
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 3 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบต.โคกสะอาด’ จ.อุบลราชธานี 6 ปี คดีทุจริตเบิกจ่ายค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการจัดทำหรือปรับปรุงข้อมูล-แผนที่ภาษี
............................................
เมื่อวันที่ 30 ส.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 93/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 29/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายพงศ์พิสุทธิ์ บุตรดาพงษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาด อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี กับพวก ในคดีทุจริตเบิกจ่ายค่าจ้างที่ปรึกษาตามโครงการจัดทำหรือปรับปรุงข้อมูลและแผนที่ภาษี ประจำปี พ.ศ.2560
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายพงศ์พิสุทธิ์ บุตรดาพงษ์) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 จำเลยที่ 6 มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 ประกอบ ม.86, 162 (1) (4) พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 จำเลยที่ 7 มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 ประกอบ ม.86, 161, 162 (1) (4), 265, 268 พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม. 123/1 จำเลยที่ 8 และที่ 9 มีความผิดตาม ป.อ. ม.151 ประกอบ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 ประกอบ ป.อ. ม.86
จำเลยที่ 22 มีความผิดตาม ป.อ. ม.161, 162 (1) (4), 265 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จำเลยที่ 10 ถึงที่ 21 มีความผิดตาม ป.อ. ม.162 (1) จำเลยที่ 23 ถึงที่ 31 มีความผิดตาม ป.อ. ม.162 (3) (4)
การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 6 ถึงที่ 9 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. ม.151 ลงโทษจำเลยที่ 6 ถึงที่ 9 ตาม ป.อ. ม.151 ประกอบ ม.86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. ม.90 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 9 คนละ 4 ปี ปรับจำเลยที่ 8 เป็นเงิน 200,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ถึง 5 และจำเลยที่ 10 ถึงที่ 21 คนละ 1 ปี และปรับคนละ 30,000 บาท
จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ 11 ถึงที่ 21 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกิ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม.78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ 10 ถึง 21 คนละ 6 เดือน และปรับคนละ 15,000 บาท
การกระทำของจำเลยที่ 22 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม ป.อ. ม.161 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. ม.91 จำคุกจำเลยที่ 22 มีกำหนด 1 ปี และปรับ 39,000 บาท จำเลยที่ 22 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม.78 คงจำคุกจำเลยที่ 22 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 19,500 บาท
จำคุกจำเลยที่ 23 ถึงที่ 33 คนละ 1 ปี และปรับคนละ 39,000 บาท จำเลยที่ 25 ที่ 26 ที่ 29 และที่ 31 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม.78 คงจำคุกจำเลยที่ 25 ที่ 26 ที่ 29 และที่ 31 คนละ 6 เดือน และปรับคนละ 19,500 บาท จำเลยที่ 23 ที่ 25 ที่ 27 ที่ 28 และที่ 30 ให้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ในชั้นพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตาม ป.อ. ม.78 คงจำคุกจำเลยที่ 23 ที่ 25 ที่ 27 ที่ 28 และที่ 30 คนละ 8 เดือน และปรับคนละ 26,000 บาท
พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีและสภาพความผิดของจำเลยที่ 2 ที่ 5 และที่ 10 ถึงที่ 31 แล้ว เห็นว่า นิสัยและความประพฤติของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และที่ 10 ถึงที่ 31 ยังอยู่ในวิสัยแก้ไขขัดเกลาได้ ประกอบกับไม่ปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสโดยการรอการลงโทษไว้ น่าจะเป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และจำเลยที่ 10 ถึงที่ 31 และสังคมโดยรวมมากกว่าจะจำคุกไปเสียเลยทีเดียว
โทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และที่ 10 ถึงที่ 31 จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด คนละ 2 ปี ตาม ป.อ. ม.56 หากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จำเลยที่ 10 ถึงที่ 31 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. ม.29, 30 หากจำเลยที่ 8 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. ม.29 ให้ริบเงินของกลาง ข้อหาและคำขออื่นให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ครั้งที่ 067/2569 เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายพงศ์พิสุทธิ์ บุตรดาพงษ์กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นายพงศ์พิสุทธิ์ บุตรดาพงษ์ กับพวก จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 122/2567 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2567 มีมติชี้มูลความผิด นายพงศ์พิสุทธิ์ บุตรดาพงษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาด อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี กับพวก ในคดีทุจริตเบิกจ่ายค่าจ้างที่ปรึกษาตามโครงการจัดทำหรือปรับปรุงข้อมูลและแผนที่ภาษี ประจำปี พ.ศ.2560 โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. ม.86 ม.83 ม.90 ม.91 ม.151 ม.157 ม.161 ม.162 (1) (4) ,ม.265 ม.268 และตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม.123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.172)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา