
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 4 พิพากษาจำคุก ‘อดีตหัวหน้าแผนกบริหารงานทั่วไป’ กฟภ.กุมภวาปี 264 เดือน คดีปลอมเอกสารจัดซื้อหม้อแปลงฯ ไม่เคยมีประวัติต้องโทษจำคุก-อยู่ในวิสัยเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีได้ ‘โทษจำคุก’ ให้รอลงอาญา 2 ปี ขณะที่ ‘ป.ป.ช.’ ขอ ‘อัยการสูงสุด’ อุทธรณ์กรณี ‘รอการลงโทษ’ จำเลย
........................................
เมื่อวันที่ 12 ก.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ส.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 251/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 22/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นางเดือนเพ็ญ พะระบาล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักบริหารงานทั่วไป ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าแผนกบริหารงานทั่วไป สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ในคดีปลอมเอกสารการจัดซื้อหม้อแปลงไฟฟ้ากับบริษัทเอกชน โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน โดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลย (นางเดือนเพ็ญ พะระบาล) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 วรรคแรก, วรรคสอง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปรามปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่ละกรรมเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่หนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 44 กรรม วางโทษจำคุกกรรมละ 1 ปี และปรับกรรมละ 20,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กรรมละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เป็นจำคุกกรรมละ 6 เดือน และปรับกรรมละ 10,000 บาท รวมจำคุก 264 เดือน และปรับ 440,000 บาท กรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุด มีอัตราโทษจำคุกจำเลย 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2)
พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติจังหวัดขอนแก่นแล้ว เห็นว่า สาเหตุแห่งการกระทำความผิด เกิดจากการที่จำเลยขาดจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ยึดถือประโยชน์ส่วนตนมากกว่าความถูกต้องชอบธรรม
โดยเล็งเห็นแต่ประโยชน์ที่จะได้รับจากการสั่งซื้อ/สั่งจ่ายหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ตั้งแต่ 30 ถึง 250 เควีเอ ราคาตั้งแต่ 150,000 บาท ถึง 300,000 บาท มีวงเงินในการจัดซื้อ/จัดจ้างในแต่ละครั้งเป็นเงินจำนวนหลายล้านบาท โดยได้รับค่าคอมมิชชั่นจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าอัตราร้อยละ 0.25 ของราคาสินค้าจากผู้บังคับบัญชาสูงสุด กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญในการกระทำความผิด สร้างความเสียหายให้แก่ต้นสังกัดและในประการที่จะเกิดความเสียหายแก่บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายทั้งสองราย จึงสมควรได้รับโทษจำคุกให้หลาบจำมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุจำเลยได้รับโทษวินัยโดยถูกปลดออกจากตำแหน่งหน้าที่ ถือเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต ปัจจุบันประกอบอาชีพในตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด คงได้รับความเดือดร้อนและอับอายต่อบุคคลใกล้ชิดและเพื่อนบ้านอยู่บ้าง
เมื่อพิจารณาจากประวัติและภูมิหลัง ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยมีประวัติต้องโทษจำคุกมาก่อน มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งแน่นอน บุคคลใกล้ชิดและผู้นำชุมชนยังรักใคร่ห่วงใย ประกอบกับแต่ละกระทงความผิด ศาลลงโทษไม่สูงนัก จำเลยจึงอยู่ในวิสัยที่จะว่ากล่าวตักเตือนให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีสักครั้ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับได้ไม่เกิน 2 ปี
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 077/2569 เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติขอความอนุเคราะห์อัยการสูงสุดอุทธรณ์คำพิพากษากรณีรอการลงโทษจำเลย
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นางเดือนเพ็ญ พะระบาล มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์เช่นกัน นางเดือนเพ็ญ พะระบาล จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ครั้งที่ 118/2567 เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2567 มีมติชี้มูลความผิด นางเดือนเพ็ญ พะระบาล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักบริหารงานทั่วไป ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าแผนกบริหารงานทั่วไป สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ในคดีปลอมเอกสารการจัดซื้อหม้อแปลงไฟฟ้ากับบริษัทเอกชน โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน โดยมิชอบ มีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 264 มาตรา 268 ประกอบ มาตรา 264 และมาตรา 91 ,ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบ ป.อ. มาตรา 91 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 ประกอบ ป.อ. มาตรา 91

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา