งนี้เป็นการนวดเพื่อให้มหาวิทยาลัยต้องให้ความร่วมมือในการทุจริตผ่านคนในกระทรวงมหาดไทย”นายรังสิมันต์กล่าว
@ คอขวดอยู่ที่อนุทิน
นายรังสิมันต์กล่าวว่า คอขวดสำคัญของเรื่องการทุจริตข้อสอบท้องถิ่นอยู่ที่นายอนุทิน ถ้าไม่ส่งเรื่องไปดำเนินการ ยิ่งกว่าตัดตอน ตัดตอนมีสองภาค ภาคที่หนึ่ง ตัดตอนการเมือง ไม่ให้การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ข้าราชการรับไป ซวยไป กับ ตัดตอนภาคที่สอง ข้าราชการบางกลุ่มรอด บางกลุ่มซวย ดังนั้น วันที่ 31 ส.ค.นี้ ที่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท. ที่ออกมาบอกว่า จบ จะเป็นการตัดตอนว่า จะเอาใครให้รอด เอาใครให้ซวยบ้าง
นายรังสิมันต์กล่าวว่า โดยภาพรวมเริ่มปรากฏความเชื่อมโยงว่าฝ่ายการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งนี้อย่างแน่นอน ผมในฐานะประธานกมธ.ฯ จะติดตามเรื่องนี้ต่อไป แต่สิ่งที่อยากจะทราบมากๆ คือ จนถึงวันนี้ทาง ป.ป.ช. ได้มีการส่งหนังสือเรียก ไม่ว่าจะเป็น นายอนุทิน นายทรงศักดิ์ หรือ นายทองเจือ ไปให้ข้อมูลปากคำบ้างหรือยัง
“เหตุผลที่ทั้ง 3 บุคคลมีความสำคัญ เช่น นายทองเจือ มีการติดต่อประสานงานพูดคุยกันกับ มศว น่าสงสัยว่า นายเจือมีภารกิจ เกี่ยวข้องอย่างไรกับการสอบท้องถิ่น ในส่วนของนายอนุทิน เนื่องจากจุดเปลี่ยนของเรื่องนี้ที่สำคัญมากคือ มีการไปยกเลิกไม่ให้ มบ. ได้งาน ถ้าไม่มีจุดเปลี่ยนตรงนี้ คิดว่าการทุจริตจะไม่ถึงขนาดนี้ ทำไมนายอนุทินถึงยังนั่งดูดาย แล้วทำไมยังไม่มีหน่วยงานไหนเรียกนายอนุทินไปตรวจสอบในเรื่องนี้ ทั้งๆที่จุดนี้เป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้สตอรี่ ทำให้เรื่องราวของปมการสอบทุจริตกลายเป็นเงื่อนงำที่สำคัญ กลายเป็นมหากาพย์การโกงที่สำคัญบนผืนแผ่นดินไทย”นายรังสิมันต์กล่าวและว่า
“ส่วนนายทรงศักดิ์เป็นบุคคลที่เราให้ความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับการทุจริตในเรื่องนี้ เนื่องจากเคยเป็นมท.2 และอาจจะมีความคาบเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของมหากาพย์เรื่องนี้ ไม่มากก็น้อย”นายรังสิมันต์กล่าว
@ บ.จันวาณิชย์ ฯ มีแฟลชไดร์ฟ อีกอัน
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ส่วนข้อมูลการสอบท้องถิ่นที่อยู่ในการครอบครองของ สถ. ซึ่งเก็บไว้ในรูปของแฟลชไดร์ฟ 2 ส่วน ไม่ตรงกัน ส่วนแรก ไฟล์เอ็กซ์เซล ข้อมูลที่เป็นคะแนนดิบ ส่วนที่สอง ไฟล์รูปภาพที่ได้จากการสแกนหน้ากระดาษคำตอบ แต่ข้อมูลสแกนกระดาษคำตอบของ สถ. ตรงกันกับข้อมูลที่อยู่ในการครอบครองของ มศว และบริษัทโรงพิมพ์แห่งหนึ่ง
“สิ่งที่เราสงสัย คือ การแก้ไขผลคะแนนในแฟลชไดร์ฟที่เป็นคะแนนดิบและอยู่ในการครอบครองของ สถ. เกิดขึ้นโดยใคร เกิดขึ้นโดย มศว ตั้งแต่การส่งมอบ หรือ เป็นการแก้ หรือ ดำเนินการโดย สถ. ซึ่งเบื้องต้นยังสรุปไม่ได้ว่า เป็น มศว หรือ สถ. แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ สถ. ไม่ได้สนใจในการที่จะไปหาว่า การทุจริตที่เกิดขึ้นใน สถ. มีการดำเนินการโดยใครบ้าง ไม่ได้สนใจว่า โจร ผู้ร้ายที่อยู่ในองค์กรตัวเองใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนแก้ ไม่ได้สนใจในการตามหาผู้กระทำผิดที่อยู่ในองค์กรของตัวเอง”นายรังสิมันต์กล่าว
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า โรงพิมพ์ดังกล่าว คือ บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ๊นท์ติ้ง จำกัด
อ่านประกอบ : 'ผอ.เรืองเดช' มศว แจง 'กมธ.ปปช.' รับ จ้างช่วง บ.จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ฯ สแกนเอกสาร-จัดเก็บข้อมูล

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา