‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 7 พิพากษาจำคุก ‘อดีตคณบดี’ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ 8 เดือน คดีจ้างพนักงานฯ-ต่อสัญญาจ้าง 'มิชอบ' ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน-ความประพฤติไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรง ‘โทษจำคุก’ รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 1.6 หมื่นบาท
......................................
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 92/2568 คดีหมายเลขเเดงที่ อท 62/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง รองศาสตราจารย์ ดร. หรือนายสุกรี เจริญสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในคดีจ้างพนักงานวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ซ้ำซ้อนกับการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย โดยให้รับเงินเดือนจากสองสถานะ ปรับเงินเดือน และต่อสัญญาจ้าง โดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลย (รองศาสตราจารย์ ดร. หรือนายสุกรี เจริญสุข) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 1 ปี และปรับ 24,000 บาท
ทางไต่สวนพยานหลักฐานของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 16,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน นิสัยและความประพฤติไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรง ดังนี้ เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56
หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกฟ้องโจทก์สำหรับฟ้องข้อ 2.1 ข้อหาอื่นหรือคำขออื่นให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 083/2569 เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติไม่เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด รองศาสตราจารย์ ดร. หรือนายสุกรี เจริญสุข มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ รองศาสตราจารย์ ดร. หรือนายสุกรี เจริญสุข จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 94/2567 เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2567 มีมติชี้มูลความผิด รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จ้างพนักงานวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ซ้ำซ้อนกับการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย โดยให้รับเงินเดือนจากสองสถานะ ปรับเงินเดือน และต่อสัญญาจ้าง โดยมิชอบ โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 157 ,ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.11 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. เเละที่เเก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช.2561 มาตรา 172)



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา