
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘พ.ต.ต.มังกร แสนมา’ พนักงานสอบสวน เรียกรับเงิน‘ผู้ต้องหา-ผู้เสียหาย’ คดีจราจร รวม 1.1 แสน ปลอมบันทึกข้อตกลงชดใช้สินไหมฯ
....................................
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจตรี มังกร แสนมา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กับพวก กรณีเรียกรับเงินจากผู้ต้องหา ผู้เสียหาย และปลอมบันทึกตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนระหว่างผู้เสียหายกับผู้ต้องหาในคดีอาญา (คดีจราจร) โดยมิชอบ เมื่อปี พ.ศ.2561-2562
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2561 บิดาของผู้กล่าวหา (ผู้เสียหาย) ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนบริเวณบ้านแม่คำใต้ หมู่ที่ 11 ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
พันตำรวจตรี มังกร แสนมา พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรและเจ้าของสำนวนคดี ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและขับรถยนต์โดยประมาท อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และได้เรียกคู่กรณีไปเจรจาที่สถานีตำรวจภูธรเชียงแสน โดยทั้งสองฝ่ายตกลงค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ และค่าสินไหมทดแทน รวมจำนวน 150,000 บาท
ต่อมาผู้ต้องหาได้นำเงินมาจ่ายให้แก่นายพีระวิทย์ แขกเสนา (ผู้เสียหายมอบให้เป็นผู้มารับเงินแทนที่สถานีตำรวจภูธรเชียงแสน ตามที่ตกลงกัน) ปรากฏว่าพันตำรวจตรี มังกร แสนมา ได้เรียกรับเงิน จำนวน 80,000 บาท จากผู้ต้องหา โดยแจ้งว่า จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวทั้งหมดให้เอง โดยที่ผู้ต้องหาไม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีและไม่ต้องเซ็นเอกสารอีก พร้อมกำชับให้เก็บเป็นความลับ ซึ่งผู้ต้องหายินยอมและได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปจ่ายให้แก่พันตำรวจตรีมังกร แสนมา ที่สถานีตำรวจภูธรเชียงแสน
และพันตำรวจตรี มังกร แสนมา ยังได้หักเงินจากนายพีระวิทย์ แขกเสนา จำนวน 30,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการ ซึ่งนายพีระวิทย์ แขกเสนา ยินยอมมอบเงิน จำนวน 30,000 บาท ให้แก่พันตำรวจตรี มังกร แสนมา ส่วนที่เหลือ 120,000 บาท นายพีระวิทย์ แขกเสนา ได้นำไปมอบให้แก่ผู้เสียหาย และแจ้งผู้เสียหายว่าพันตำรวจตรี มังกร แสนมา ขอหักเป็นค่าดำเนินการ
ต่อมาเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติได้ไปสืบเสาะและสอบถามผู้เสียหายว่า ได้รับเงินจำนวน 350,000 บาท ครบถ้วนหรือไม่ ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องกับผู้ต้องหาใช่หรือไม่ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายสงสัยว่า แท้จริงแล้วตนเองจะต้องได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวนเท่าใดกันแน่
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ผู้เสียหายจึงได้ไปยื่นคำร้องขอคัดถ่ายเอกสารเกี่ยวกับสำนวนคดีต่อศาลจังหวัดเชียงราย เพื่อขอทราบผลคดี จึงได้ทราบว่าในชั้นสอบสวนมีการจัดทำบันทึกตกลงค่าสินไหมทดแทน จำนวน 2 ฉบับ
ฉบับแรก ลงวันที่ 9 เมษายน 2562 ระหว่างผู้เสียหายกับผู้ต้องหา ระบุข้อความว่า ผู้ต้องหายินยอมช่วยดำเนินการร้องสิทธิ์จากประกันภัย และยินยอมจ่ายค่าปลงศพ ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิด เป็นเงินจำนวน 350,000 บาท ให้กับทายาทของผู้เสียชีวิต โดยนัดจ่ายค่าสินไหมทดแทนในวันที่ 30 เมษายน 2562 เวลา 09.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรเชียงแสน ฝ่ายผู้เสียหายยินยอมรับเงินจำนวนดังกล่าว ไม่ติดใจดำเนินคดีอาญา และไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่งกับฝ่ายผู้ต้องหาอีกต่อไป
และฉบับที่สอง ลงวันที่ 30 เมษายน 2562 ระหว่างผู้เสียหายกับผู้ต้องหา ระบุข้อความว่า ตามบันทึกข้อตกลงระหว่างผู้เสียหายและผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 ผู้ต้องหาได้นำเงินมาจ่ายชำระให้กับคู่กรณีตามสัญญา เป็นเงินจำนวน 350,000 บาท และฝ่ายผู้เสียหายยินยอมรับเงินจำนวนดังกล่าว ไม่ติดใจดำเนินคดีอาญา และไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่งกับฝ่ายผู้ต้องหาอีกต่อไป
นอกจากนี้ ยังปรากฏบันทึกถ้อยคำสำนักงานตำรวจแห่งชาติของผู้เสียหาย ฉบับลงวันที่ 11 เมษายน 2562 และบันทึกถ้อยคำสำนักงานตำรวจแห่งชาติของผู้ต้องหา ฉบับลงวันที่ 9 เมษายน 2562 ที่ระบุถึงเงินจำนวนดังกล่าว ทั้งที่ผู้ต้องหาไม่เคยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนดังกล่าว และไม่เคยลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าว
ส่วนผู้เสียหาย ก็ไม่เคยเห็นเอกสารดังกล่าว และลายมือชื่อที่ปรากฏในบันทึกถ้อยคำและในบันทึกตรวจสถานที่เกิดเหตุก็ไม่ใช่ลายมือชื่อของตน ต่อมาพันตำรวจตรี มังกร แสนมา ในฐานะพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนคดี ได้จัดทำรายงานการสอบสวนโดยแนบเอกสารปลอมดังกล่าวประกอบสำนวนด้วย และเสนอความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา
และเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2562 พันตำรวจตรี มังกร แสนมา ได้จัดส่งสำนวนการสอบสวนคดีจราจรที่ 52/2561 ไปยังพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการฟ้องผู้ต้องหาตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาผู้เสียหายได้นำเรื่องมาร้องเรียนพันตำรวจตรี มังกร แสนมา ต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย ปรากฏว่าระหว่างวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2562 พันตำรวจตรี มังกร แสนมา ได้มีการโอนเงินรวม 230,000 บาท ไปยังบัญชีธนาคารของนายพีระวิทย์ แขกเสนา จากนั้นนายพีระวิทย์ แขกเสนา ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวคืนไปยังบัญชีของผู้เสียหายทันที
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
1.การกระทำของพันตำรวจตรี มังกร แสนมา
1.1) ประเด็นการปลอมลายมือชื่อของผู้ต้องหาและผู้เสียหาย มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 161 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
1.2) ประเด็นเรียกรับเงิน จำนวน 80,000 บาท และจำนวน 30,000 บาท มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157 และมาตรา 201 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมาตรา 173 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
2.การกระทำของนายพีระวิทย์ แขกเสนา จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อให้ดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา