เปิดงบการเงินย้อนหลัง 9 ปี พรรคภูมิใจไทย รายได้-เงินบริจาคโตก้าวกระโดด จากหลักหมื่นบาท ทะลุ หลักร้อยล้าน ชำแหละรายจ่าย ค่าที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์-ค่าที่ปรึกษาทนายปีละหยียบล้าน-1.2 ล้าน ค่าเช่าสำนักงานใหญ่ ปี 66 บวม 7.2 ล้าน - สะสมกำลังสมฐานะจาก ‘พรรคต่ำร้อย’ สู่ 192 สส. - แรงม้าขับเคลื่อนเครื่องจักร ‘ระบอบสีน้ำเงิน’
เงินบริจาคพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า เมื่อ ‘ศิริโชค โสภา’ อดีต สส.- วอลเปเปอร์ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ อดีตนายกฯ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาขุด-เจาะ บัญชีทรัพย์สินกว่า 1.9 พันล้านบาท ของ ‘สุชาดา ซาง แทนทรัพย์’ และ ‘ไทหยาง ซาง’ คู่สมรส ชาวจีน สัญชาติออสเตรเลีย แบบลึกสุดใจ
จากจุดเริ่มต้น ‘รังสิมันต์ โรม’ สส.พรรคประชาชน ชี้โพรง-ขุดบ่อ สแกมเมอร์-อาชญากรรมข้ามชาติในสภาผู้แทนราษฎร นำไปสู่ เงินบริจาค ของ ‘สุชาดา’ ให้กับ ภท. ที่เท่าตรวจสอบพบเบื้องต้น 1.5 แสนบาท โยงกับทรัพย์สินรายการเงินให้กู้ยืม 1.4 พันล้าน ของ ‘ไทหยาง’
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ตรวจค้นจากฐานข้อมูลงบการเงินประจำปีของพรรคภูมิใจไทย ย้อนหลัง 9 ปี (ปี 59-ปี 68) พบว่า เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธ.ค.62 (เลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 ภท.ได้ สส. 51 ที่นั่ง) จนถึง ณ วันที่ 31 ธ.ค.68 (เลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.66 ภท.ได้ สส. 71 ที่นั่ง)
ทั้งนี้ งบรายได้และค่าใช้จ่าย รวมถึงเงินบริจาคของ ภท. ตั้งแต่ปี 62 - ปี 68 ‘รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย’ ต่อเนื่องถึงปี 65 มีเพียงปี 66 (เนื่องจากมีการเลือกตั้งปี 66) และปี 67 ที่มี ‘รายได้ต่ำกว่ารายจ่าย’ มีรายละเอียดดังนี้
ปี 62 รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 7.964 ล้านบาท
รายได้
-เงินบริจาค 162.770 ล้านบาท
-ค่าบำรุงสมาชิกพรรค 4.045 ล้านบาท
-เงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาการเมือง 7.112 ล้านบาท
-เงินทุนประเดิม 1 ล้านบาท
-ดอกเบี้ย 6.5 หมื่นบาท
รวมรายได้ 174.993 ล้านบาท
ค่าใช้จ่าย
-เงินเดือน 3,997,550 บาท
-ค่าล่วงเวลา 641,567 บาท
-ค่าเบี้ยเลี้ยง 113,250 บาท
-ค่าสวัสดิการอื่นๆ 479,239.98 บาท
-เงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินทดแทน 143,445 บาท
-ค่าใช้จ่ายสนับสนุนการเลือกตั้งระบบเขต 107,803,527.40 บาท
-ค่าใช้จ่ายในเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ 23,902,200.31 บาท
-ค่าบริการสารสนเทศ 8,568,198.97 บาท
-ค่าใช้จ่ายสนับสนุนจากกองทุนฯ 1,295,060 บาท
-ค่าเช่าสนับสนุน-สำนักงานสาขา 380,000 บาท
-ค่าเช่าสำนักงานใหญ่ 2.4 ล้านบาท
-ค่าใช้จ่ายจัดทำเสื้อ 2,673,262.60 บาท
-ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 1,408,805.45 บาท
-ค่าที่ปรึกษาทางกฎหมาย 980,000 บาท
-ค่าจ้างคีย์ข้อมูล 1,657,707.03 บาท
-ค่าไฟฟ้าและประปา 1,005,103.27 บาท
-ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต 199,152.43 บาท
-ค่าใช้จ่ายงานวิจัยตัดจ่าย 2,732,053.81 บาท
-ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 6,648,564.41 บาท
รวมค่าใช้จ่าย 167.028 ล้านบาท
ปี 63 รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 76.7 ล้านบาท
รายได้
-เงินบริจาค 24.884 ล้านบาท
-ค่าบำรุงสมาชิกพรรค 77.174 ล้านบาท
-เงินอุดหนุนจากกองทุนฯ 845,841 บาท
-จำหน่ายสินค้า 166,760 บาท
-ดอกเบี้ย 58,198 บาท
รายได้อื่น 14,319 บาท
รวมรายได้ 103.143 ล้านบาท
ค่าใช้จ่าย
-เงินเดือน 4,448,152 บาท
-ค่าล่วงเวลาและค่าเบี้ยเลี้ยง 294,511 บาท
-ค่าสวัสดิการอื่นๆ 329,700 บาท
-เงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินทดแทน 117,060 บาท
-ค่าบริการสารสนเทศ 1,608,700 บาท
-ค่าใช้จ่ายสนับสนุนจากกองทุนฯ 6,125,312 บาท
-ค่าเช่าสนับสนุน-สำนักงานสาขา 380,000 บาท
-ค่าเช่าสำนักงานใหญ่ 2.4 ล้านบาท
-ต้นทุนขาย 141,935 บาท
-ค่าใช้จ่ายจัดทำเสื้อ 249,598 บาท
-ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 684,213 บาท
-ค่าที่ปรึกษาทางกฎหมาย 1.2 ล้านบาท
-ค่าจ้างคีย์ข้อมูล 462,077 บาท
-ค่าไฟฟ้าและประปา 605,678 บาท
-ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต 210,718 บาท
-ค่าใช้จ่ายงานวิจัยตัดจ่าย 37,945 บาท
-ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 7,147,345 บาท
รวมค่าใช้จ่าย 167.028 ล้านบาท
ปี 64 รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 51,979,842.52 บาท
รายได้
-เงินบริจาค 45.952 ล้านบาท
-ค่าบำรุงสมาชิกพรรค 23.159 ล้านบาท
-เงินอุดหนุนจากกองทุนฯ 5.530 ล้านบาท
-จำหน่ายสินค้า 169,180 บาท
-ดอกเบี้ย 117,119 บาท
-รายได้อื่น 29,755 บาท
รวมรายได้ 74.957 ล้านบาท
ค่าใช้จ่าย
-เงินเดือน 4,718,172 บาท
-ค่าล่วงเวลาและเบี้ยเลี้ยง 155,050 บาท
-ค่าสวัสดิการอื่นๆ 461,690 บาท
-เงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินทดแทน 100,695 บาท
-ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมทางการเมือง 3,389,694 บาท
-ค่าบริการสารสนเทศ 2,008,665 บาท
-ค่าใช้จ่ายสนับสนุนจากกองทุนฯ 2,523,356 บาท
-ค่าเช่าสนับสนุน-สำนักงานสาขา 430,000 บาท
-ค่าเช่าสำนักงานใหญ่ 2.4 ล้านบาท
-ต้นทุนขาย 143,995 บาท
-ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 462,985 บาท
-ค่าที่ปรึกษาทางกฎหมาย 1.2 ล้านบาท
-ค่าจ้างคีย์ข้อมูล 572,431 บาท
-ค่าไฟฟ้าและประปา 696,384 บาท
-ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต 216,133 บาท
-ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 3,498,278 บาท
รวมค่าใช้จ่าย 22.977 ล้านบาท
ปี 65 รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 74.469 ล้านบาท
รายได้
-เงินบริจาค 124.301 ล้านบาท
-ค่าบำรุงสมาชิกพรรค 9.828 ล้านบาท
-เงินอุดหนุนจากกองทุนฯ 9.475 ล้านบาท
-จำหน่ายสินค้า 5.20 แสนบาท
-ดอกเบี้ย 2.34 แสนบาท
รายรายได้ 144.361 ล้านบาท
ค่าใช้จ่าย
-เงินเดือน 5.024 ล้านบาท
-ค่าล่วงเวลาและเบี้ยเลี้ยง 4.94 แสนบาท
-ค่าสวัสดิการอื่นๆ 3.79 แสนบาท
-เงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินทดแทน 1.2 แสนบาท
-ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมทางการเมือง 6.996 ล้านบาท
-ค่าโฆษณะประชาสัมพันธ์ 12.190 ล้านบาท
-ค่าสติ๊กเกอร์ 8.539 ล้านบาท
-ค่าบริการสารสนเทศ 7.79 แสนบาท
-ค่าใช้จ่ายสนับสนุนจากกองทุนฯ 8.74 ล้านบาท
-ค่าเช่าสนับสนุน-สำนักงานสาขา 4.2 แสนบาท
-ค่าเช่าสำนักงานใหญ่ 5.2 ล้านบาท
-ค่ารักษาพยาบาล 7.012 ล้านบาท
-ต้นทุนขาย 4.35 แสนบาท
-ค่ากระเป๋าผ้า 4.494 ล้านบาท
-ค่าที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ 1.284 ล้านบาท
-ค่าที่ปรึกษาทางกฎหมาย 1.2 ล้านบาท
-ค่าจ้างคีย์ข้อมูล 7.7 หมื่นบาท
-ค่าไฟฟ้าและประปา 1.065 ล้านบาท
-ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต 2.22 แสนบาท
-ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 5.212 ล้านบาท
รวมค่าใช้จ่าย 69.891 ล้านบาท
ปี 66 รายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่าย 115.549 ล้านบาท
รายได้
-เงินบริจาค 18.890 ล้านบาท
-ค่าบำรุงสมาชิกพรรค 1.547 ล้านบาท
-เงินอุดหนุนจากกองทุนฯ 3.813 ล้านบาท
-ดอกเบี้ย 5.16 แสนบาท
-รายได้อื่น 2.4 หมื่นบาท
รวมรายได้ 24.792 ล้านบาท
ค่าใช้จ่าย
-เงินเดือน 5.601 ล้านบาท
-ค่าล่วงเวลาและเบี้ยเลี้ยง 7.88 แสนบาท
-ค่าสวัสดิการอื่นๆ 3.85 แสนบาท
-เงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินทดแทน 1.71 แสนบาท
-ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมทางการเมือง 4.431 ล้านบาท
-ค่าใช้จ่ายสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้ง-ระบบเขต 66.075 ล้านบาท
-ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ 38.452 ล้านบาท
-ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ 8 แสนบาท
-ค่าสติ๊กเกอร์ 4.72 แสนบาท
-ค่าบริการสารสนเทศ 1.013 ล้านบาท
-ค่าใช้จ่ายสนับสนุนจากกองทุนฯ 4.543 ล้านบาท
-ค่าเช่าสนับสนุน-สำนักงานสาขา 4.4 แสนบาท
-ค่าเช่าสำนักงานใหญ่ 7.2 ล้านบาท
-ค่าที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ 1.508 ล้านบาท
-ค่าที่ปรึกษาทางกฎหมาย 1.88 ล้านบาท
-ค่าไฟฟ้าและประปา 1.733 ล้านบาท
-ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต 2.26 แสนบาท
-ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 4.615 ล้านบาท
รวมค่าใช้จ่าย 140.341 ล้านบาท
ปี 67 รายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่าย 8.187 ล้านบาท
รายได้
-เงินบริจาค 28.570 ล้านบาท
-ค่าบำรุงสมาชิกพรรค 9.5 หมื่นบาท
-เงินอุดหนุนจากกองทุนฯ 2.903 ล้านบาท
-ดอกเบี้ย 3.90 แสนบาท
รวมรายได้ 31.959 ล้านบาท
ค่าใช้จ่าย
-การดำเนินกิจการของพรรคการเมือง 12.904 ล้านบาท
-การบริหารพรรคการเมือง 27.242 ล้านบาท
รวมค่าใช้จ่าย 40.147 ล้านบาท
ปี 68 รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 54.152 ล้านบาท
รายได้
-เงินบริจาค 146.409 ล้านบาท
-ค่าบำรุงสมาชิกพรรค 1.248 ล้านบาท
-เงินอุดหนุนจากกองทุนฯ 1.993 ล้านบาท
-ดอกเบี้ย 1.80 แสนบาท
รวมรายได้ 149.832 ล้านบาท
ค่าใช้จ่าย
-การดำเนินกิจการพรรคการเมือง 58.467 ล้านบาท
-การเลือกตั้งของพรรคการเมือง 2.743 ล้านบาท
-การบริหารพรรคการเมือง 34.468 ล้านบาท
รวมค่าใช้จ่าย 95.679 ล้านบาท
@ ปี 59 - ปี 61 ‘รายได้น้อยกว่ารายจ่าย’
ขณะที่ก่อนหน้านั้นงบรายได้และค่าใช้จ่าย รวมถึงเงินบริจาคของพรรค ปี 59 ปี 60 และ ปี 61 ‘รายได้น้อยกว่ารายจ่าย’ สูงสุดในปี 61 เกือบ 10 ล้านบาท มีรายละเอียดดังนี้
ปี 59 รายได้น้อยกว่ารายจ่าย 3.053 ล้านบาท
รายได้
-เงินบริจาคภาษี 20,900 บาท
-รายได้อื่น 405 บาท
รวมรายได้ 21,305 บาท
ค่าใช้จ่าย
-ค่าใช้จ่ายบริหาร 3.074 ล้านบาท
รวมค่าใช้จ่าย 3.074 ล้านบาท
ปี 60 รายได้น้อยกว่ารายจ่าย 3,315,054 บาท
รายได้
-เงินบริจาคภาษี 28,500 บาท
-รายได้อื่น 447 บาท
รวมรายได้ 28,947 บาท
ค่าใช้จ่าย
-ค่าใช้จ่ายบริหาร 3.344 ล้านบาท
รวมค่าใช้จ่าย 3.344 ล้านบาท
ปี 61 รายได้น้อยกว่ารายจ่าย 9.293 ล้านบาท
รายได้
-ค่าบำรุงสมาชิกพรรค 2.094 ล้านบาท
-รายรับเงินบริจาคจากนักการเมือง (รายรับเงินบริจาค) 10 ล้านบาท
-รายได้อื่น 1,567 บาท
รวมรายได้ 12.096 ล้านบาท
ค่าใช้จ่าย (ค่าใช้จ่ายบริหาร)
-เงินเดือน 2,000,100 บาท
-ค่าล่วงเวลา 156,050 บาท
-ค่าเบี้ยเลี้ยง 840,421 บาท
-ค่าสวัสดิการอื่นๆ 225,226 บาท
-เงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินทดแทน 65,460 บาท
-ค่าบริการสารสนเทศ 9,841,392.19 บาท
-ค่าใช้จ่ายจัดทำเสื้อ 5,536,191.50 บาท
-ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 292,213 บาท
-ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต 125,073.18 บาท
-ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 2,307,433.62 บาท
รวมค่าใช้จ่าย 21,570,399.63 บาท
@ 18 ปี ภูมิใจไทย จาก ‘พรรคต่ำร้อย’ สู่ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’
พรรคภูมิใจไทย พรรคที่โดนค่อนขอดว่าเป็น ‘พรรคภูธร’ ในถิ่นทุรกันดาร ‘อีสานใต้’ ดินแดน ‘ตำน้ำกิน’ บัดนี้ พรรคการเมืองที่มีเพียงอายุ 18 ปี (ก่อตั้ง 6 เม.ย.51) รวบรวมสรรพกำลังนักการเมือง ‘บ้านใหญ่’ จากพรรค 51 เสียง (เลือกตั้งปี 62 ) และ พรรค 71 เสียง (เลือกตั้งปี 66) จนกลายเป็น ‘พรรครัฐบาล’ ที่มีเสียงมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรถึง 192 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 69
เส้นทาง 18 ปี ของพรรคภูมิใจไทย ขึ้น-ลงลูกระนาดทางการเมือง ตั้งแต่การ ‘พลิกขั้ว-พลิกเกม-พลิกลิ้น’ จน ‘อนุทิน’ เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก
จาก ‘จุดเปลี่ยน’ การ ‘ฉีกเอ็มโอเอ’ พรรคประชาชน นำมาสู่การชนะถล่มทลายของพรรคภูมิใจไทย โดยการขี่กระแส ‘รักชาติ’ เป็นแรงเหวี่ยงให้ ‘อนุทิน’ เข้าทำเนียบรัฐบาล นั่งเก้าอี้นายกฯ สมัยที่สอง
ปัจจุบันพรรคภูมิใจขึ้นสู่จุดสูงสุดจะถูกขนานนามว่าเป็นเครื่องจักรของ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ คุมกลไกสำคัญทั้ง ‘สภาล่าง-สภาสูง’ และ ‘องค์กรอิสระ’
หาก ภท. เป็นห้างร้าน-บริษัทจำกัด การบริหารจัดการตลอด 9 ปีที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบัน นับว่า ผลประกอบการเติบโตก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง ทำรายได้-กำไรให้กับหุ้นส่วนทางธุรกิจได้อย่างเป็นที่น่าพึงพอใจ
ทว่าในฐานะ 'ประเทศไทยจำกัด' ที่มี 'คนทั้งประเทศ' เป็นผู้มีส่วนได้-ส่วนเสีย จะพึงพอใจกับการ 'บริหารราชการแผ่นดิน' ของ 'ภท.' ที่มี 'อนุทิน' เป็น 'ซีอีโอประเทศไทย' ได้มากน้อยแค่ไหน 'หุ้นส่วนประเทศไทย' ทุกคนจะต้องเป็นคนให้คำตอบว่า เหมาะสมหรือไม่ในตำแหน่ง 'นายกรัฐมนตรี'

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา