
เปิดรายได้-เจาะธุรกิจ 'ทิพย์ชีวัน วงศ์สุรไกร' คู่สมรส 'พลพีร์ สุวรรณฉวี-มท.2' ลงทุน 6 บริษัท ถือครอง 3 บริษัท 'โรงเส้นหมี่ชอเฮง' พันล้าน ปี 64-68 รายได้ปีละ 3 พันล้าน อีก 2 บริษัธุรกิจค้าอสังหาฯ ขาดทุนทุกปี-ไม่มีรายได้ 4 ปีติด - โอนหุ้น 3 บริษัท ให้ 'บลจ.เกียรตินาคินภัทร' จัดการทรัพย์สินฯ
มหาดไทยรุ่นใหม่ ภายใต้รุ่นเก่า-ใหญ่ 'อนุทิน ชาญวีรกูล'
'มท.2' - พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ได้รับความไว้วางใจจาก 'มท.1' คุมงาน 2 กรมใหญ่ (กรมที่ดิน,กรมการพัฒนาชุมชน) กับอีก 2 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ,การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) )
'พลพีร์' แสดงบทถึงลูก-ถึงคน กวาดล้างธุรกิจต่างด้าวที่ใช้คนไทยเป็น 'นอมิมี' ในจังหวัดภูเก็ต จนเฉิดฉาย – แคล้วคลาดคมฝีปากพรรคฝ่ายค้านใน 'ซักฟอก' ที่จะระเบิดศึก ระหว่าง 7-11 ธ.ค.69
ไม่มีชื่อ 'พลพีร์' ปรากฎอยู่ในบัญชี 18 รัฐมนตรี ที่ถูก 'จองกฐิน' !!!

ทว่า คำครหา เอื้อประโยชน์ Very Big Vendor List ผู้ประกอบการรายใหญ่-กีดกันรายย่อย และ ข้อหาหนักหน่วง 'หักหัวคิว' โครงการ 'โซลาร์ภาคประชาชน' ที่มี หน่วยงานในกำกับอย่าง 'กฟภ.-กฟน.' เป็น 'หัวเรือใหญ่' กำลังจะย่างกราย บดบังแสง 'พลพีร์' ที่กำลัง 'ฉายแสง'
ด้านความมั่นคั่ง-ตระกูลบ้านใหญ่ 'สุวรรณฉวี' นายพลพีร แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 กับ น.ส.ทิพย์ชีวัน วงศ์สุรไกร คู่สมรส (อยู่กินกันฉันสามีภริยา) มีบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ 3 คน รวมมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 734,004,258.59 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 630,350.35 บาท (อ่านประกอบ : ทรัพย์สิน 734 ล. 'พลพีร์ สุวรรณฉวี' เข้า สส. ปล่อยกู้ให้ บ.อสังหาฯ 8 ล้าน)
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) พาไปตรวจสอบรายได้-เม็ดเงินจากการลงทุนทำธุรกิจของ 'ทิพย์ชีวัน-คู่สมรส' กรณีนายพลพีร์ยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินฯ กรณี พ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.68 และ กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 15 มี.ค.69
กรณีนายพลพีร์ พ้นจากตำแหน่ง สส. วันที่ 12 ธ.ค. 68 (เข้ารับตำแหน่ง 4 ก.ค.66) แจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่า น.ส.ทิพย์ชีวัน มีรายได้ต่อปี จากรายได้ประจำ เป็นเงินเดือนจาก บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง ปี 68 จำนวน 320,000 บาท
รายได้จากทรัพย์สิน เงินปันผลจาก บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง ปี 68 จำนวน 11,375,000 บาท เงินปันผลจาก บจก. นานา มาร์เก็ตติ้ง ปี 68 จำนวน 7,875,000 บาท เงินปันผลจาก บจก. โรงเส้นหมี่ชอเฮง ปี 68 จำนวน 819,000 บาท
ทั้งนี้ นายพลพีร์ยังแจ้งว่า น.ส.ทิพย์ชีวัน มีรายได้จาก เงินเดือนจากตำแหน่งเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ปี 68 จำนวน 68,129 บาท ในวาระนี้จะขอโฟกัสเฉพาะทรัพย์สินที่ได้จากการทำธุรกิจของน.ส.ทิพย์ชีวัน
รายละเอียดประกอบรายการเงินลงทุน จำนวน 24,904,696.57 บาท ประกอบด้วย
1. บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง
-
20 หุ้น ได้มา 20 ส.ค.51 มูลค่า 20,000 บาท
-
280 หุ้น ได้มา 30 ธ.ค.52 มูลค่า 280,000 บาท
-
100 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 100,000 บาท
-
100 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 100,000 บาท
-
150 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 150,000 บาท
-
5 หุ้น ได้มา 14 พ.ย.68 มูลค่า 5,000 บาท
-
225 หุ้น ได้มา 14 พ.ย.68 มูลค่า 22,500 บาท
2. บจก.นานา มาร์เก็ตติ้ง
-
10 หุ้น ได้มา 20 ธ.ค.51 มูลค่า 10,000 บาท
-
240 หุ้น ได้มา 30 ธ.ค.52 มูลค่า 240,000 บาท
-
10 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 10,000 บาท
-
110 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 110,000 บาท
-
155 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 155,000 บาท
-
150 หุ้น ได้มา 14 พ.ย.68 มูลค่า 150,000 บาท
3.บจก.สวนป่าเอราวัณ จำนวน 2,000 หุ้น ได้มา 30 พ.ย.56 มูลค่า 2,000,000 บาท
4. บจก.ไผ่เงิน พร็อพเพอร์ตี้ จำนวน 2 หุ้น ได้มา 30 พ.ย.56 มูลค่า 200 บาท
5.บจก. โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำนวน 655 หุ้น ได้มา 3 ก.ย.68 มูลค่า 13,100,000 บาท
6.กองทุนเปิด บัวหลวงธนทวี จำนวน 411,039.4573 หน่วย มูลค่า 5,784,517.18 บาท
7.กองทุนรวม บัวหลวงตราสารภาครัฐไทยเพื่อความยั่งยืน จำนวน 64,477.8837 หน่วย มูลค่า 724,460.61 บาท
8.กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ RFX จำนวน 95,023.7544 หน่วย มูลค่า 1,560,147.51 บาท
9.บจก.แชงกรีลา โฮเต็ล จำนวน 33 หุ้น มูลค่า 330 บาท
10.บจก.การบินไทย จำนวน 67 หุ้น มูลค่า 87.10 บาท
11.บจก.ราชกรุ๊ป จำนวน 6,667 หุ้น มูลค่า 66,670 บาท
12.บจก.สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำนวน 138 หุ้น มูลค่า 138 บาท
13.บจก.บางจาก คอร์ปอเรชั่น/BCP จำนวน 433 หุ้น มูลค่า 433 บาท
14.เอเซียพลัส/Mill จำนวน 89,320 มูลค่า 6,252.40 บาท
15.เงินสดคงเหลือ 106,460.77 บาท
@ เงินเดือน+โบนัสก้อนโต 18.9 ล้าน
กรณีนายพลพีร์ เข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 69 แจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่า น.ส.ทิพย์ชีวัน มีรายได้ต่อปี จากรายได้ประจำ เป็นเงินเดือน/โบนัส บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง จำนวน 18,908,129 บาท
รายได้จากทรัพย์สิน เงินปันผลจาก บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง จำนวน 15,400,000 บาท เงินปันผลจาก บจก. นานา มาร์เก็ตติ้ง จำนวน 10,125,000 บาท เงินปันผลจาก บจก. โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำนวน 819,000 บาท
รายละเอียดประกอบรายการเงินลงทุน จำนวน 24,794,618.56 บาท ประกอบด้วย
1. บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง (เท่าเดิมกับเมื่อครั้งนายพลพีร์พ้นจากตำแหน่งสส.ฯ)
-
20 หุ้น ได้มา 20 ส.ค.51 มูลค่า 20,000 บาท
-
280 หุ้น ได้มา 30 ธ.ค.52 มูลค่า 280,000 บาท
-
100 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 100,000 บาท
-
100 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 100,000 บาท
-
150 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 150,000 บาท
-
5 หุ้น ได้มา 14 พ.ย.68 มูลค่า 5,000 บาท
-
225 หุ้น ได้มา 14 พ.ย.68 มูลค่า 22,500 บาท
2. บจก.นานา มาร์เก็ตติ้ง (เท่าเดิมกับเมื่อครั้งนายพลพีร์พ้นจากตำแหน่งสส.ฯ)
-
10 หุ้น ได้มา 20 ธ.ค.51 มูลค่า 10,000 บาท
-
240 หุ้น ได้มา 30 ธ.ค.52 มูลค่า 240,000 บาท
-
10 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 10,000 บาท
-
110 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 110,000 บาท
-
155 หุ้น ได้มา 15 ธ.ค.61 มูลค่า 155,000 บาท
-
150 หุ้น ได้มา 14 พ.ย.68 มูลค่า 150,000 บาท
3.บจก.สวนป่าเอราวัณ จำนวน 2,000 หุ้น ได้มา 30 พ.ย.56 มูลค่า 2,000,000 บาท (เท่าเดิมกับเมื่อครั้งนายพลพีร์พ้นจากตำแหน่งสส.ฯ)
4. บจก.สวนป่าเพชรบุรี จำนวน 100 หุ้น ได้มา 14 ธ.ค.61 มูลค่า 100,00 บาท (เพิ่มขึ้น)
5. บจก.ไผ่เงิน พร็อพเพอร์ตี้ จำนวน 2 หุ้น ได้มา 28 ก.ย.49/30 ก.ย.56 มูลค่า 200 บาท (วันที่ได้มาไม่ตรงกันกับแจ้งเมื่อครั้งนายพลพีร์พ้นตำแหน่ง สส.ฯ)
6.บจก. โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำนวน 655 หุ้น ได้มา 3 มี.ค.52 มูลค่า 13,100,000 บาท (วันที่ได้มาไม่ตรงกันกับแจ้งเมื่อครั้งนายพลพีร์พ้นตำแหน่ง สส.ฯ)
7.กองทุนเปิด บัวหลวงธนทวี จำนวน 411,039.4573 หน่วย มูลค่า 5,798,245.90 บาท
8.กองทุนรวม บัวหลวงตราสารภาครัฐไทยเพื่อความยั่งยืน จำนวน 64,477.8837 หน่วย มูลค่า 683,562.28 บาท
9.กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ จำนวน 95,023.7544 หน่วย มูลค่า 1,557,610.38 บาท
ทั้งนี้ ไม่พบรายการลงทุนครั้งแจ้งบัญชีทรัพย์สินฯของนายพลพีร์ กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. ฯ ได้แก่ บจก.แชงกรีลา โฮเต็ล จำนวน 33 หุ้น มูลค่า 330 บาท บจก.การบินไทย จำนวน 67 หุ้น มูลค่า 87.10 บาท บจก.ราชกรุ๊ป จำนวน 6,667 หุ้น มูลค่า 66,670 บาท บจก.สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำนวน 138 หุ้น มูลค่า 138 บาท บจก.บางจาก คอร์ปอเรชั่น/BCP จำนวน 433 หุ้น มูลค่า 433 บาท เอเซียพลัส/Mill จำนวน 89,320 มูลค่า 6,252.40 บาท เงินสดคงเหลือ 106,460.77 บาท
นายพลพีร์ระบุหมายเหตุ ว่า บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง , บจก.นานา มาร์เก็ตติ้ง และ บจก.สวนป่าเอราวัณ อยู่ในระหว่างเข้าทำสัญญาจัดการหุ้นของคู่สมรสรัฐมนตรี กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด
@ บลจ.เกียรตินาคินฯ รับโอนหุ้น 3 บริษัท 3,555 หุ้น 3.555 ล้าน
สำนักข่าวอิศราตรวจสอบล่าสุดจาก data.creden พบว่า บลจ.เกียรตินาคินภัทร รับโอนจากน.ส.ทิพย์ชีวัน เพื่อจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส รมต. ตามพ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 (วันประชุมผู้ถือหุ้นครั้งล่าสุด 13 กรกฎาคม 2569) ทั้ง 3 บริษัท ดังนี้
1. บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง สัดส่วน 22% จำนวน 880 หุ้น มูลค่าหุ้น (Par Value) ราคาหุ้นละ 1,000 บาท จำนวน 880,000 บาท
2.บจก.นานา มาร์เก็ตติ้ง สัดส่วน 22.50% จำนวน 675 หุ้น มูลค่า 675,000 บาท
3.บจก.สวนป่าเอราวัณ สัดส่วน 44.44% จำนวน 2,000 หุ้น มูลค่า 2,000,000 บาท

จากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แสดง งบการเงิน 6 บริษัท ทั้งที่บลจ.เกียรตินาคินภัทรรับโอนฯ 3 บริษัท และที่น.ส.ทิพย์ชีวัน ถือครองไว้ 3 บริษัท ไว้ดังนี้
1. บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง จดทะเบียนจัดตั้ง วันที่ 9 ก.ย.2519 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท กรรมการทั้งหมดเป็นบุคคลนามสกุล วงศ์สุรไกรทั้งหมด
ประเภทธุรกิจตอนจดทะเบียน ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ วุ้นเส้น วัตถุประสงค์ ประกอบกิจการผลิตและทำการค้าทุกชนิด อาทิ สัตว์มีชีวิต ต้นไม้ ดอกไม้ เนื้อสัตว์ กุ้ง ปู ปลา หอย ปลาหมึก ข้าวจ้าว ข้าวเหนียว ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวเกรียบ แป้ง แป้งแผ่น แป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด แป้งข้าวสาลี แป้งมันสําปะหลัง แป้งนม มันสําปะหลัง เม็ดสาคู เส้นหมี่ ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ วุ้นเส้น ถั่ว งา พริก น้ําพริก ผงชูรส น้ําปลา ซีอิ๊ว กะปิ น้ำตาล น้ำตาลปี๊บ น้ำผึ้ง น้ำมันพืช น้ำมันสัตว์ หมูแผ่น หมูหยอง กุนเชียง แหนม ตั้งฉ่าย มะนาว มะขาม มะเขือเทศ ขิง ข่า หัวหอม กระเทียม ผัก หัวผักกาด ขนม ขนมปัง ลูกกวาด นม เนย ชา กาแฟ โกโก้ ช็อกโกแลต น้ําส้มสายชู เครื่องเทศ เครื่องกระป๋อง เครื่องดื่ม สุรา ยาสูบ ผลไม้ อาหาร อาหารสัตว์ สินค้าทางกสิกรรม เครื่องบริโภคอื่นๆ รวมตลอดทั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ผลิตมาจากสิ่งดังกล่าว หรือสืบเนื่องมาจากสิ่งดังกล่าว
ประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด กิจกรรมเกี่ยวกับบัญชีการทำบัญชีและการตรวจสอบบัญชี การให้คำปรึกษาด้านภาษีวัตถุประสงค์ การขายส่งสินค้าทั่วไป
งบการเงิน กำไรขาดทุน-ฐานะการเงิน
ปี 68 รายได้รวม 587,578,799.27 บาท กำไรสุทธิ 52,643,714.22 บาท สินทรัพย์รวม 122,636,833.31 บาท หนี้สินรวม 64,712,961.88 บาท
ปี 67 รายได้รวม 617,417,395.20 บาท กำไรสุทธิ 69,757,444.56 บาท สินทรัพย์รวม 130,665,958.88 บาท หนี้สินรวม 55,385,801.67 บาท
ปี 66 รายได้รวม 573,214,074.90 บาท กำไรสุทธิ 49,485,374.89 บาท สินทรัพย์รวม 88,174,893.90 บาท หนี้สินรวม 70,652,181.25 บาท
ปี 65 รายได้รวม 499,659,405.47 บาท กำไรสุทธิ 43,922,234.98 บาท สินทรัพย์รวม 68,682,641.16 บาท หนี้สินรวม 50,645,303.40 บาท
ปี 64 รายได้รวม 508,563,450.33 บาท กำไรสุทธิ 34,160,989.42 บาท สินทรัพย์รวม 97,437,754.18 บาท หนี้สินรวม 78,322,651.40 บาท
2.บจก.นานามาร์เก็ตติ้ง จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 11 เม.ย.2520 ทุน 3 ล้านบาท คนสกุลวงศ์สุรไกรเป็นกรรมการ ประเภทธุรกิจตอนจดทะเบียน ขายส่งผลิตภัณฑ์ขนมอบไข่น้ำมันและไขมันที่ใช้ในการบริโภค วัตถุประสงค์ ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ เช่น เครื่องอุปโภค บริโภค ประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด การขายส่งสินค้าทั่วไป วัตถุประสงค์ การขายส่งสินค้าทั่วไป
งบการเงิน กำไรขาดทุน-ฐานะการเงิน
ปี 68 รายได้รวม 409,137,480.18 บาท กำไรสุทธิ 31,714,750.19 บาท สินทรัพย์รวม 65,560,580.83 บาท หนี้สินรวม 29,368,755.20 บาท
ปี 67 รายได้รวม 393,431,501.21 บาท กำไรสุทธิ 44,134,336.46 บาท สินทรัพย์รวม 74,689,760.05 บาท หนี้สินรวม 25,212,684.61 บาท
ปี 66 รายได้รวม 373,817,897.92 บาท กำไรสุทธิ 29,708,791.18 บาท สินทรัพย์รวม 51,155,717.86 บาท หนี้สินรวม 30,812,978.88 บาท
ปี 65 รายได้รวม 371,623,687.39 บาท กำไรสุทธิ 30,615,192.74 บาท สินทรัพย์รวม 51,532,821.52 บาท หนี้สินรวม 32,898,873.72 บาท
ปี 64 รายได้รวม 360,120,777.13 บาท กำไรสุทธิ 17,396,064.37 บาท สินทรัพย์รวม 62,108,609.35 บาท หนี้สินรวม 46,089,854.29 บาท
3.บจก.สวนป่าเอราวัณ จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 24 มี.ค.2532 ทุน 4.5 ล้านบาท คนสกุลวงศ์สุรไกร เป็นกรรมการ ประเภทธุรกิจตอนจดทะเบียน เลี้ยงสัตว์ประเภทอื่นๆ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น วัตถุประสงค์ กสิกรรมและเกษตรกรรมประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด การทำฟาร์มผสมผสาน วัตถุประสงค์ การทำฟาร์มผสมผสาน
งบการเงิน กำไรขาดทุน-ฐานะการเงิน
ปี 68 รายได้รวม 275.14 บาท ขาดทุนสุทธิ 8,458.14 บาท สินทรัพย์รวม 531,794.20 บาท หนี้สินรวม 8,000 บาท
ปี 67 รายได้รวม 2,868,412.13 บาท กำไรสุทธิ 1,308,173.76 บาท สินทรัพย์รวม 556,752.34 บาท หนี้สินรวม 24,500 บาท
ปี 66 รายได้รวม 6.99 บาท ขาดทุนสุทธิ 1,329,488.08 บาท สินทรัพย์รวม 748,578.58 บาท หนี้สินรวม 1,524,500 บาท
ปี 65 รายได้รวม 1,669,877.65 บาท กำไรสุทธิ 262,198.62 บาท สินทรัพย์รวม 578,066.66 บาท หนี้สินรวม 24,500 บาท
ปี 64 รายได้รวม 1,532,716.53 บาท กำไรสุทธิ 124,692.66 บาท สินทรัพย์รวม 715,868.04 บาท หนี้สินรวม 424,500 บาท
@ 'โรงเส้นหมี่ชอเฮง' รายได้ 3 พันล้านทุกปี
4.บจก. โรงเส้นหมี่ชอเฮง จดทะเบียนจัดตั้ง 14 ก.ย.2502 ทุน 450 ล้านบาท รายชื่อกรรมการประกอบด้วย นายไกรสินธุ์ นายวาทิต นางสาวทิพย์ชีวา นายศราวุธ นายไกรวุฒิ นายเอกมล วงศ์สุรไกร นางสาวฉันทิยา นายณัฐ สุรไพฑูรย์กร นายรัฐ นายอดิศักดิ์ พงษ์สุรพิพัฒน์ นายโอฬาร นายวงศ์ วงศ์สุรพิเชษฐ์
มีนายไกรสินธุ์ หรือ นายวาทิต หรือ นายศราวุธ หรือ นายเอกมล หรือ นายไกรวุฒิ คนใดคนหนึ่งลงลายมือชื่อร่วมกับ นายอดิศักดิ์ หรือ นายรัฐ หรือ นายโอฬาร หรือ นางสาวฉันทิยา รวมเป็นสองคนและประทับตราสำคัญของบริษัท
ประเภทธุรกิจตอนจดทะเบียน การวิจัยและพัฒนาเชิงทดลองด้านเทคโนโลยีชีวภาพ วัตถุประสงค์ ประกอบกิจการ ห้องทดสอบ ปฏิบัติการ ตรวจวิเคราะห์ ทดสอบคุณภาพอาหาร ผลผลิตการเกษตร ประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด การผลิตแป้งผสมหรือแป้งสำเร็จรูปสำหรับใช้ทำขนมปังและ ประกอบอาหารอื่น ๆ วัตถุประสงค์ การผลิตแป้งผสมหรือแป้งสำเร็จรูปสำหรับใช้ทำขนมปังและ ประกอบอาหารอื่น ๆ
งบการเงิน กำไรขาดทุน-ฐานะการเงิน
ปี 68 รายได้รวม 3,727,143,755.20 บาท กำไรสุทธิ 183,696,054.34 บาท สินทรัพย์รวม 2,044,625,759.92 บาท หนี้สินรวม 868,387,280.53 บาท
ปี 67 รายได้รวม 3,707,961,603.67 บาท กำไรสุทธิ 179,617,936.44 บาท สินทรัพย์รวม 2,166,089,811.54 บาท หนี้สินรวม 1,094,797,386.49 บาท
ปี 66 รายได้รวม 3,741,452,432.62 บาท กำไรสุทธิ 320,054,714.22 บาท สินทรัพย์รวม 2,306,408,150.47 บาท หนี้สินรวม 1,189,733,661.86 บาท
ปี 65 รายได้รวม 3,921,224,793.30 บาท กำไรสุทธิ 634,370,625.58 บาท สินทรัพย์รวม 2,495,066,450.99 บาท หนี้สินรวม 1,248,446,676.60 บาท
ปี 64 รายได้รวม 3,900,840,007.76 บาท กำไรสุทธิ 451,363,008.35 บาท สินทรัพย์รวม 2,390,364,257.30 บาท หนี้สินรวม 1,328,115,108.49 บาท
@ ถือครองหุ้น 2 บริษัท ธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์
5. บจก.สวนป่าเพชรบุรี จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 4 เม.ย.2532 ทุน 4 ล้านบาท รายชื่อกรรมการ ประกอบด้วย นายเกรียงไกร จารุทวี นายอิทธิ วงศ์สุรไกร นางอมราภรณ์ เรืองกาญจนเศรษฐ์ นายนิตย์ จารุศร มีนายเกรียงไกร จารุทวี หรือ กรรมการอื่นสองคนลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัท
ประเภทธุรกิจตอนจดทะเบียน การซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองที่ไม่ใช่ เพื่อเป็นที่พักอาศัย วัตถุประสงค์ธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์ ประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด การซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองที่ไม่ใช่ เพื่อเป็นที่พักอาศัย วัตถุประสงค์ ค้าอสังหาริมทรัพย์
งบการเงิน กำไรขาดทุน-ฐานะการเงิน
ปี 68 รายได้รวม 64,477,247 บาท กำไรสุทธิ 47,018,479.34 บาท สินทรัพย์รวม 54,210,286.50 บาท หนี้สินรวม 10,909,564.46 บาท ขณะที่ ปี 64-ปี 67 ไม่มีรายได้ ขาดทุนสุทธิทุกปีเฉลี่ยประมาณ 2.5 แสนบาท - 3 แสนบาท สินทรัพย์รวมเฉลี่ยนประมาณ 2 ล้านบาท หนี้สินรวมเฉลี่ยประมาณ 5 - 6 ล้านบาท
6. บจก.ไผ่เงิน พร็อพเพอร์ตี้ จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 28 ก.ย.2549 ทุน 1 ล้านบาท มีคนสกุลวงศ์สุรไกรเป็นกรรมการ ประเภทธุรกิจตอนจดทะเบียน การเช่าและการดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น ของตนเองหรือเช่าจากผู้อื่นเพื่อเป็นที่พักอาศัย วัตถุประสงค์ ประกอบกิจการจัดสรร ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ จำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน ตึก อาคาร อาคารชุด และสิ่งปลูกสร้างทุกชนิด ประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด การเช่าและการดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น ของตนเองหรือเช่าจากผู้อื่นเพื่อเป็นที่พักอาศัย วัตถุประสงค์ การเช่าและการดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น ของตนเองหรือเช่าจากผู้อื่นเพื่อเป็นที่พักอาศัย
งบการเงิน กำไรขาดทุน-ฐานะการเงิน
ปี 68 รายได้รวม 1,284.23 บาท ขาดทุนสุทธิ 7,443.61 บาท สินทรัพย์รวม 862,178.94 บาท
ปี 67 รายได้รวม 1,297.21 บาท ขาดทุนสุทธิ 7,680.76 บาท สินทรัพย์รวม 869,622.55 บาท
ปี 66 รายได้รวม 1,309.13 บาท ขาดทุนสุทธิ 8,018.96 บาท สินทรัพย์รวม 877,303.31 บาท
ปี 65 รายได้รวม 476.76 บาท ขาดทุนสุทธิ 8,443.01 บาท สินทรัพย์รวม 885,322.27 บาท
ปี 64 รายได้รวม 435.56 บาท ขาดทุนสุทธิ 8,483.80 บาท สินทรัพย์รวม 893,765.28 บาท
ทั้งนี้ หนี้สินรวม 8,000 บาทเท่ากันทุกปี
ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่า ทั้ง 6 บริษัทเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐ ... หากมีความคืบหน้าประการใดจะรายงานให้ทราบต่อไป
ที่มาภาพ : FB เต้ย พลพีร์ สุวรรณฉวี

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา