
จุฬาฯ ศึกษาดูงาน ศูนย์บริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ของซีพี ชูเทคโนโลยีตรวจสอบย้อนกลับ–ข้อมูลดาวเทียม แก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน
สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศ.ดร.ศรีเลิศ โชติพันธรัตน์ รองผู้อำนวยการ พร้อมคณะนักวิจัย เดินทางศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และระบบบริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน ณ ศูนย์บริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) โรงงานนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและหมอกควันในภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ รวมถึงรับฟังกรณีศึกษาการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับในประเทศเมียนมา ซึ่งสามารถติดตามข้อมูลได้ตั้งแต่แปลงเพาะปลูกจนถึงกระบวนการจัดหาอย่างครบวงจร
การศึกษาดูงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Traceability & Hotspot Intelligence: เทคโนโลยีตรวจสอบย้อนกลับเพื่อแก้ปัญหาหมอกควันและการเกษตรยั่งยืน” โดยเครือซีพีได้ถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ควบคู่กับการใช้ข้อมูลดาวเทียมและ Big Data ในการติดตามจุดความร้อนแบบ Near Real-time ผ่าน Dashboard ซึ่งสามารถระบุพื้นที่เสี่ยงได้อย่างแม่นยำ และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสนับสนุนการลดการเผาและยกระดับการผลิตสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ
ในการนี้ นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจพืชครบวงจร เขตเมียนมา นายเมธีระ เสรีรัชวัชระ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร และนายวรพจน์ สุรัตวิศิษฎ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอภาพรวมการขับเคลื่อน Sustainable Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ศ.ดร.ศรีเลิศ โชติพันธรัตน์ รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า“การที่ภาคเอกชนพัฒนาระบบจัดการสิ่งแวดล้อมบนฐานข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นก้าวสำคัญของการแก้ปัญหาเชิงระบบ และเปิดโอกาสให้ภาควิชาการสามารถต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์ต่อเกษตรกร ชุมชน และประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรลดการเผาและปรับเปลี่ยนสู่การผลิตที่ยั่งยืน”
นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจพืชครบวงจร เขตธุรกิจเมียนมา กล่าวว่ “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นวัตถุดิบสำคัญในห่วงโซ่อาหารและมีความเชื่อมโยงกับการค้าข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในพื้นที่รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหลัก เครือซีพีจึงพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แปลงปลูกถึงการจัดหา เพื่อให้สามารถติดตามและยืนยันที่มาของผลผลิตได้อย่างโปร่งใส ควบคู่กับการนำแนวทางเกษตรคาร์บอนต่ำ เช่น การจัดการน้ำในนาข้าวและการลดการเผา มาช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับภูมิภาค”
ด้านนายวรพจน์ สุรัตวิศิษฎ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เครือซีพีเป็นหนึ่งในภาคเอกชนไทยที่พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมต้องมีเอกสารสิทธิ์ยืนยันพื้นที่เพาะปลูกอย่างชัดเจนว่าไม่บุกรุกป่า พร้อมใช้เทคโนโลยีดาวเทียมในการติดตามจุดความร้อนในแปลงปลูก หากตรวจพบการเผาซ้ำจะมีมาตรการหยุดรับซื้อ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนสู่การผลิตที่ยั่งยืน”
ในการนี้คณะผู้บริหารและนักวิจัยจากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน ศึกษาระบบการทำงานของศูนย์นี้ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลจุดความร้อนจากแหล่งข้อมูลระดับโลก เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจเชิงรุก ลดความเสี่ยงจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และเพิ่มความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน โดยมีการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับให้ดีขึ้น รวมถึงแนวทางความร่วมมือในอนาคตเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเชิงระบบ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา