
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 3 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบต.เสื่องข้าว’ ศรีสะเกษ 24 ปี 72 เดือน ให้ ‘รอลงอาญา’ 3 ปี คดีมีส่วนได้เสียในสัญญาฯ-นำ ‘เหล็ก’ ที่ได้รับบริจาคไปใช้ก่อสร้าง แต่จ่ายเงินค่าจ้างเต็ม
.....................................
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 112/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 265/2568
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง ว่าที่ ร.ต.สุนันท์ กิ่งคำ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสื่องข้าว อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวก ในคดีเข้าไปมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับองค์การบริหารส่วนตำบลเสื่องข้าว และนำเหล็กที่ได้รับบริจาคไปใช้ในการก่อสร้าง และจ่ายเงินค่าจ้างเต็มโดยไม่หักค่าเหล็กที่ได้รับบริจาคดังกล่าว
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (ว่าที่ ร.ต.สุนันท์ กิ่งคำ) ตาม ป.อ. ม.147 (เดิม) บทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 10,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับกระทงละ 50,000 บาท รวม 12 กระทง รวมเป็นจำคุก 24 ปี 72 เดือน และรวมปรับ 60,000 บาท ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยมีกำหนด 2 ปี
จำเลยที่ 2 (นายสุวิทย์ ไชยประเสริฐ) ตาม ป.อ. ม.147 (เดิม) บทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 10,000 บาท จำเลยที่ 2 ปฏิเสธ แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน และปรับกระทงละ 6,666.66 บาท รวม 10 กระทง รวมเป็นจำคุก 30 ปี 40 เดือน และรวมปรับ 66,666.66 บาท ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยมีกำหนด 2 ปี
จำเลยที่ 3 (นายวชิระ ศรีโสดา) ตาม ป.อ. ม.147 (เดิม) ประกอบ ม.86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุกกระทงละ 3 ปี…เดือน และปรับกระทงละ 6,666.66 บาท จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งคงจำคุกกระทงละ 1 ปี 8 เดือน และคงปรับกระทงละ 6,666.66 บาท รวม 10 กระทง รวมเป็นจำคุก 10 ปี 80 เดือน และรวมปรับ 66,666.66 บาท
จำเลยที่ 4 (นายนพรัตน์ บุญทะสิม) จำเลยที่ 5 (นายเพชร สาลี) จำเลยที่ 6 (นายผล เผื่อแผ่) ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ 2542 ม.123/1 ประกอบ ม.86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกกระทงละ 8 เดือน และปรับกระทงละ 13,333.33 บาท จำเลยที่ 4 จำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 6 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 4 จำคุกกระทงละ 4 เดือน และปรับกระทงละ 6,666.66 บาท รวม 2 กระทง รวมเป็นจำคุก 8 เดือน และรวมปรับ 13,333.33 บาท
จำเลยที่ 5 คงจำคุกกระทงละ 4 เดือน และปรับกระทงละ 6,666.66 บาท รวม 7 กระทง รวมเป็นโทษจำคุก 28 เดือน และรวมปรับ 46,666.62 บาท จำเลยที่ 6 จำคุก 4 เดือน และปรับ 6,666.66 บาท ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยมีกำหนด 2 ปี
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 065/2569 เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2569 ไม่เห็นชอบตามที่อัยการสูงสุดหารือไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่รอการลงโทษจำเลยที่ 2 เห็นควรอุทธรณ์คำพิพากษาในประเด็นดังกล่าว
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด ว่าที่ ร.ต.สุนันท์ กิ่งคำ กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นว่าที่ ร.ต.สุนันท์ กิ่งคำ กับพวก จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 126/2565 เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2565 มีมติชี้มูลความผิด ว่าที่ ร.ต.สุนันท์ กิ่งคำ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสื่องข้าว อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวก ในคดีเข้าไปมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับองค์การบริหารส่วนตำบลเสื่องข้าว และนำเหล็กที่ได้รับบริจาคไปใช้ในการก่อสร้าง และจ่ายเงินค่าจ้างเต็มโดยไม่หักค่าเหล็กที่ได้รับบริจาคดังกล่าว
โดยมีมูลความผิดทางอาญา ปอ.ม.147 ,ม.151 ,ม.152 ม.157 และ ม.158 ประกอบ ม.91 ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช.พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม.100 (1) ประกอบ ม.122 ประกอบประกาศ เรื่อง กาหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องห้ามมิให้ดำเนินกิจการตามความใน ม.100 แห่ง พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 และ ม.123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.126 (1) ประกอบ ม.168 และ ม.172) ประกอบ ป.อ. ม.91



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา