
ใครเป็นใคร? สรุปยอดคดีบัญชีทรัพย์สินรอบปี 2568 ศาลฎีกาฯพิพากษามีความผิด 43 ราย 45 คดี 2 คนโดนซ้ำ รองนายก อบต. มากสุด 13 คน นายก อบต. 9 - ส. อบจ. 7 - นายกเทศมนตรี 4 - รองนายก อบจ. 3 - สส. 3 ขณะ นายก อบจ. รองนายกเทศฯ เลขานายก อบจ. สท. ตำแหน่งละ 1 คน โทษจำคุกส่วนใหญ่ให้รอลงโทษ ติดจริง 2 กักขัง 1 ยกคำร้อง 2
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รวบรวมคดีบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เผยแพร่คำพิพากษาในรอบปี 2568 จำนวนทั้งสิ้น 47 คดี พิพากษาให้มีความผิด 45 คดี ยกคำร้อง 2 คดี ขณะที่องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิพากษาแก้โทษ 1 คดี ดังนี้
ศาลฎีกาฯพิพากษาให้มีความผิดตามคำร้องทั้งสิ้น 45 คดี 43 ราย (2 รายโดน 2 คดี) ได้แก่
1.นายชัชวาลย์ แสงจ๊า รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตาก จ.ตาก
2.นายขนบ หวานเสร็จ นายกองค์การบริหารส่วนตําบล (อบต.) โนนทัน อําเภอเมืองหนองบัวลําภู จังหวัดหนองบัวลําภู
3.นายสมพงษ์ ศรีเศรษฐา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดอนกลาง อำเภอโกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม
4.นายอนุชิต อั้นน้อย สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงยี่โถ อําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
5.นายวรจิตร์ เหลืองทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองแสงใต้ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
6.นายอาแซ มาหะมะ นายกเทศมนตรีตําบล (ทต.) ตอหลัง อําเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี
7.นายสมคิด อ่อนแก้ว รองนายกองค์การบริหารส่วนตําบล (อบต.)บางกุ้ง อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
8.นายสมเกียรติ บุตรตา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาคำใหญ่ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
9.นายสาคร จิตตัง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สมสะอาด อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
10.นายทองดี คูหา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดงรัก อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ
11.นายนาวิน ลาธุลี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี
12.นายพิศ วิริยะอารีธรรม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิจิตร
13.นายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี
14.นายตรีวิเศษ ทัพไทย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มหาสารคาม อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
15.นายเสน่ห์ ทองศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตําบล (อบต.) เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง
16.นายสมาน หันบัญญัติ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขามเปี้ย อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด
17.นายสมเกียรติ วอนเพียร นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) สำรอง อำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หรือ กำนันฉอย อดีต สส. พรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ปี 2566
18.นายสอลาฮูดดิน หะแว รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วัด อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี
19.นายอภิชัย รอดศิริ นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) ขุนกระทิง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
20.นายนพดล อานทอง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครนายก
21.นายสมเกียรติ วอนเพียร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดกาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ ก่อนย้ายไปสังกัดสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และเป็นผู้สมัคร สส.กาญจนบุรีในการเลือกตั้งปี 2566 (คดีที่ 2)
22.พันตำรวจเอกปราชญ์ ชัยเชียงเอม นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) แหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด
23.นายบุญมี เถียรสูงเนิน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โสกปลาดุก อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ
24.นายสมชาติ หนูพลาย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพชรบุรี
25. นางสาววิลัยวัลย์ ธงสันเทียะ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ด่านใน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา
26.นายอุดมชัย บุญมารอง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองอ้ม อำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
27.นางพุทธชาติ ศรีสุริยันโยธิน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
28.นายศรีชาติ เรี่ยวแรง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี
29.นายสมหวัง อินปาว รองนายกเทศมนตรี ตำบล (ทต.) ดงมอน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร
30.นายภาคิน ดีประสิทธิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองหัวโพ อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี
31.นายเกรียงไกร ดุษฎีธรรม เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครนายก
32.นายมงคล ตรีเมฆ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พรมสวรรค์ อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด
33.นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล (อดีต) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคพลังไทยรักไทย
34.นายเกรียงไกร ตั้งวิถีชีวิต นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) วังบงค์ อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร
35.นายทรงศักดิ์ แสงสว่าง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
36.นายวิเชียร ดำริห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แคนดง อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์
37.นายยุทธนัย สุทธิวารี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองโสน อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด
38.นายวรเดช กาญจนอโนทัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
39.นายอดุลย์ มังคะโชติ นายกองค์การบริหารส่วนตําบล (อบต.) ไผ่หลวง อําเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
40.พันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้ถูกกล่าวหา
41.นายพิชัย สิทธิดา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
42.นายชินกรณ์ สีเพ็ชร รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดูกอึ่ง อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด
43.นายชินกรณ์ สีเพ็ชร รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดูกอึ่ง อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด (คดีที่ 2)
44.นายทวีชัย หรือ รุจนภพ แท่นแก้ว รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ฉาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
45.นายชัยวัฒน์ จรรย์โกมล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยภูมิ อําเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ (ดูตารางท้ายเรื่องประกอบ)
จำแนกตามตำแหน่ง ได้แก่
-
รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มากสุด 13 คน ( 1 คนโดน 2 คดี)
-
นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 9 คน
-
สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 7 คน
-
นายกเทศมนตรีตําบล 4 คน (ไม่รวม 1 คน เป็น สส.)
-
รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 3 คน
-
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 คน ( 1 คน โดน 2 คดี ขณะเป็นนายกเทศมนตรี )
-
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 1 คน
-
รองนายกเทศมนตรี 1 คน
-
เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 1 คน
-
สมาชิกสภาเทศบาล 1 คน
จำแนกตามพฤติการณ์กระทำผิด
-
จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน จำนวน 21 คดี
-
จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินฯเป็นเท็จ 23 คดี
-
จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ และจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ เป็นเท็จ 1 ราย
-
ส่วนโทษจำคุกแต่ให้รอการลงโทษ
จำคุกจริง 2 ราย ได้แก่
1.นายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯเท็จ ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน นับโทษคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อท 35/2563 และคดีหมายเลขแดงที่ อท 71/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3
2.นายนพดล อานทอง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครนายก จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ และจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ เป็นเท็จ จำคุก 2 เดือน ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และเป็นโทษจำคุกเกินกว่าหกเดือนและมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ แม้จะเป็นความผิดอาญาเรื่องอื่นซึ่งไม่เกี่ยวกับคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาได้
กังขังแทนจำคุก 1 ราย คือ นายเกรียงไกร ตั้งวิถีชีวิต นายกเทศมนตรีตำบลวังบงค์ อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯอันเป็นเท็จ จำคุก 4 เดือน องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากเห็นว่าไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทน รวม 4 เดือน
ยกคำร้อง 2 คดี
1. คดี นายสมเกียรติ รัตนานุสนธิ์ รองนายกเทศมนตรีตําบลนาประดู่ อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
โดยไม่แสดงรายการทรัพย์สิน ห้องชุด เลขที่ 1/819 อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มูลค่า 1 ล้านบาท ของคู่นางวรรณทนีย์ รัตนานุสนธิ์ คู่สมรส กรณีพ้นจากตําแหน่ง (วาระที่ 2) และกรณีเข้ารับตําแหน่ง (วาระที่ 3) ขณะที่ เจ้าตัวอ้างว่าขายไปก่อนแล้วโดยการโอนลอยมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กับสำนักงานที่ดินเนื่องจากเอกสารสูญหาย องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมาเห็นว่า มีน้ำหนักให้รับฟังประกอบกับมูลค่าทรัพย์สินที่นายสมเกียรติไม่แจ้งมีมูลค่าเพียงเล็กน้อย ไม่ถึง 1% เมื่อเทียบกับทรัพย์สินที่แจ้ง ป.ป.ช.จำนวน 206 ล้านบาท และหลังจากขาย ผู้ขายก็ไม่ได้เข้าใช้ประโยชน์ ไม่ได้ชำระเงินค่าส่วนกลางดูแลห้อง (คดีหมายเลขแดงที่ อม.42/2568 วันที่ 17 กันยายน 2568)
2. คดี นางสาวมัสตูรี วาแมดีชา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ผู้ถูกกล่าวหา จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้อง และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่ แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีเข้ารับตำแหน่ง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงไม่เป็นความผิดตามคำร้อง (คดีหมายเลขแดงที่ คดี อม.44/2568วันที่ 26 กันยายน 2568)
องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ แก้โทษ 1 คดี
คดี นางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน์ รองนายกองค์การบริหารบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สกลนคร ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายก อบจ.สกลนคร ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 1 เดือน องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดซ้ำในลักษณะเดียวกันหลายครั้งและผู้ถูกกล่าวหาเคยต้องคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 103/2561 ของศาลนี้ ซึ่งพิพากษาให้ลงโทษจำคุกและรอการลงโทษ 1 ปี เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 มาแล้ว อันเป็นการให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหา แต่ผู้ถูกกล่าวหายังกระทำความผิดในคดีนี้อีก ส่อแสดงว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่หลาบจำและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกให้ผู้ถูกกล่าวหาอีก และให้บวกโทษจำคุก 5 เดือน ของผู้ถูกกล่าวหาที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 103/2561 ของศาลนี้เข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคหนึ่ง เป็นจำคุกผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด 6 เดือน
ล่าสุดองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยื่นชี้แจงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องที่เป็นประเด็นปัญหาในคดีนี้ ได้แก่ เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร 4 รายการ หนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้จากธนาคาร 5 รายการ ทรัพย์สินบางรายการซ้ำกับรายการทรัพย์สินเดิมที่เคยเป็นปัญหาในคดีหมายเลขแดงที่ อม.103/2561 ของศาลนี้ ทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดปรากฎในรูปของการทำธุรกรรมที่ปรากฏชื่อธนาคารและผู้ถูกกล่าวหาเป็นคู่สัญญาทั้งหมด มิได้มีการใส่ชื่อบุคคลอื่นแทน ทั้งยังสามารถตรวจสอบได้ไม่ยาก พฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาไม่ถึงกับส่อไปในทางทุจริต แต่เกิดจากความบกพร่อง ไม่เอาใจใส่ต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของผู้ถูกกล่าวหาติดต่อเชื่อมโยงกันมาโดยตลอดจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงยังฟังไม่ได้ถนัดว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่เข็ดหลาบและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ และโทษทางการเมืองที่ผู้ถูกกล่าวหาได้รับโดยถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับโทษตามสมควรแก่พฤติการณ์งการกระทำความผิด เชื่อว่าเพียงพอให้ผู้ถูกกล่าวหาหลาบจำแล้ว กรณีมีเหตุอันควรปรานีรอการลงโทษจำคุกให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา อุทธรณ์ของผู้ถูกกล่าวหาฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับผู้ถูกกล่าวหา 10,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษ กึ่งหนึ่ง คงปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี นับตั้งแต่วันที่อ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ ไม่บวกโทษจำคุก 5 เดือนของผู้ถูกกล่าวหาที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ อม.103/2561 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (คดีหมายเลขแดงที่ อม. อธ.ต /2568 ศาลฎีกา วันที่ 13 เดือน มีนาคม 2568)
@ยกฟ้องคดีขรก.สำนักเลขาฯนายก รวยผิดปกติ
นอกจากนี้ วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา ให้ยกคำร้องคดี นายเบญจพล สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปี 2554 ผู้ถูกกล่าวหา ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินอันเนื่องจากร่ำรวยผิดปกติ 36,930,960.26 บาท ศาลฎีกาฯเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีอันเป็นเจ้าพนักงานของรัฐเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพิ่งมีมติในการประชุมครั้งที่ 88/2562 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ว่าผู้ถูกกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ เกินกว่า 5 ปี หลังจากผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งแล้ว หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะยกเรื่องขึ้นพิจารณาจำต้องแสดงให้เห็นว่า กรณีของผู้ถูกกล่าวหาต้องปรากฏหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าเป็นกรณีที่เป็นการกระทำที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ก่อขึ้นหรือมีส่วนร่วมในการกระทำและการกระทำนั้นก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงตามเงื่อนไขข้อยกเว้น ซึ่งตามพฤติการณ์ในคดีนี้ยังไม่ปรากฏหลักฐานโดยชัดแจ้งว่ามีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงประการใดอันจะเข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นที่ให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยกเรื่องขึ้นพิจารณาตามมาตรา 55 ได้ การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยกเรื่องผู้ถูกกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ ขึ้นพิจารณาจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องย่อมไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน
@ยอดรวมสูงกว่าปี 2567 จำนวน 10 คดี
เมื่อเทียบกับตัวเลขคดีบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาในรอบปี 2567 ศาลฎีกาฯพิพากษาให้มีความผิดตามคำร้องทั้งสิ้น 35 คดี
เท่ากับรอบปี 2568 สูงกว่าประมาณ 10 คดี ตำแหน่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มากสุด 12 คดี จำคุกจริง 2 รายเท่ากัน (อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : สรุปยอดคดีบัญชีทรัพย์สินนักการเมืองท้องถิ่นปี 2567 มีความผิด 35 ราย คุกจริง 2 คน)
รอดูปี 2569













Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา