‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล อดีตสส.-พวก’ เรียกเงิน ‘ผู้รับเหมา’ 1 ล้านบาท อ้างช่วยได้งานโครงการ ‘บ่อบาดาลโซล่าเซลล์’
..........................................
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับพวก ทุจริตโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลโซล่าเซลล์ไปแอบอ้างเรียกรับเงิน จากผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง
ตามที่ได้มีการกล่าวหา นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับพวก ได้ร่วมกันวางแผนในการเรียกรับเงินจากกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง โดยชักชวนให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างเข้าร่วมรับงานโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลโซล่าเซลล์
โดยอ้างว่าตนสามารถนำโครงการดังกล่าวมาให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างดำเนินการได้ และได้มีการเรียกรับเงินจากกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง โดยให้จ่ายค่ามัดจำล่วงหน้ารวมเป็นเงินทั้งสิ้น ประมาณ 1,090,000 บาท ซึ่งต่อมาได้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว นั้น
หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนได้สรุปสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ พบว่า เมื่อปี พ.ศ.2563 นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล กับพวก ได้ร่วมกันนำโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลโซล่าเซลล์ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในระหว่างการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ ไปแอบอ้างหลอกลวงเพื่อเรียกรับเงินจากกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง (รวม 3 บริษัท)
โดยกล่าวอ้างว่า นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล สามารถนำโครงการดังกล่าวมาให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างดำเนินการได้ เนื่องจากได้กล่าวอ้างว่าตนเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงการ และเป็นผู้ผลักดันโครงการ โดยจะมีการเรียกรับผลประโยชน์ เป็นเงินจำนวน 25-30% ของมูลค่างาน
และขอให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างจ่ายมัดจำล่วงหน้าเป็นเงินสดก่อน จำนวน 1.5% ซึ่งผู้รับเหมาแต่ละรายได้จ่ายเงินให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาในจำนวนที่แตกต่างกัน รวมแล้วเป็นเงินประมาณ 1,090,000 บาท และสุดท้ายนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ก็ไม่สามารถนำงานจากโครงการดังกล่าวมาให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างดำเนินการได้
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้ว มีมติว่า การกระทำของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 และมาตรา 128 ประกอบมาตรา 169 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิด ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 8 ข้อ 9 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27
การกระทำของนางสาวปราชญ์วลี อิทธิสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91
การกระทำของนายทวนทอง เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นายวัฒนพงษ์ สวนแก้ว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายสมบัติ สกุลฉิม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นายเพชร นางาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และนายสุรพงษ์ พุทธิวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 มีมูลความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา