
กางจุดแข็ง-จุดอ่อน 5 แคนดิเดตนายกฯจาก 5 พรรคการเมือง ‘อนุทิน-ณัฐพงษ์-ยศชนัน-ธรรมนัส-อภิสิทธิ์’ ใครดี ใครเด่น ใครแย่ ก่อนตัดสินใจหย่อนบัตร 8 ก.พ.นี้
อีกไม่ถึง 1 เดือน ก็จะถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 แล้ว
ช่วงโค้งแรกของการหาเสียง บรรดาพรรคการเมืองก็เปิดตัวผู้สมัคร นโยบาย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกันครบครัน
ในช่วงโค้งแรกนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ยกแรก กระแสเลือกตั้ง 69” ไปวานนี้ (11 ม.ค. 69) พบว่า บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 24.76 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน รองลงมาอันดับ 2 ร้อยละ 20.84 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 14.12 ระบุว่ายังไม่สามารถหาบุคคลที่เหมาะสมได้ อันดับ 4 ร้อยละ 12.12 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ และอันดับ 5 ร้อยละ 9.64 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย
ส่วนแนวโน้มการเลือกพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต พบว่า พรรคประชาชนได้รับความนิยมสูงสุด ร้อยละ 30.40 รองลงมาเป็นพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 21.96 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 15.72 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 12.16 ขณะที่ร้อยละ 8.40 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง
สะท้อนจากผลโพลจะพบว่า พลพรรคพรรคส้มยังมีคะแนนนำทั้งตัวบุคคลและคะแนนพรรค แต่ยังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะหย่อนเลือกตั้ง สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) เคยพาไปวิเคราะห์แนวโน้มผลการเลือกตั้งปี 2569 และโฉมหน้ารัฐบาลใหม่แล้วเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ครั้งนี้ จะพาไปวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของ 5 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก 5 พรรคการเมืองที่มองว่าเป็นตัวเต็งในรอบนี้กับ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกันอีกครั้ง

@อนุทิน: หัวหน้าหมู่บ้านอนุรักษ์ฯใหม่ แต่ฟีเวอร์ไม่เท่า ‘ลุงตู่’
สำนักข่าวอิศราเริ่มต้นที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยก่อน ซึ่งดร.สติธรมองว่า จุดแข็งตอนนี้คือการถืออำนาจรัฐในมือ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และถือเป็น ‘หัวหน้าหมู่บ้านฝั่งอนุรักษ์นิยม’ ในตอนนี้ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยน่าจะเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันแน่นอน และจะดึงดูดประชาชนกลุ่มที่ ‘ไม่เอาส้ม ไม่เอาแดง’ มาโหวตเลือกอย่างแน่นอน
ประกอบกับใช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็มีกลุ่ม คณะต่างๆไหลมาอยู่เป็นจำนวมาก ทำให้รอบนี้พรรคภูมิใจไทยจะแข็งแกร่งมากขึ้น ทรพยากรที่จำเป็นก็พร้อมทั้งเครือข่ายและเงินทอง และตัวของนายอนุทิน เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีคนวิ่งเข้าหา มากอด มาอะไร และยิ่งบทบาทในการตอบโต้ในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย - กัมพูชา ถ้าทำแล้วดีก็ได้เปรียบ
ส่วนจุดอ่อนของนายอนุทินคือ ความเป็นความหวังใหม่ของฝั่งอนุรักษ์นิยมยังแผ่บารมีสู้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้ เพราะตัวพล.อ.ประยุทธ์มีบารมีบางอย่างที่ทำให้คนเลือก โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบ้านใหญ่เท่ากับนายอนุทิน นายอนุทินจะมีพลังกับสส.เขตเท่านั้น แม้ในปี 2566 ที่กระแสพล.อ.ประยุทธ์แผ่วลง แต่เมื่อมีแรงบวกจาก สส.เขตพื้นที่ภาคใต้และวามป็อบปูล่าของพล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติกวาดที่นั่ง สส.มาได้ถึง 36 ที่นั่ง ซึ่งในกรณีของนายอนุทินก็อาจจะได้เพียง สส.เขตเท่านั้น สส.แบบบัญชีรายชื่อก็น่าจะได้น้อยลง
ขณะที่การนำบุคคลสำคัญมาช่วย ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มาเปิดตัว ดร.สติธรมองว่า เป็นการนำมาชูให้ประชาชนเห็นว่า ถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทย คุณจะได้คนเหล่านี้มาทำงาน และเป็นการปิดจุดอ่อนของนายอนุทินที่ยังไม่มีภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำที่เก่งกาจ บริหารเก่ง เพราะในโซเชียมีเดียก็ยังทบทวนบทบาทสมัยการจัดการกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
เมื่อถามถึงการมีเงาของ ‘ครูใหญ่-เนวิน ชิดชอบ’ อยู่เสมอเวลาพูดถึงพรรคภูมิใจไทย ดูเป็นจุดอ่อนหรือจุดแข็งมากกว่ากันนั้น ดร.สติธรกล่าวว่า คุณเนวินสามารถเป็นจุดแข็งได้ในเชิงยุทธศาสตร์พรรคที่วางเกม วางคน แต่จะกลายเป็นจุดอ่อนทันทีเมื่อคุณเนวินทำให้ประชาชนรู้สึกว่า มีการสั่งมา เพราะฉะนั้น ต้องรักษาบทบาทหลังบ้านกับการบริหารราชการแผ่นดินให้ดี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยกมือไหว้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรีและอดีตนายกฯ ที่วัดราชบพิธฯ ช่วงทำบุญปีใหม่ 2569
@เท้ง ณัฐพงษ์ : ทฤษฎีแน่น อธิบายเยี่ยม แต่ไม่ป็อบเท่า ‘พิธา’
มาต่อกันที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชน ซึ่งคาดหมายว่าหากพรรคนี้ได้จัดตั้งรัฐบาล ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ คือชื่อที่คาดว่าจะได้เป็นผู้นำฝ่ายบริหารนั้น ดร.สติธรวิเคราะห์จุดแข็งของผู้นำรุ่น 3 แห่งพรรคสีส้มว่า เป็นพรรคที่มีโหวตเตอร์ชัดเจน พร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว อีกทั้งในการดีเบตแต่ละเวที คุณณัฐพงษ์สามารถตอบได้อย่างฉะฉาน สะท้อนว่า ทำงานกับพรรคจริง เข้าใจปัญหาจริง เวลาถ่ายทอดจึงได้เปรียบคู่แข่ง แต่ก็ต้องดูด้วยว่า คนโฟกัสหรือไม่ แม้จะอธิบายเก่ง แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกเพราะนโยบาย คนเลือกตามอารมณ์และความพอใจ
จากจุดนี้จึงกลายเป็นจุดอ่อนของหัวหน้าเท้งว่า จะสู้แบบเน้นอธิบายนโยบายอย่างเดียวไหวหรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่า ชัยชนะแบบปี 2566 มาจากอารมณ์ร่วมของสังคมที่เกิดจาก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ด้วย จึงต้องจับตาดูว่า นายณัฐพงษ์จะสามารถทำได้แบบเดียวกับนายพิธาหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาคนจะวิจารณ์ว่า นายณัฐพงษ์ ‘จืด’
ส่วนการมี ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ และ ‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ ขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น ดร.สติธรวิเคราะห์ว่า ทั้ง 3 คนมาในโทนเดียวกัน ยังไม่กลมกล่อม และที่มีการตั้งแคนดิเดตนยกรัฐมนตรีถึง 3 คน ก็เพื่อเผื่อทางถอยกรณีที่อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ซึ่งเรื่องยังอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
ขณะที่แนวโน้มผลการเลือกตั้งจะส้มทั้งแผ่นดินอีกหรือไม่นั้น ดร.สติธรมองว่า ยาก เพราะ 1. จุดแข็งสมัยปี 2566 กับปี 2569 ไม่เหมือนกัน ตอนปี 2566 ความหวังที่จะเปลี่ยนแแปลงและหลายๆปัจจัยมันสุกงอมพอดีกับกระแส ‘เบื่อลุง’ ประกอบกับความป็อบปูล่ของนายพิธา คนจึงเลือกถล่มถลาย แต่รอบนี้ไม่มีปัจจัยอะไรแบบนั้น เผลอๆคนบางกลุ่มก็พาลเบื่อพรรคประชาชนด้วย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็ไม่ว้าวแล้ว และปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ที่เคยคิดว่าบรรดาเด็กรุ่นใหม่ (First time Voter) ที่จะมาเทโหวตให้พรรคประชาชน จากการสังเกตหลายคนไม่ได้มีอุดมการณ์เสรีนิยมอย่างเดียว บางส่วนก็ผันตัวไปเป็นกองเชียร์พรรคเพื่อไทยหรือที่เรียกกันว่านางแบก และส่วนหนึ่งก็กลายเป็นวัยรุ่นเลี้ยวขวา เลือกเป็นอนุรักษ์นิยมกันมากขึ้นก็มี
ที่มาภาพ: Instagram pita.ig
@ยศชนัน: ‘ชินวัตร’ ที่มีสมอง แต่แผลรบ. ‘เศรษฐา-แพทองธาร’ ยังตามหลอน
ขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ดาวเด่นอย่าง ‘ดร.เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ บุตรชายคนโตของนายสมชายและนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ดีกรีศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.สติธรวิเคราะห์ว่า ดร.เชนไม่ใช่ชินวัตรแบบนอมินี แต่เป็นชินวัตรที่ดูมีสติปัญญาความคิดมากกว่า คนที่ผ่านมาดูเหมือนหุ่นเชิด แต่ด้วยโปรไฟล์และการนำเสนอ ทำให้คนเชื่อว่า น่าจะมีความคิดเป็นของตัวเอง บวกกับบรรดาพรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้งรอบนี้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีก็ล้วนแต่หน้าเก่าทั้งหมด มีเพียงดร.เชนที่เป็นหน้าใหม่ในการเลือกตั้งรอบนี้ แม้ว่า หลายนโยบายจะมาจากพรรค แต่การพูดนำเสนอไม่ได้เป็นการท่องให้ฟัง แต่สามารถร้อยเรียงเรื่องราวและนำเสนอได้
เมื่อถามว่า สตอรี่ของดร.เชนจะคล้ายๆกับตอนที่ชูนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาเพียง 49 วันนับจากวันเปิดตัวหรือไม่ ดร.สติธรกล่าวว่า มีความคล้าย แต่ภูมิหลังผิดกัน อ.เชนเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยการสื่อสารจึงทำได้ดีกว่านางสาวยิ่งลักษณ์ นางสาวยิ่งลักษณ์ขายความเป็นผู้หญิง บวกกับกระแสยังนิยมในตระกูลชินวัตรสูงด้วย
ทั้งนี้ จุดอ่อนสำคัญคือ แผลจากการเป็นรัฐบาลช่วง ‘เศรษฐา-แพทองธาร’ ที่ดร.เชนต้องสร้างจุดต่างให้ได้ ต้องทำให้เคยหลุดจากความล้มเหลวให้ได้ และต้องบอกให้ชัดว่า จะทำอะไรที่แตกต่างจากเดิม ส่วนกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ประธานคณะองคมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชากับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ยังเป็นแผลหรือไม่ ดร.สติธรวิเคราะห์ว่า เป็นแผลที่ติดตัวนางสาวแพทองธาร ไม่น่าจะติดพรรค ตัวดร.เชนยังไม่เกี่ยวข้อง ถ้าพูดไปข้างหน้าน่าจะพอสลัดได้
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมในเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทยที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 69
@ธรรมนัส: สายแข็งดีลเมกเกอร์ตั้งรัฐบาล แต่ภาพลักษณ์ ‘เทา’
ขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคกล้าธรรมอย่าง ‘ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า’ ดร.สติธรมองว่า จุดแข็งคือความเป็น ‘ดีลเมกเกอร์’ ในการจัดตั้งรัฐบาลเหมือน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หรือนายเสนาะ เทียนทอง โดยในอดีตคนเป็นดีลเมกเกอร์ตั้งรัฐบาลจะต้องเป็นเลขาธิการพรรคที่ได้รับเลือกตั้งที่ 1 แต่ปัจจุบันไม่จำเป็น คนเป็นดีลเมกเกอร์ต้องมีพรรคการเมือง และได้รับคะแนนเสียงไม่ต้องมาก ดั่งพรรคกล้าธรรมรอบนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ไม่ได้มาที่ 1 แน่นอน แต่แนวโน้มน่าจะเป็นพรรคตัวแปรอันดับ 3 ในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะมีความสำคัญ ถ้าร.อ.ธรรมนัสไปนั่งแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลกับใคร ฝั่งนั้นจะเป็นรัฐบาล
ส่วนจุดอ่อนสำคัญคือ ภาพลักษณ์ของร.อ.ธรรมนัสและพรรคกล้าธรรมที่สังคมมองว่า ‘เทา’ แม้การเมืองไทยคนจะมองว่าเทาไปหมด แต่มันไปชัดเจนที่พรรคกล้าธรรม จนถึงขนาดที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชนเปิดตัวแล้วว่า ไม่จับมือแน่นอน คาดว่าคะแนนปาร์ตี้ลิสต์มาไม่มากแน่ๆ เพราะคนในสังคมไทยเริ่มตระหนักถึงภัยสแกมเมอร์และอื่นๆที่เทาๆไปแล้ว ส่วนคะแนนเสียงฝั่งอนุรักษ์นิยมก็ไม่เอาด้วย เพราะยังถือการเมืองศีลธรรม

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 8 พรรคกล้าธรรม
ที่มาภาพ: Facebook พรรคกล้าธรรม
@อภิสิทธิ์: ประสบการณ์แน่น แต่ยังติดหล่มความตกต่ำของ ‘ประชาธิปัตย์’ 2 ยุค
ปิดท้ายที่ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ที่คัมแบ็กมาสวมเสื้อฟ้า ‘ประชาธิปัตย์’ ดร.สติธรวิเคราะห์ว่าจุดแข็งสำคัญคือ ความเป็นนักการเมืองอาชีพที่มีประสบการณ์ยาวนาน ประกอบกับเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ทำให้การออกเวทีดีเบตสามารถตอบโต้และแจกแจงประเด็นได้ชัด อีกทั้งไม่มีแผลอะไรสดใหม่ ไม่เคยเป็นพรรคฝ่ายค้าน และไม่ได้เป็นผู้ทำให้พรรคตกต่ำด้วย การกลับมารอบนี้ถือเป็นการล้างไพ่พรรคประชาธิปัตย์ใหม่ สามารถเสนอไอเดียในการปรุงแต่งพรรคได้มากขึ้น จะเป็นพรรคขวาใหม่ก็ได้ จะเป็นพรรคไม่เทาก็ได้ จะเป็นพรรคปฏิรูปก้าวหน้าก็ได้
แต่จุดอ่อนของนายอภิสิทธิ์รอบนี้คือ ความตกต่ำต่อเนื่องของพรรคประชาธิปัตย์ 2 การเลือกตั้งในปี 2562 และ 2566 การดึงคนหน้าใหม่ คนหน้าเก่ากลับมาที่พรรคพอจะสร้างคะแนนได้ แต่จะกลับไปเป็นประชาธิปัตย์ยุคที่ได้ 100 กว่าเสียง ยังยากอยู่ ตอนนี้เอาแค่กลับไปได้คะแนนเท่าปี 2562 ก่อน คือ 53 ที่นั่ง หรือปี 2566 ที่ได้ 25 ที่นั่ง ยังไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ และต้องไม่ลืมว่าในปี 2566 ที่ได้มา 25 ที่นั่งเพราะพลังบ้านใหญ่ ไม่ใช่พลังกระแสแบบวันนี้ แต่ถ้าได้ 25 เสียงขึ้นไป ก็จะการันตีได้ว่า พรรคไม่ใช่สไตล์บ้านใหญ่ แต่จะกลับไปเป็นประชาธิปัตย์ดั้งเดิม คำถามสำคัญคือ นายอภิสิทธิ์จะจุดกระแสความเป็นประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้ได้หรือไม่?
ส่วนบาดแผลกรณีสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ดร.สติธรวิเคราะห์ว่า ก็ยังเป็นบาดแผลอยู่ แต่การเมืองรอบนี้ชัดเจนว่า โหวตเตอร์ใคร โหวตเตอร์มัน คนขุดแผลก็ไม่ใช่ฐานเสียงอยู่แล้ว และพรรคฯก็ไม่ได้หวังอยากได้คะแนนจากฐานเสียงนี้ แต่คนที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์อาจจะกลับมาเลือก โดยเฉพาะคนที่เคยไปโหวตพรรคก้าวไกล อาจจะกลับมาโหวตให้ก็ได้
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ บนเวทีปราศรัย 'ปราศรัยเปิดฟ้า กรุงเทพฯฟ้าใหม่' ที่สวนเบญจสิริ กทม.
นี่คือการวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของ5 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก 5 พรรคการเมือง
เหลือเวลาอีก 26 วัน อำนาจในมือประชาชน จะออกแบบหน้าตารัฐบาลชุดต่อไป อย่างไร
อยู่ที่คนเดินดินกินข้าวแกงอย่างเราๆท่านๆ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา