
‘ไตรรัตน์’ เผยเตรียมลงนามสัญญา 5 ‘ผู้ชนะประมูล’ ติดตั้ง ‘อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง’ ภายใต้โครงการ ‘USO3’ 5.4 พันล้าน หลังเปิดยื่นร้องคัดค้านฯ 7 วัน ขณะที่ ‘ธนพันธุ์’ ห่วง ‘สำนักงานฯ-ประธาน กสทช.’ ส่อไม่มีอำนาจ ประกาศผู้ชนะ-เซ็นสัญญาจัดจ้างฯ หลัง 'สรณ' สละสิทธิ กสทช.
จากกรณีที่เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคนาคมแห่งชาติ รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามในประกาศสำนักงาน กสทช. จำนวน 5 ฉบับ ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service)
ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคมในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง (USO 3) กลุ่มที่ 1-5 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วงเงินทั้งสิ้น 5.42 พันล้านบาท นั้น (อ่านประกอบ : กสทช.ประกาศผู้ชนะงาน‘เน็ตความเร็วสูง’งบ‘USO’5.4 พันล.-‘ค้าร่วมฯทีซีไอ’ได้ 2.45 พันล้าน)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายไตรรัตน์ กล่าวว่า หลังจากสำนักงาน กสทช. ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ภายใต้โครงการ USO 3 แล้ว สำนักงาน กสทช. ได้เปิดให้มีการยื่นคำร้องคัดค้านผลการประมูลฯเป็นระยะเวลา 7 วัน และเมื่อครบกำหนดแล้ว หากไม่มีผู้ร้องคัดค้านฯ สำนักงาน กสทช. จะนัดผู้ชนะการประมูลในแต่ละกลุ่ม มาลงนามในสัญญาฯและเริ่มดำเนินการโครงการต่อไป
“หากไม่มีใครร้อง ก็จะมีการลงนามในสัญญาและดำเนินการได้เลย” นายไตรรัตน์ กล่าว
ด้าน พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง กล่าวว่า ฝ่ายเลขานุการฯของตน ทำหนังสือไปสำนักงาน กสทช. เพื่อสอบถามกรณีที่สำนักงานฯ ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลโครงการ USO 3 จำนวน 5 สัญญา มูลค่า 5.4 พันล้านบาท ว่า ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบฯและข้อกฎหมายหรือไม่
“โครงการฯนี้ บอร์ด กสทช. ได้เห็นชอบไปตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย.2567 ปัจจุบันก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานฯ ที่จะต้องดำเนินการ เพียงแต่เรามีข้อสงสัยว่า โครงการฯนี้จะประกาศผู้ชนะได้ ถ้าตามระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ มูลค่าวงเงินเกินกว่า 200 ล้านบาท จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาหรือผู้กำกับดูแล ดังนั้น ในที่นี้ คือ เลขาธิการฯ ไม่สามารถที่จะตัดสินโครงการนี้ได้ด้วยตนเอง ควรจะต้องให้ท่านประธาน กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแล เห็นชอบก่อน
ฝ่ายเลขาฯของผม จึงมีหนังสือไปสอบถามสำนักงานฯ ว่า เราอยากทราบว่า การประกาศดังกล่าว มีการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ ขอให้ช่วยชี้แจง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ฉะนั้น จึงมีประเด็นว่า หนึ่ง เรายังไม่รู้แน่ชัดว่า ทางเลขาธิการฯ ท่านประกาศไปเองหรือเปล่า หรือสอง ประธาน กสทช. ลงนามเห็นชอบหรือเปล่า ซึ่งเราสงสัยว่า ปัจจุบัน ประธาน กสทช.อยู่ในสถานะที่มีคำพิพากษาแล้ว ยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่
ดังนั้น ตรงนี้อยากให้ช่วย Investigative ว่า มันมีอะไรหรือเปล่า ซึ่งเรากำลังรอคำตอบจากสำนักงานฯ ทั้ง 2 ประเด็นว่า มีอำนาจในการทำหรือเปล่า เพราะถ้ามีการฟ้องร้องอะไร ก็จะส่งผลเสียหาย” พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว
สำหรับหนังสือของพล.ต.สุพิชาติ เสนานุรักษ์ เลขานุการประจำ กสทช. พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ เรื่อง การมีประกาศ สำนักงาน กสทช. เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคมในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง (USO 3) จำนวน 5 ฉบับ ลงวันที่ 14 ก.ย.2569 ส่งไปถึงเลขาธิการ กสทช. ลงวันที่ มีเนื้อหาว่า
“ตามที่สำนักงาน กสทช. มีประกาศ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคมในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง (USO 3) จำนวน 5 ฉบับ โดยแบ่งตามพื้นที่จำนวน 5 พื้นที่ครบคลุมทั้งประเทศ คือ พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก-ตะวันตก และภาคใต้ โดยมีวงเงิน 5,428.70 ล้านบาท นั้น
ในการนี้ขอแจ้งว่า
1.ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 84 กำหนดว่า การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปครั้งหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงิน ดังต่อไปนี้ (1) หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ไม่เกิน 200,000,000 บาท (2) ผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น เกิน 200,000,000 บาท โดยบัญชีเอกสารแนบท้ายระเบียบดังกล่าว ได้กำหนดประเภทของผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง โดย (7) กำหนดว่า ในกรณีนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ตาม (1)-(6) ผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น ได้แก่ ผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับดูแล หรือผู้ควบคุมชั้นเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง แล้วแต่กรณี
ตามระเบียบดังกล่าว หัวหน้าหน่วยงานของสำนักงาน กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ จึงหมายถึง เลขาธิการ กสทช. ตามมาตรา 60 ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น จึงหมายถึงประธาน กสทช. ดังนั้น เลขาธิการ กสทช. จึงไม่มีอำนาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนตามโครงการดังกล่าว
2.หากการดำเนินการ มีประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฯ จำนวน 5 ฉบับ ดังกล่าว เป็นการดำเนินการโดยความเห็นชอบของประธาน กสทช. นั้น น่าจะไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ เนื่องจากคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ได้มีคำวินิจฉัย ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เกี่ยวกับคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์ คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าวมีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครองตามนัยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ย่อมมีผลใช้ยันต่อบุคคล ตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผลลงโดยเงื่อนเวลาหรือโดยเหตุอื่น
การฟ้องคดีดังกล่าว ก็หาเป็นเหตุให้ระงับหรือชะลอการดำเนินการใดเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครอง เว้นแต่ศาลปกครองจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ดังนั้น ในทางกฎหมายจึงต้องถือว่าศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณฯ เป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่ง และไม่มีสถานะเป็นกรรมการ กสทช. มาตั้งแต่ต้น
และต่อมาวันที่ 2 กันยายน 2569 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งในคำร้องที่ 1038/2569 และคำสั่งที่ 952/2569 วินิจฉัยแล้วว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ดังกล่าว มีสถานะเป็นคำสั่งทางปกครอง โดยคำสั่งทางปกครอง ย่อมมีผลให้ใช้ยันต่อผู้ฟ้องคดีได้ตั้งแต่ขณะได้รับแจ้ง คือวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 และได้ระบุในหน้าที่ 10-11 ว่า “การที่ผู้ฟ้องคดีไม่ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ตามมาตรา 8 (1)(2) หรือ (9) ถือเป็นการสละสิทธิ์โดยผลของกฎหมาย ตามมาตรา 18 แห่งราชบัญญัติดังกล่าว
เมื่อความตอนท้ายของมาตรา 18 นั้น ได้กำหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการสรรหากรรมการ กสทช. ใหม่ โดยผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาในครั้งนี้ จะเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่ไม่ได้ และเมื่อผู้ถูกฟ้องคดีได้มีคำวินิจฉัยดังกล่าว ย่อมถือเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ... โดยผู้ฟ้องคดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ ....”
ดังนั้น เมื่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นคำสั่งทางปกครอง ศาสตราจารย์ คลินิก สรณฯ จึงไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธาน กสทช. ได้ ซึ่งศาสตราจารย์ คลินิก สรณฯ ได้รับทราบคำสั่งทางปกครองดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
3.เมื่อศาสตราจารย์ คลินิก สรณฯ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธาน กสทช. ได้แล้ว อีกทั้ง เลขาธิการ กสทช. ก็ไม่มีอำนาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนตามโครงการดังกล่าว จึงส่งผลให้ประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภายโต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคมในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง (USO3) จำนวน 5 ฉบับ ไม่ชอบด้วยด้วยกฎหมายและไม่มีผลใช้บังคับ
4.การที่ศาสตราจารย์ คลินิก สรณฯ ยังคงปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการในฐานะประธาน กสทช. ท่ามกลางข้อพิพาทและคำวินิจฉัยเรื่องการขาดคุณสมบัติ ย่อมส่งผลกระทบต่อกรรมการ กสทช. และการทำงานขององค์กรในหลายๆ ด้าน กสทช. พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ จึงมีความกังวลว่า การลงนามหรือมีมติในวาระสำคัญต่างๆ อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากสถานะประธานยังเป็นข้อพิพาท ย่อมสุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ในภายหลัง
รวมทั้งความรับผิดชอบร่วมและความกดดันทางจริยธรรม กรรมการ กสทช. อาจถูกสังคมและภาคประชาชน กดดันให้ตรวจสอบและเร่งแก้ไขสถานะขององค์กร โดยกรรมการอาจถูกมองว่าทำให้องค์กรไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้เกิดภาวะชะงักงัน ขณะเดียวกัน ก็เผชิญคำเตือนเรื่องความรับผิดชอบทางกฎหมาย หากละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือปล่อยให้การประชุมล่มซ้ำซาก (ม.157) รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะถูกร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. หากปล่อยให้กระบวนการบริหารงานที่ไม่มีความชัดเจนดำเนินการต่อไป
5.การที่สำนักงาน กสทช. ดำเนินการโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นเรื่องทางการเงิน งบประมาณ และมีผลผูกพันต่อบุคคลภายนอกด้วยนั้น การดำเนินการดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งต้องรับผิดทางทางแพ่งและทางอาญาต่อไป ดังนั้น จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยขอให้ชี้แจงภายในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ต่อไป จึงเรียนมาเพื่อทราบและดำเนินการโดยด่วนด้วย”

@เปิดขอบเขตงานติดตั้ง‘เน็ตความเร็วสูง’โครงการ USO3
สำหรับรายละเอียดของประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service)ฯ ทั้ง 5 ฉบับ และขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) มีดังนี้
1.ประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคมในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง (USO 3) กลุ่มที่ 1 (ภาคเหนือ) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โดยผู้เสนอราคาที่ชนะการเสนอราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วม ทีไอ (บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทย่อยของ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น(TRUE) และ บมจ.อินฟราเซท (INSET)) ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 1,248,500,000.00 บาท (หนึ่งพันสองร้อยสี่สิบแปดล้านห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
ส่วนขอบเขตของงานนั้น ผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ได้แก่ การจัดให้มีห้องบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ,การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi) และการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi) พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 441 พื้นที่เป้าหมาย
พร้อมทั้งโอนอุปกรณ์บริการตามโครงการฯ ให้หน่วยงานผู้รับบริการ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) โรงเรียนภายใต้กองทุนเพื่อการศึกษา รวมทั้งโรงเรียนที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการใดหรือโรงเรียนในพื้นที่ตกหล่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารที่จำเป็น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการศึกษา รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณะสำคัญ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทุกภูมิภาคได้รับบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างมีหน้าที่บำรุงรักษาอุปกรณ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบริการประเภทต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างดี มีประสิทธิภาพตลอดเวลาการให้บริการ โดยต้องจัดให้มีศูนย์สนับสนุนและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน ,การจัดให้มีศูนย์บริการรับแจ้งข้อขัดข้องในลักษณะ call center service หรือ Help Desk และรักษาคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามที่กำหนด เป็นต้น
2.ประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคมในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง (USO 3) กลุ่มที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โดยผู้เสนอราคาที่ชนะการเสนอ ราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วม ทีซีไอ (บมจ.ไทยคม (THCOM) และบมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม(ITEL)) ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 1,884,000,000.00 บาท (หนึ่งพันแปดร้อยแปดสิบสี่ล้านบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
ส่วนขอบเขตของงานนั้น ผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ได้แก่ การจัดให้มีห้องบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ,การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi) และการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi) พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 1,416 พื้นที่เป้าหมาย
พร้อมทั้งโอนอุปกรณ์บริการตามโครงการฯ ให้หน่วยงานผู้รับบริการ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) โรงเรียนภายใต้กองทุนเพื่อการศึกษา รวมทั้งโรงเรียนที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการใดหรือโรงเรียนในพื้นที่ตกหล่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารที่จำเป็น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการศึกษา รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณะสำคัญ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทุกภูมิภาคได้รับบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างมีหน้าที่บำรุงรักษาอุปกรณ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบริการประเภทต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างดี มีประสิทธิภาพตลอดเวลาการให้บริการ โดยต้องจัดให้มีศูนย์สนับสนุนและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน ,การจัดให้มีศูนย์บริการรับแจ้งข้อขัดข้องในลักษณะ call center service หรือ Help Desk และรักษาคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามที่กำหนด เป็นต้น
3.ประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคมในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง (USO 3) กลุ่มที่ 3 (ภาคกลาง) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โดยผู้เสนอราคาที่ชนะการเสนอราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วม ทีดับบลิว บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทย่อยของ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น(TRUE) และบริษัท ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส จำกัด) ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 761,500,000.00 บาท (เจ็ดร้อยหกสิบเอ็ดล้านห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
ส่วนขอบเขตของงานนั้น ผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ได้แก่ การจัดให้มีห้องบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ,การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi) และการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi) พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 573 พื้นที่เป้าหมาย
พร้อมทั้งโอนอุปกรณ์บริการตามโครงการฯ ให้หน่วยงานผู้รับบริการ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) โรงเรียนภายใต้กองทุนเพื่อการศึกษา รวมทั้งโรงเรียนที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการใดหรือโรงเรียนในพื้นที่ตกหล่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารที่จำเป็น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการศึกษา รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณะสำคัญ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทุกภูมิภาคได้รับบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างมีหน้าที่บำรุงรักษาอุปกรณ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบริการประเภทต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างดี มีประสิทธิภาพตลอดเวลาการให้บริการ โดยต้องจัดให้มีศูนย์สนับสนุนและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน ,การจัดให้มีศูนย์บริการรับแจ้งข้อขัดข้องในลักษณะ call center service หรือ Help Desk และรักษาคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามที่กำหนด เป็นต้น
4.ประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคมในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง (USO 3) กลุ่มที่ 4 (ภาคตะวันออก-ตะวันตก) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โดยผู้เสนอราคาที่ชนะการเสนอ ราคา ได้แก่ กิจการค้าร่วม ทีซีไอ (บมจ.ไทยคม(THCOM) และบมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL)) ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 569,000,000.00 บาท (ห้าร้อยหกสิบเก้าล้านบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
ส่วนขอบเขตของงานนั้น ผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ได้แก่ การจัดให้มีห้องบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ,การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi) และการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi) พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 318 พื้นที่เป้าหมาย
พร้อมทั้งโอนอุปกรณ์บริการตามโครงการฯ ให้หน่วยงานผู้รับบริการ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) โรงเรียนภายใต้กองทุนเพื่อการศึกษา รวมทั้งโรงเรียนที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการใดหรือโรงเรียนในพื้นที่ตกหล่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารที่จำเป็น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการศึกษา รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณะสำคัญ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทุกภูมิภาคได้รับบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างมีหน้าที่บำรุงรักษาอุปกรณ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบริการประเภทต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างดี มีประสิทธิภาพตลอดเวลาการให้บริการ โดยต้องจัดให้มีศูนย์สนับสนุนและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน ,การจัดให้มีศูนย์บริการรับแจ้งข้อขัดข้องในลักษณะ call center service หรือ Help Desk และรักษาคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามที่กำหนด เป็นต้น
5.ประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคมในพื้นที่ขาดแคลนหรือยังขาดบริการที่ทั่วถึง เพื่อการสาธารณสุข ประโยชน์สาธารณะ และความมั่นคง (USO 3) กลุ่มที่ 5 (ภาคใต้) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
โดยผู้เสนอราคาที่ชนะการเสนอราคา ได้แก่ การค้าร่วมอินเตอร์ลิ้งค์ทีเคซี (บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม(ITEL) และ บมจ.เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส (TKC)) ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 965,700,000.00 (เก้าร้อยหกสิบห้าล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
ส่วนขอบเขตของงานนั้น ผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ได้แก่ การจัดให้มีห้องบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ,การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi) และการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi) พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 608 พื้นที่เป้าหมาย
พร้อมทั้งโอนอุปกรณ์บริการตามโครงการฯ ให้หน่วยงานผู้รับบริการ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) โรงเรียนภายใต้กองทุนเพื่อการศึกษา รวมทั้งโรงเรียนที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการใดหรือโรงเรียนในพื้นที่ตกหล่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารที่จำเป็น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการศึกษา รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณะสำคัญ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทุกภูมิภาคได้รับบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างมีหน้าที่บำรุงรักษาอุปกรณ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบริการประเภทต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างดี มีประสิทธิภาพตลอดเวลาการให้บริการ โดยต้องจัดให้มีศูนย์สนับสนุนและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน ,การจัดให้มีศูนย์บริการรับแจ้งข้อขัดข้องในลักษณะ call center service หรือ Help Desk และรักษาคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามที่กำหนด เป็นต้น
อ่านประกอบ :
กสทช.ประกาศผู้ชนะงาน‘เน็ตความเร็วสูง’งบ‘USO’5.4 พันล.-‘ค้าร่วมฯทีซีไอ’ได้ 2.45 พันล้าน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา