‘ศาลฎีกาฯ’ พิพากษาจำคุก ‘อดีต ส.อบจ.ลำปาง’ ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯเท็จ 4 เดือน ไม่แจ้ง ‘เงินลงทุน’ ใน ‘หจก.บุญเลิศ ปี เอส คอนสตรัคชั่น’-ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน ‘โทษจำคุก’ รอการลงโทษ 3 ปี เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
.......................................
เมื่อวันที่ 14 ก.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีหมายเลขดำที่ อม 41/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 24/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. (ผู้ร้อง) และ นายบุญเลิศ แสนเทพ (ผู้ถูกกล่าวหา) เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
คดีนี้ ศาลฎีกาฯ พิพากษาว่า นายบุญเลิศ แสนเทพ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ในวาระที่ 1 และกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางในวาระที่ 2 ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามมาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 4 เดือน และปรับกระทงละ 10,000 บาท รวม 2 กระทง จำคุก 8 เดือน และปรับ 20,000 บาท
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากจึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 3 ปี โดยให้คุมความประพฤติมีกำหนด 2 ปี ให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
“…คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหา (นายบุญเลิศ แสนเทพ) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ในวาระที่ 1 และกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางในวาระที่ 2 หรือไม่
เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง จึงเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) เมื่อเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4, 102 (9), 105
และประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 (4) พ.ศ.2561
กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเลิศ ปี เอส คอนสตรัคชั่น ที่อยู่ในความครอบครองของนางสาวจีรนันท์ ซ้อนเขียว จำนวน 20,000,000 บาท และนางสาวแสนทอง เนระวรรณ์ จำนวน 10,000,000 บาท ได้ความจากสำนวนการไต่สวนคดีของผู้ร้องว่า จากหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บุคคลทั้งสองมีสถานะเป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเลิศเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นกิจการของผู้ถูกกล่าวหา
เมื่อตรวจสอบการทำธุรกรรมการเงินปรากฏว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเลิศ บี เอส คอนสตรัคชั่น เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารโดยนางสาวจีรนันท์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ แต่มีการมอบอำนาจให้ผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการเพียงผู้เดียว และมีการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเลิศ ปี เอส คอนสตรัคชั่น กับผู้ถูกกล่าวหา ประมาณ 400 ครั้ง รวมเป็นเงิน 533,430,292.15 บาท
อีกทั้ง ผู้ถูกกล่าวหาและคู่สมรสนำบัญชีเงินฝากธนาคารของตนและคู่สมรส รวม 2 บัญชี จำนวนเงิน 40,000,000 บาท เป็นหลักประกันสินเชื่อกู้เบิกเงินเกินบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเลิศ บี เอส คอนสตรัคชั่น วงเงิน 40,000,000 บาท
จากการตรวจสอบรายได้การดำเนินกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเลิศ บี เอส คอนสตรัคชั่น พบว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากการเป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ประมาณ 341 โครงการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 415,488,500 บาท แสดงให้เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงและได้รับผลประโยชน์จากกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเลิศ บี เอส คอนสตรัคชั่น
ส่วนกรณีที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 187/98 ตำบลวังเงิน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง และสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ 129 หมู่ที่ 5 มีลักษณะเป็นตึกชั้นเดียว ได้ความว่า ผู้ถูกกล่าวหาซื้อที่ดินดังกล่าว เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ในราคา 900,000 บาท และใช้สิทธิครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินโดยปลูกสร้างบ้านเลขที่ 129 หมู่ที่ 5 ต่อมาวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเลิศ บี เอส คอนสตรัคชัน ขออนุญาตก่อสร้างโรงงานผลิตแอสฟัลติกคอนกรีตบนที่ดินดังกล่าว โดยผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้ใช้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
ผู้ถูกกล่าวหาย่อมทราบดีว่ารายการเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญเลิศปี เอส คอนสตรัคชั่น และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ตน ต้องนำมาแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงรายการเงินลงทุนและที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง บ่งชี้ให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาอื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินไม่ตรงต่อความเป็นจริงเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบเปรียบเทียบทรัพย์สินในช่วงระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่ง
การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และเป็นมาตรการสำคัญในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ใช้อำนาจรัฐเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบในหน้าที่ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบความถูกต้อง ความมีอยู่จริง และความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สิน ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ
จึงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น มีผลให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม ทั้งการกระทำของผู้ถูกกล่าวหายังเป็นความผิดตามมาตรา 167
พิพากษาว่า นายบุญเลิศ แสนเทพ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ในวาระที่ 1 และกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางในวาระที่ 2 ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามมาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 4 เดือน และปรับกระทงละ 10,000 บาท รวม 2 กระทง จำคุก 8 เดือน และปรับ 20,000 บาท
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากจึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 3 ปี โดยให้คุมความประพฤติมีกำหนด 2 ปี ให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีหมายเลขดำที่ อม 41/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 24/2569 ลงวันที่ 26 ส.ค.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา