
‘ศาลอุทธรณ์’ ยืนโทษจำคุก ‘อดีตนายก ทต.ดอนจาน’ กาฬสินธุ์ 2 ปี 6 เดือน ‘ไม่รอลงอาญา’ คดีทุจริตโครงการฝึกอบรมบุคลากรฯ-ดูงานนอกสถานที่ ปีงบ 56
..............................................
เมื่อวันที่ 23 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อเร็วๆนี้ ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 1351/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 23772/2568 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง นายณัฐพล พลเสนา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลดอนจาน อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ กับพวก ในคดีทุจริตโครงการฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาศักยภาพบุคลากรและศึกษาดูงานนอกสถานที่ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2556
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น (ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4) เป็นว่า จำเลยที่ 1 (นายณัฐพล พลเสนา) ถึงที่ 4 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 และจำเลยที่ 5 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86
กับให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 3 และที่ 5 คนละ 20,000 บาทอีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงปรับคนละ 10,000 บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ 3 และที่ 5 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคาพิพากษาศาลชั้นต้น
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 075/2569 เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่ฎีกาคำพิพากษา
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 119/2565 เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2565 มีมติชี้มูลความผิด นายณัฐพล พลเสนา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลดอนจาน อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ กับพวก ทุจริตโครงการฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาศักยภาพบุคลากรและศึกษาดูงานนอกสถานที่ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2556 2556 โดยมีมูลความผิดทางอาญาตาม ปอ. ม.151 ม.157 ม.161 และ ม.162 (1) (4) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม.123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.172) โดยให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี
ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดี (คดีหมายเลขดำที่ อท 51/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อท 220/2566) โดยพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายณัฐพล พลเสนา) และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) มาตรา 161 (เดิม) และมาตรา 162 (เดิม) (1) (4) ประกอบมาตรา 86 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อานาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 5 ปี
จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 มาตรา 157 (เดิม) มาตรา 161 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 มาตรา 162 (เดิม) (1) (4) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน
จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 มาตรา 157 (เดิม) มาตรา 161 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 มาตรา 162 (เดิม) (1) (4) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน
จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) มาตรา 161 (เดิม) มาตรา 162 (เดิม) (1) (4) ประกอบมาตรา 86 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ,มาตรา 172 ประกอบมาตรา 86 อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 (นายณัฐพล พลเสนา) และที่ 2 มีกำหนดคนละ 2 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 4 และที่ 5 คนละ 1 ปี 8 เดือน
พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 แล้ว เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อนก็ตาม แต่พฤติการณ์แห่งคดีทำให้สูญเสียและสิ้นเปลืองงบประมาณของแผ่นดิน กระทบต่อความเสียหายแก่ระบบราชการ และอาจทำให้เกิดพฤติการณ์เลียนแบบกับหน่วยราชการอื่นต่อไปได้ จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5
สำหรับจำเลยที่ 3 เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งการกระทำผิด ประกอบกับจำเลยที่ 3 รับข้อเท็จจริงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 8 เดือน แต่การที่จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธในการถือว่าขาดจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองดี จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษจำคุกเช่นกัน





Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา