
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 1 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบต.บ้านโพธิ์’ 6 เดือน คดีสั่งการ ‘พนักงานจ้าง’ อบต. ไปทำงานก่อสร้างที่ตนรับงานไว้เป็นการส่วนตัว โดยมิชอบ การกระทำไม่ร้ายแรง-ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน ‘โทษจำคุก’ รอลงอาญา 2 ปี
............................................
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ส.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 18/2569 คดีหมายเลขแดงที่ อท 58/2569 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายสุชาติ การลึกสม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโพธิ์ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา กับพวก คดีใช้อำนาจสั่งการให้พนักงานจ้างของ อบต.บ้านโพธิ์ ไปทำงานก่อสร้างที่ตนรับงานไว้เป็นการส่วนตัว โดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลย (นายสุชาติ การลึกสม) มีความผิดตาม ป.อ. ม.157 พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.172 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. ม.90 ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดมีอัตราโทษเท่ากับ ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริต ตาม ป.อ. ม.157 เพียงบทเดียว จำคุก 1 ปี และปรับ 40,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม.78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยไม่ร้ายแรงนัก ปัจจุบันจำเลยมีอาชีพการงานมั่นคง หากต้องถูกจำคุกจะไม่เป็นประโยชน์ทั้งต่อจำเลยและสังคมส่วนรวม จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลย กลับตัวเป็นพลเมืองดี
เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมประพฤติจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติจำนวน 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี ตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด ให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรมีกำหนด 48 ชั่วโมง ภายในระยะเวลา 1 ปี
กับให้จำเลยเข้าร่วมกิจกรรมโครงการพัฒนาศักยภาพ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดหรือไม่ให้กระทำความผิดช้ำ ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรในระหว่างระยะเวลาคุมประพฤติ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 075/2569 เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายสุชาติ การลึกสม มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นายสุชาติ การลึกสม จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 49/2568 เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2568 มีมติชี้มูลความผิด นายสุชาติ การลึกสม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโพธิ์ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา กับพวก ใช้อำนาจสั่งการให้พนักงานจ้างของ อบต.บ้านโพธิ์ ไปทำงานก่อสร้างที่ตนรับงานไว้เป็นการส่วนตัว โดยมิชอบ โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 157 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา