
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 5 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก ทต.ปาย’ 6 เดือน คดีให้ก่อสร้าง ‘ตึกแถว’ ไม่เป็นไปตาม ‘กม.’ กำหนด-ปล่อยให้ปรับปรุง ‘อาคาร’ รุกล้ำที่สาธารณะ ไม่ปรากฏเสียหายร้ายแรง-ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุก ‘รอลงอาญา’ 1 ปี สั่งปรับ 1 หมื่นบาท
.......................................
เมื่อวันที่ 30 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 12/2569 คดีหมายเลขแดงที่ อท 39/2569 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายอรรคเดช ตาปราบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ในคดีให้ก่อสร้างตึกแถว ไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด และปล่อยให้มีการปรับปรุงอาคารรุกล้ำที่สาธารณะ
คดีนี้ ศาลฯ พิพากษาว่า จำเลย (นายอรรคเดช ตาปราบ) มีความผิดตาม ป.อ. ม.157 พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.172 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตาม ป.อ. ม.157 ตาม ป.อ. ม.90 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. ม.78 เป็นจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท
พิเคราะห์รายงานสืบเสาะและพินิจจำเลย ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า รูปคดีเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ของตน โดยไม่ปรากฏความเสียหายร้ายแรง ทั้งจำเลยเคยประกอบคุณงามความดีมาก่อน นิสัยความประพฤติไม่ปรากฏข้อเสียหาย ไม่เคยถูกดำเนินคดีอาญามาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลย โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 1 ปี ตาม ป.อ. ม.56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. ม.29, 30
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 092/2569 เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีอาญา
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายอรรคเดช ตาปราบ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นายอรรคเดช ตาปราบ จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 15/2568 เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2568 มีมติชี้มูลความผิด นายอรรคเดช ตาปราบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ให้ก่อสร้างตึกแถว ไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด และปล่อยให้มีการปรับปรุงอาคารรุกล้ำที่สาธารณะ โดยมีมูลความผิดทางอาญา ป.อ. ม.157 ,พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.172 และให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา