แพร่มติ ‘ป.ป.ช.’ ชี้มูลความผิด ‘พล.ร.ต. อดีตผอ.สำนักกฎหมายฯ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า-พวก’ นำรายชื่อพนักงานเทศบาลมาบรรจุเป็น ‘กำลังพล’ ก่อนจัดทำเอกสารเบิก ‘เบี้ยเลี้ยง-ค่าเสี่ยงภัย’ เป็นเท็จ ล่าสุด 'อัยการ' ส่งฟ้องแล้ว คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฯ
..........................................
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 61/2568 เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2568 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด พลเรือตรี วรพล สิทธิจิตต์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมพวกรวม 6 ราย กรณีนำรายชื่อพนักงานเทศบาลมาบรรจุเป็นกำลังพลและจัดทำเอกสารเบิกจ่ายเงินอันเป็นเท็จ
สืบเนื่องจากการไต่สวนพบว่า ในปีงบประมาณ 2564 (ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2563-31 มีนาคม 2564) พลเรือตรี วรพล สิทธิจิตต์ (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1) ได้สั่งการให้นำชื่อ นายชานน เนตรพรหม (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6) ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาล เทศบาลตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี มาบรรจุเป็นกำลังพลในสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยมี พันเอก เศรษฐสิทธิ์ แก้วคูณเมือง (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3) เป็นผู้ติดต่อ ทั้งที่ นายชานน ไม่ได้เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวจริง และไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบบริหารงานบุคคล
จากนั้นกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย พลเรือตรี วรพล สิทธิจิตต์, พันเอก เดชพัฒน์ วิภาวนิช (รอง ผอ.สำนักกฎหมายฯ), พันเอก เศรษฐสิทธิ์ แก้วคูณเมือง, พันเอก รชต ขันตรี (หัวหน้าฝ่ายธุรการและงบประมาณ) และ พันโท สมพงศ์ วงศ์ทองดี (รองหัวหน้าฝ่ายธุรการฯ) ได้ร่วมกันลงลายมือชื่อรับรองเท็จในเอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเลี้ยงดู และค่าเสี่ยงภัย รวม 18 ฎีกา โดยมี นายชานน เนตรพรหม ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับเงิน เพื่อนำไปประกอบการเบิกจ่ายโดยทุจริต ทำให้ กอ.รมน. และทางราชการได้รับความเสียหายรวม 59,772 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิด ดังนี้
ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-5 ได้แก่ พลเรือตรี วรพล สิทธิจิตต์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ,พันเอก เดชพัฒน์ วิภาวนิช ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ,พันเอก เศรษฐสิทธิ์ แก้วคูณเมือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
พันเอก รชต ขันตรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายธุรการและงบประมาณ สำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และพันโท สมพงศ์ วงศ์ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าฝ่ายธุรการและงบประมาณ สำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต และรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบมาตรา 91 รวมทั้งมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นายชานน เนตรพรหม หัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาล เทศบาลตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 86 และ 91 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบมาตรา 86 และ 91 รวมถึงมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัย ปัจจุบันผู้ถูกกล่าวหาได้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 59,772 บาท คืนให้แก่ กอ.รมน. แล้ว และสำนักงานอัยการสูงสุดได้ส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
อนึ่ง การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา