
“…กรณีที่เอกชนจะขอใช้ประโยชน์ที่ดินของ รฟม. ที่ได้มาจากการเวนคืนนั้น รฟม. ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนและวัตถุประสงค์ของ รฟม. แล้ว โดยยังคงใช้ประโยชน์อยู่ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ซึ่งการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินนั้น ไม่ได้ทำให้วัตถุประสงค์ของการเวนคืนเดิมต้องเสียไป… รฟม. ย่อมจะพิจารณาอนุญาตได้…”
......................................
เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยแพร่ ‘บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง การอนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก’ (เรื่องเสร็จที่ 1218/2569) ตามข้อหารือของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดของ บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ ฉบับดังกล่าว มีรายละเอียด ดังนี้
@หารือปมให้‘เอกชน’ใช้ที่ดิน‘เวนคืน’เป็นทาง‘เข้า-ออก’
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีหนังสือ ที่ รฟม 014/1361 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความได้ ดังนี้
1.ในการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าของ รฟม. มีความจำเป็นต้องเวนคืนที่ดินเพื่อใช้ในกิจการ ซึ่งการเวนคืนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเอกชนเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนและที่ดินใกล้เคียงบริเวณแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้า รฟม. จึงอนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของ รฟม. เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก
ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 18 (1) แห่ง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2553 โดยข้อบังคับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน คือ ข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2566
2.ในปี พ.ศ.2563 มีความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นเกี่ยวกับการอนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของ รฟม. เป็นทางเข้า-ออก จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่
2.1 เรื่องเสร็จที่ 237/2563 เรื่อง การอนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเป็นทางเข้า-ออก โครงการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัย ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ โดยมีความเห็นสรุปได้ว่า การที่ รฟม. ได้นำที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนไปอนุญาตให้เอกชนใช้เป็นทางเข้า-ออก เพื่อให้เอกชนสามารถสร้างอาคารชุดพักอาศัย ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษและประกอบธุรกิจอาคารชุดได้ มิใช่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของ รฟม. และประชาชนในอันที่จะใช้ประโยชน์บนพื้นที่ดังกล่าวตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน
2.2 เรื่องเสร็จที่ 1081/2563 เรื่อง การอนุญาตให้เอกชนใช้ทางเข้า-ออก อาคารจอดรถของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นทางเข้า-ออก สู่ทางสาธารณะ โดยมีความเห็นสรุปได้ว่า เมื่อ รฟม. ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยเปิดให้ประชาชนใช้อาคารจอดรถ และทางเข้า-ออก อาคารจอดรถ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 จนถึงปัจจุบันแล้ว
จึงเป็นกรณีที่ รฟม. ใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนแล้ว และยังใช้ประโยชน์อยู่ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินดังกล่าว ไม่ได้ทำให้วัตถุประสงค์ของการเวนคืนเดิมต้องเสียไป จึงไม่ถือว่าเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินนอกเหนือวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน
และการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในลักษณะดังกล่าว ไม่ได้มีลักษณะที่ส่งมอบการยึดถือหรือครอบครองที่ดินให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตไปใช้ประโยชน์ โดย รฟม. ยังคงเป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์ทางเข้า-ออก ได้ตามปกติ กรณีจึงไม่ใช่การให้เช่าหรือการให้สิทธิใดๆ ในอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 75 (6) ที่ รฟม. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินการได้
3.ต่อมาศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อส.188/2566 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 โดยมีคำวินิจฉัยในประเด็นที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชนในที่ดินของ รฟม. เป็นทางเข้า-ออก สรุปได้ว่า
การที่ รฟม. นำที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนไปอนุญาตให้เอกชนใช้เป็นทางเข้า-ออก เพื่อประโยชน์ของที่ดินของเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้ที่ดินเพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษของเอกชน อันเป็นประโยชน์แก่กิจการของเอกชนเท่านั้น ซึ่งมิใช่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของ รฟม. และวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน การอนุญาตของ รฟม. เช่นว่านี้ จึงมิอาจกระทำได้
4.จากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว ส่งผลให้มีประเด็นว่า การที่ รฟม. จะอนุญาตให้เอกชนรายอื่นใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ รฟม. ได้มาจากการเวนคืน เพื่อเป็นทางผ่าน หรือ เข้า-ออก เพื่อประโยชน์ของที่ดินเอกชน กระทำได้หรือไม่
ดังนั้น รฟม. จึงมิได้อนุญาตในลักษณะดังกล่าวอีก ทำให้เจ้าของที่ดิน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเวนคืน และเจ้าของที่ดินใกล้เคียงบริเวณแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าจำนวนมาก มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้ที่ดินของ รฟม. เพื่อเป็นทางผ่าน หรือเข้า-ออก
5.ในปี พ.ศ.2567 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้แจ้งผลการพิจารณาข้อหารือของกรุงเทพมหานคร เรื่อง แนวทางดำเนินการของกรุงเทพมหานครในการปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อส.188/2566 ให้ รฟม. ทราบ
โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้มีความเห็นในเรื่องเสร็จที่ 935/2567 มีสาระสำคัญสรุปได้ว่า เมื่อปัจจุบัน บริษัท อ. ได้รื้อถอนอาคารสำนักงาน สำนักงานขาย และป้ายโฆษณาออกแล้ว และประชาชนทั่วไปสามารถใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นลานจอดรถได้ โดยเสียค่าบริการตามอัตราที่ รฟม.กำหนด จึงเป็นกรณีที่ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป
ดังนั้น การที่ รฟม. อนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ที่ดินดังกล่าว จึงไม่กระทบต่อสาระสำคัญของวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน โดย รฟม. ต้องนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 75 (6) และ (10) แห่ง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยฯ อันจะเป็นการกระทำที่ชอบด้วยขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมาย
ทั้งนี้ การให้ความเห็นในเรื่องนี้ เป็นไปตามข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง และโดยมุ่งหมายที่จะคุ้มครองสิทธิของผู้สุจริตและสร้างความเชื่อมั่นในระบบกฎหมายและหลักนิติธรรมของประเทศ จึงไม่อาจนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ซึ่งมีข้อเท็จจริงในรายละเอียดที่ไม่เหมือนกับเรื่องนี้
6.เมื่อพิจารณาความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ในเรื่องเสร็จที่ 935/2567 รฟม. เห็นว่า เป็นกรณีกรุงเทพมหานครหารือเกี่ยวกับการดำเนินการของกรุงเทพมหานคร และสำนักงานฯ ได้จัดส่งความเห็นแก่ รฟม. เพื่อทราบ
ประกอบกับความเห็นดังกล่าวได้ระบุไว้ชัดเจนว่า การให้ความเห็นในเรื่องนี้เป็นไปตามข้อเท็จจจริงเฉพาะเรื่องและโดยมุ่งหมายที่จะคุ้มครองสิทธิของผู้สุจริตและสร้างความเชื่อมั่นในระบบกฎหมายและหลักนิติธรรมของประเทศ จึงไม่อาจนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ซึ่งมีข้อเท็จจริงในรายละเอียดที่ไม่เหมือนกับเรื่องนี้ได้
ดังนั้น รฟม. จึงไม่สามารถนำแนวความเห็นดังกล่าว มาใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาอนุญาตให้เอกชนรายอื่นใช้ที่ดินที่ รฟม. ได้มาจากการเวนคืน เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก ได้
รฟม. จึงขอหารือว่า ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องเสร็จที่ 237/2563 เรื่องเสร็จที่ 1081/2563 เรื่องเสร็จที่ 935/2567 และผลของคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อส.188/2566 จะมีผลผูกพัน รฟม. ในการพิจารณาอนุญาตให้เอกชนรายอื่นใช้ประโยชน์ในที่ดินของ รฟม. ที่ได้มาจากการเวนคืนเพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า- ออก หรือไม่ อย่างไร
และ รฟม. จะสามารถพิจารณาอนุญาตให้เอกชนใช้ที่ดินของ รฟม. ที่ได้มาจากการเวนคืน ซึ่ง รฟม. ได้เข้าใช้ประโยชน์แล้ว และยังคงใช้อยู่ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนและวัตถุประสงค์ของ รฟม. เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก สำหรับที่ดินของเอกชน ตามข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยฯ ได้หรือไม่ อย่างไร
ต่อมา รฟม. มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ รฟม 014/2565 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อนำส่งข้อมูลและขอหารือเพิ่มเติม สรุปความได้ว่า รฟม. ได้ประมวลรายละเอียดตามคำขอของเอกชนที่ได้ยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก
ซึ่งยังมีความไม่ชัดเจนว่า รฟม. มีอำนาจในการพิจารณาอนุญาต ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลขนแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลขนแห่งประเทศไทยฯได้หรือไม่ อย่างไร แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่
กรณีที่ 1 การขออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก ร่วมกับการใช้ประโยชน์ของ รฟม. ในบริเวณที่ รฟม. เปิดเป็นทางสัญจร สำหรับเจ้าหน้าที่ของ รฟม. ประชาชน และผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า โดยปัจจุบัน รฟม. ใช้พื้นที่นั้น เป็นทางสัญจรสำหรับการซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้าของ รฟม. (Service Road) ทั้งนี้ ปัจจุบันการขออนุญาตในลักษณะเป็นทางสัญจรร่วมกันในกรณีที่ 1 นี้ มีจำนวน 3 ราย
กรณีที่ 2 การขออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก ร่วมกับการใช้ประโยชน์ของ รฟม. ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า และปัจจุบันมีโครงสร้างทางวิ่งยกระดับตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าของ รฟม. พาดผ่านบนพื้นที่นั้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันการขออนุญาตในลักษณะเป็นการใช้พื้นที่ในบริเวณใต้โครงสร้างระบบรถไฟฟ้าของ รฟม. (โครงสร้างยกระดับ) ในกรณีที่ 2 นี้ มีจำนวน 9 ราย
รฟม. จึงขอหารือเพิ่มเติมว่า รฟม. สามารถอนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก ร่วมกับการใช้ประโยชน์ของ รฟม. เพื่อเป็นทางสัญจรร่วมกันในกรณีที่ 1 และเพื่อใช้ประโยชน์ในบริเวณใต้โครงสร้างระบบรถไฟฟ้าของ รฟม. (โครงสร้างยกระดับ) ในกรณีที่ 2 ได้หรือไม่ อย่างไร
และการอนุญาตดังกล่าว เป็นกรณีที่ รฟม. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน จึงจะดำเนินกิจการได้ ตามมาตรา 75 (6) แห่ง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลขนแห่งประเทศไทยฯ หรือไม่
@ชี้‘รฟม.’อนุญาตให้‘เอกชน’ใช้‘ที่ดิน’ที่ได้จากการเวนคืนได้
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้พิจารณาข้อหารือของการถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยมีผู้แทนกระทรวงคมนาคม (สำนักงานปลัดกระทรวง) และผู้แทน รฟม. เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฎข้อเท็จจริงเพิ่มเติมสรุปได้ว่า
ในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของ รฟม. ตามข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2566 นั้น รฟม. จะพิจารณาความเหมาะสม ตามลักษณะทางกายภาพและหลักวิศวกรรมของแต่ละพื้นที่
เพื่อมิให้การใช้ประโยชน์ของเอกชนในการอนุญาตดังกล่าวกระทบกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของ รฟม. รวมทั้ง รฟม. จะกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาต โดยมีข้อสงวนสิทธิให้การดำเนินการของเอกชนบางประการต้องขอรับความเห็นชอบจาก รฟม. ก่อนด้วย
ทั้งนี้ ผู้แทน รฟม. ยืนยันว่า ในการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก ทั้งในกรณีเพื่อใช้ประโยชน์เป็นทางสัญจรร่วมกันในกรณีที่ 1 และเพื่อใช้ประโยชน์ในบริเวณไต่โครงสร้างระบบรถไฟฟ้าของ รฟม. (โครงสร้างยกระดับ) ในกรณีที่ 2
มีลักษณะร่วมกัน คือ เป็นกรณีที่ รฟม. ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนและวัตถุประสงค์ของ รฟม. แล้ว โดยยังคงใช้ประโยชน์อยู่ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ซึ่งการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินนั้น ไม่ได้ทำให้วัตถุประสงค์ของการเวนคืนเดิมต้องเสียไป
โดยข้อเท็จจริงตามคำขออนุญาตดังกล่าว มีลักษณะทำนองเดียวกันกับข้อเท็จจริงตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ในเรื่องเสร็จที่ 1081/2563
ประกอบกับในกรณีที่มีการอนุญาต รฟม. ก็มิได้มีการส่งมอบการยึดถือ หรือครอบครองที่ดินให้แก่ผู้ขออนุญาต จึงมิใช่การให้เช่าหรือให้สิทธิใดๆในอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. ตามมาตรา 75 (6) แห่ง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินกิจการได้
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) พิจารณาแล้ว เห็นว่า หนังสือขอหารือของ รฟม. ทั้งสองฉบับ เป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องกัน และมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า
ที่ดินของ รฟม. ที่ได้มาจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่ง รฟม. ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนแล้ว และยังคงใช้ประโยชน์อยู่ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนและวัตถุประสงค์ของ รฟม. หากเอกชนขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินดังกล่าว เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก สำหรับที่ดินของเอกชน
กรณีเช่นว่านี้ รฟม. จะสามารถพิจารณาอนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนดังกล่าว ตามข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2566 ได้หรือไม่ อย่างไร
ในประเด็นดังกล่าว เห็นว่า โดยที่การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เป็นการใช้อำนาจรัฐในการให้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของประชาชน เพื่อนำมาใช้ประโยชน์สาธารณะ โดยเมื่อมีการใช้บังคับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 เป็นต้นมา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จากการเวนคืนไว้ว่า หากมิได้เข้าใช้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องคืนให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่หน่วยงานของรัฐเวนคืนมา จึงยังไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐโดยเด็ดขาด หน่วยงานของรัฐจึงต้องใช้ประโยชน์ที่ดินตามวัตถุประสงค์ที่เวนคืนมาภายในระยะเวลาที่กำหนด
อย่างไรก็ดี หากหน่วยงานของรัฐ ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ถ้ายังสามารถนำที่ดินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น โดยไม่กระทบต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืน หน่วยงานของรัฐ ย่อมสามารถนำที่ดินนั้นไปใช้ เพื่อหาประโยชน์หรือใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นเพิ่มเติมได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ที่ดินและไม่กระทบต่อวัตถุประสงค์ของการเวนคืนที่ดิน
สำหรับที่ดินของ รฟม. ที่ได้มาจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่ง รฟม. ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนและวัตถุประสงค์ของ รฟม. แล้ว โดยยังคงใช้ประโยชน์อยู่ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว หากเอกชนขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินนั้น เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก สำหรับที่ดินของเอกชน
กรณีเช่นว่านี้ การอนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ในที่ดิน ย่อมต้องเป็นไปตามที่มาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์กำหนดไว้
โดยในกรณีนี้ ได้มีความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) วางหลักในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไว้แล้วในเรื่องเสร็จที่ 1081/2563 และเรื่องเสร็จที่ 237/2563 จึงสามารถดำเนินการได้โดยอาศัยแนวทางที่คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) วางไว้
โดยหากปรากฎข้อเท็จจริงว่า กรณีที่เอกชนจะขอใช้ประโยชน์ที่ดินของ รฟม. ที่ได้มาจากการเวนคืนนั้น รฟม. ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนและวัตถุประสงค์ของ รฟม. แล้ว
โดยยังคงใช้ประโยชน์อยู่ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ซึ่งการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินนั้น ไม่ได้ทำให้วัตถุประสงค์ของการเวนคืนเดิมต้องเสียไป และมิใช่เป็นการอนุญาตเพื่อประโยชน์แก่กิจการของเอกชนเท่านั้น จนทำให้ รฟม. ไม่สามารถใช้ที่ดินตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนได้ตามปกติแล้ว
รฟม. ย่อมจะพิจารณาอนุญาตได้ตามข้อ 6 และข้อ 8 แห่งข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยฯ
อย่างไรก็ดี ในการพิจารณาอนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของ รฟม. ที่ได้มาจากการเวนคืน เพื่อเป็นทางผ่านหรือเข้า-ออก จะสามารถกระทำได้หรือไม่เพียงใด นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาให้เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วนเป็นรายกรณีไป
โดยอย่างน้อยต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน และวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจการของ รูฟม. รวมทั้งลักษณะและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ที่ดินประกอบกันด้วย







อ่านประกอบ :
ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัย‘กฤษฎีกา’ ไม่ต้องทุบ‘แอชตัน อโศก’-มุ่งคุ้มครองสิทธิ‘ผู้สุจริต'
กฤษฎีกาตีความ 'แอชตันอโศก' ไม่ต้องทุบทิ้ง ขอใบอนุญาตใหม่ได้ มีผลย้อนหลัง
‘ศาล ปค.สูงสุด’สั่งไม่รับคำร้อง‘นิติฯอาคารชุด’ ขอรื้อคดีเพิกถอนใบอนุญาต‘แอชตัน อโศก’
ศาลแพ่งฯสั่ง‘อนันดาฯ’คืนเงินค่าซื้อห้องชุด‘แอชตัน อโศก’ให้ลูกบ้าน 7 ราย 78 ล้าน
ศาลฯแจงข่าว 3 ด.รื้อ‘แอชตัน-อโศก’คลาดเคลื่อน ชี้‘กทม.’ต้องบังคับใช้กม.หลังถอนใบอนุญาตฯ
ไม่ต้องทุบ'แอชตันอโศก'? จับตา'ครม.เศรษฐา'รับลูก'รบ.บิ๊กตู่'แก้กฎกระทรวง‘อุ้ม
มีแนวโน้มในทิศทางที่ดี! ‘อนันดาฯ’แจงความคืบหน้าหา‘ทางเข้า-ออก’ใหม่ คอนโด‘แอชตันอโศก’
ลูกบ้าน‘แอชตันอโศก’ร้อง‘อัยการสูงสุด’ช่วย-'รองโฆษกฯ'เผยหากไกล่เกลี่ยไม่จบจะยื่นฟ้องให้
พลิกคดีแอชตันอโศก! รฟม.เมิน‘กฤษฎีกา’เพิกถอนใบอนุญาตใช้ที่ดินเวนคืนฯ ใครต้องรับผิดชอบ?
'รฟม.'แจง'มิได้ปกปิด-เพิกเฉย'ความเห็น'กฤษฎีกา' ปมใช้ที่ดินเวนคืนฯทำทางออก'แอชตัน อโศก'
รฟม.เก็บเงียบ 3 ปี! คำวินิจฉัย‘กฤษฎีกา’ชี้ที่ดินเวนคืนฯใช้เป็นทางออก‘แอชตัน อโศก’ไม่ได้
เมิน‘ป.ป.ช.-สตง.’ท้วง! รฟม.อุ้ม‘อนันดาฯ’ใช้ที่ดินเวนคืนฯ ก่อน‘แอชตันอโศก’โดนถอนใบอนุญาต
กทม.ชี้ไม่ต้องทุบ 'แอชตัน อโศก' เตรียมสั่ง'อนันดา' แก้ใบอนุญาตก่อสร้างให้ถูกต้อง
ไม่จำเป็นต้องรื้อคอนโดหรู! ANAN วาง 3 แนวทางแก้ปัญหา‘แอชตัน อโศก’-เจรจาภาครัฐหาทางออก
เบรกแอชตันคือชัยชนะชุมชน จี้โยธาฯ ตีความ กม. ต้องรัดกุม
กทม.นัดแถลงปมแอชตัน อโศก 3 ส.ค. 66 รฟม.โต้ทำเอกชนเสียหาย
ความเห็นแย้งคดีแอชตันอโศก(จบ) เหตุผล'หนึ่งเดียว'ตุลาการเสียงข้างน้อย ชี้3ปมยกฟ้อง
ความเห็นแย้งคดีแอชตันอโศก (1) 'ตุลาการเสียงข้างน้อย’ชี้ใช้ที่ดิน‘รฟม.’เป็น'ทางเข้า-ออก'ได้
เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกม.! ‘ศาล ปค.สูงสุด’สั่งเพิกถอนใบอนุญาตฯคอนโดหรู‘แอชตัน อโศก’
ผลสอบลับ สตง.ส่ง ป.ป.ช.ฟันบอร์ด รฟม.เอื้อคอนโดหรูอโศก-สั่งชดใช้ค่าเสียหายด้วย 86.99 ล.
โยนรฟม.แจงเอง!บมจ.อนันดาฯยันทำถูกต้องปมสตง.สอบใช้ปย.ที่ดินเข้า-ออกคอนโดหรูไม่ขอครม.
สตง.สอบพบ รฟม. ให้สิทธิเอกชนใช้ปย.ที่ดินทำทางเข้า-ออกคอนโดหรูไม่ขอความเห็นชอบ 'ครม.'
เมื่อแอชตัน คอนโด 50 ชั้น อโศก เสร็จแล้ว แต่โอนไม่ได้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา