‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 5 พิพากษาจำคุก ‘อดีต ผอ.โรงเรียนวัดสวนดอก-พวก’ คดีซ่อมแซมอาคารเรียน 4 หลัง โดยมิชอบ ‘การกระทำไม่ร้ายแรง-พยายามบรรเทาผลร้าย-ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน’ โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี
.....................................
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 82/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อท 6/2566
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายยงยุทธ ขัดผาบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสวนดอก ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ กับพวก ดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซมอาคารเรียน จำนวน 4 หลัง ปีงบประมาณ พ.ศ.2557 โดยวิธีพิเศษ โดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่ (นายยงยุทธ ขัดผาบ จำเลยที่ 1 ,นายประเชษฐ คำปิงชัย จำเลยที่ 2 ,นายสุรพันธ์ ทวิชศรี จำเลยที่ 3 และนายคงกระพัน พลนาวี จำเลยที่ 4) มีความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 157 (เดิม) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1
การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 20,000 บาท จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสี่ของพนักงานคุมประพฤติแล้ว การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่ไม่ร้ายแรงนัก และมีมูลค่าความเสียหายไม่มาก หลังเกิดเหตุจำเลยทั้งสี่ได้พยายามบรรเทาผลร้ายด้วยการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่หน่วยงานราชการ มีความสำนึกต่อการกระทำ ในปัจจุบันก็ยังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ นิสัยและความประพฤติไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรง อยู่ในวิสัยที่จะสามารถปรับปรุงตนเองได้ อีกทั้งการถูกดำเนินคดีน่าจะทำให้หลาบจำ ไม่หวนกลับไปกระทำความผิดอีก
เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดีสักครั้ง โทษจำคุกของจำเลยทั้งสี่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี และคุมความประพฤติมีกำหนดคนละ 1 ปี โดยให้จำเลยทั้งสี่ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติกำหนดให้จำเลยทั้งสี่กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตาม ป.อ. มาตรา 29,30 ข้อหาอื่นให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีอาญา
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 135/2564 เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2564 มีมติชี้มูลความผิด นายยงยุทธ ขัดผาบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสวนดอก ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ กับพวก ดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซมอาคารเรียน จำนวน 4 หลัง ปีงบประมาณ พ.ศ.2557 โดยวิธีพิเศษ โดยมิชอบ โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ.มาตรา 157 ,พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 82/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อท 6/2566 พิพากษายกฟ้องในคดีนายยงยุทธ กับพวก ดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซมอาคารเรียน จำนวน 4 หลัง ปีงบประมาณ พ.ศ.2557 โดยวิธีพิเศษ โดยมิชอบ อย่างไรก็ตาม ต่อมาวันที่ 23 ก.พ.2567 ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท.603/2566 คดีหมายเลขแดงที่ 5950/2567 พิพากษาแก้เป็นว่า ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา