
“…การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐปีละ 1.4 ล้านล้านบาท มีการประมาณการณ์ว่า อย่างน้อย 20 % หรือเกือบ 3 แสนล้านบาทต่อปี เป็นเรื่องของสินบน หรือ ค่าหัวคิว ใต้โต๊ะ ดังนั้น เบื้องต้นที่พรรคประชาชนจะทำในเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ลดการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อไม่ให้ล็อกสเปคผู้รับเหมา สร้างการแข่งขันในการประมูลเพื่อให้การฮั้วประมูลทำได้ยากขึ้น เปิดเผยข้อมูล มีผู้สังเกตการณ์ภายนอก ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถลดงบประมาณได้จริงขั้นต่ำแสนล้านบาท…”
นโยบายปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ถูกชูธง เป็นนโยบาล 'ท็อปฮิต-ติดชาร์จ' ของทุกพรรคการเมือง ที่จะใช้เป็น 'นโยบายหาเสียง' ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.69
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) มีโอกาสล้อมวงคุยกับ 4 แกนนำจากพรรคประชาชน (ปชน.) ถึงแนวคิดของนโยบาย-มาตรการการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ภายหลังประกาศแคมเปญหาเสียง 'มีส้ม ไม่มีเทา'
@ งบปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านล. ใช้ได้จริง 6.8 แสนล.
'ศิริกัญญา ตันสกุล' แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปชน. ลำดับที่ 2 : เริ่มต้นด้วยการ 'ดีดลูกคิด' งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในแต่ละปี ถึงแม้ว่าจะสูงมากกว่า 3 ล้านล้านบาท แต่เธอออกตัวว่า งบประมาณที่สามารถใช้ทำนโยบายได้จริง คือ เฉลี่ยวแล้วประมาณปีละ 7 แสนล้านบาทเท่านั้น
“งบประมาณที่จะเหลือใช้ได้จริงๆ ในแต่ละปีประมาณ 7 แสนกว่าล้าน นโยบายของพรรคหลายโครงการใช้การระดมทุน เช่น TFF PPP ในโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สมาร์ทกริด ซึ่งรู้แน่นอนแล้วว่า ทำแล้วมีรายได้กลับคืนมาแน่นอนในอนาคต จึงไปลงในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานได้เลย หลายๆโครงการ เช่น น้ำประปา ขยะ อาจต้องใช้ PPP ใช้โครงการของภาครัฐบางส่วน”
งบประมาณรายจ่ายประจำปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ใช้ได้จริง (Budget Space) เพียง 6.8 แสนล้านบาท (รวมงบกองทัพในการจัดซื้อวุธประมาณ 30,000 ล้านบาท) ที่เหลือเป็นเงินเดือน บำนาญ ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ที่เป็นงบประจำจริงๆ รวมงบผูกพันด้วย

“โดยเงินที่จะนำใช้เป็นโครงการใหม่ที่ไม่ได้มีมาก่อน หรือบางส่วนเป็นงบประมาณที่ต้องใช้เพิ่มเติม เช่น สวัสดิการ เป็นนโยบายเดิมแต่เพิ่มงบประมาณ ส่วนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ หรือ นโยบายด้านการเกษตรเป็นโครงการใหม่”
การจัดทำงบประมาณปี 70 รื้อทั้งหมดไม่ทันแน่นอน ไม่อย่างนั้นจะดีเลย์ ตั้งเป้าไว้ว่า อยากให้งบประมาณปี 70 ออกช้าไม่เกิน 1 เดือน แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลใหม่จะมีพรรคการเมืองผสมกี่พรรค มากน้อยแค่ไหน จะเจรจาได้อย่างไร จึงอยากรื้อเท่าที่จำเป็น
@ สินบน-ค่าหัวคิว-เงินใต้โต๊ะ ปีละ 3 แสนล้าน
'ศิริกัญญา' ผู้ถูกวางตัวเป็น 'รมว.คลังหญิงคนแรก' หลังการเลือกตั้งปี 66 ช่วงฟอร์มทีม 'รัฐบาลพิธา' ชี้ถึง 'ต้นตอ' ที่ทำให้ 'เงินแผ่นดิน' ใช้ไม่ได้ 'เต็มเม็ดเต็มหน่วย-รั่วไหล' คือ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเธอบอกว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐปีละ 1.4 ล้านล้านบาท มีการประมาณการณ์ว่า อย่างน้อย 20 % หรือเกือบ 3 แสนล้านบาทต่อปี เป็นเรื่องของสินบน หรือ ค่าหัวคิว ใต้โต๊ะ ดังนั้น เบื้องต้นที่พรรคประชาชนจะทำในเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ลดการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อไม่ให้ล็อกสเปคผู้รับเหมา สร้างการแข่งขันในการประมูลเพื่อให้การฮั้วประมูลทำได้ยากขึ้น เปิดเผยข้อมูล มีผู้สังเกตการณ์ภายนอก ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถลดงบประมาณได้จริงขั้นต่ำแสนล้านบาท
ทั้งนี้ โดยการแก้ไขระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งจะเกิดเป็นระเบียบใหม่เกี่ยวกับการขอใบเสนอราคาอย่างง่าย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน
@ ป.ป.ช.ชี้มูล ออก - ไม่แบกพรรคร่วม
ศิริกัญญา 'คิดข้ามช็อต' หากพรรคประชาชน 'ชนะเลือกตั้ง' ได้เป็น 'แกนนำจัดตั้งรัฐบาล' ว่า หากมีการทำ MOA ครั้งหน้ากับพรรคร่วมรัฐบาล พรรคประชาชนจะลงในรายละเอียดมากขึ้น ต้องชัดเจนว่า วาระใดที่ต้องผลักดัน การร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นในวันข้างหน้า ต้องหาวิธีการที่จะเป็นข้อตกลงทำงานร่วมกัน
“สมมุติว่า รัฐมนตรีของพรรคประชาชนถ้าโกง ป.ป.ช.ชี้มูล ต้องออกนะ รัฐมนตรีของพรรคร่วมก็ต้องออกนะ เราก็ไม่แบกเหมือนกัน”
ขณะที่ 'ข้าราชการ' ที่ต้องรับ 'คำสั่ง-ใบสั่ง' ของ 'นักการเมือง' เธอคิดว่า ปกติข้าราชการจะมีฝั่งกล้าและกลัวอยู่แล้ว แต่จะกลับข้างกัน โทษประหารชีวิตไม่ใช่เพิ่งมี มีมานานมากแล้ว แต่ไม่มีความกลัว กลับกัน มีความกล้าที่จะทำโครงการขึ้นมาเพื่อหากินตลอดเวลา
“ขณะเดียวกัน คนที่อยู่ในระบบ เจอระเบียบข้าราชการเข้าไปก็กลัวไปหมด กลัวโดนฟ้อง กลัวติดคุก กลัวไปหมด ไม่กล้าทำอะไรเลย ตอนนี้เราต้องทำให้แรงจูงใจกลับข้างกัน”

@ ชู มาตรการ 'คนโกงวงแตก'
ขณะที่ 'วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร' แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปชน. ลำดับที่ 2 ชูนโยบายปราบคอร์รัปชั่นของพรรค เช่น มาตรการ ‘คนโกงวงแตก’ ก็จะช่วย ถ้าเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยและเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการคอร์รัปชั่นโดยเลี่ยงไม่ได้ ถ้าออกมาแฉจะมีกระบวนการปกป้อง ลดหย่อน ผ่อนโทษ หรือที่เรียกว่า มาตรการผ่อนผันโทษ (Leniency Program) ซึ่งจะทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยกล้าพูดมากขึ้น คนตัวใหญ่ทำงานยากขึ้น
เขาให้ความมั่นใจว่า ถ้าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล จะใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่าที่สุด ว่า ที่ผ่านมาเงินลงทุน 1,000 ล้าน สะพาน 1,000 ล้านบาท ถ้าประเมินราคากลางใหม่เพียง 100 ล้าน ดังนั้น โครงการ 1,000 ล้านบาท ต่อให้ใช้ตัวเลขงบประมาณเหมือน แต่จะเปลี่ยนไปในรัฐบาลที่มีพรรคประชาชนเป็นแกนนำ จะเห็นพันล้านที่เป็นพันล้านจริง ๆ ครั้งแรกในประเทศไทย
“ถ้าโกงปุ๊บ ออกปั๊บ พรรคเรามีข้อหามาเมื่อไหร่ออกทันที”

@ เจตจำนงทางการเมือง
ด้าน 'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' อดีตผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะ 'ผู้ช่วยหาเสียง ปชน.' กล่าวเสริมว่า เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องมีเจตจำนงทางการเมือง (political will) ที่จะทำจริงๆ มาตรการที่ออกมาเพื่อจัดการการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งหมดกลายเป็นมาตรการที่ออกมาขัดขวางความริเริ่มสร้างสรรค์ของข้าราชการ
“เราพบว่า มาตรการแบบนี้มันจะแลกมาระหว่างประสิทธิภาพ ความคิดสร้างสรรค์กับการทุจริตคอร์รัปชั่น เรานึกว่ามันจะ Trade-Off จริงๆไม่ใช่ แต่เสียทั้งสองอย่าง แก้ไขทุจริตคอร์รัปชั่นก็ไม่ได้ ขณะเดียวกัน สิ่งที่แลกมาก็คือ ประสิทธิภาพของความคิดสร้างสรรค์ เพราะกลัวการตรวจสอบ กลัวสตง. เป็นความล้มเหลวของการจัดการคอร์รัปชั่น”
@ กระทุ้ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปล่อยข้อมูล
นอกจาก 'ศิริกัญญา-วีระยุทธ-ธนาธร' แล้ว ปิดท้ายด้วย ‘สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล’ ผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 11 ปชน. อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ผู้ที่เคยอภิปรายในสภาเรื่องทุนเทา-นอมีนีไว้อย่างถึงพริกถึงขิง ทิ้งท้ายว่า
การแก้ไขปัญหานอมินี สิ่งที่เราจะทำคือ การเปิดเผยข้อมูลบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดเป็นสาธารณะ ไม่ต้องใช้เงิน แต่สามารถสร้างความงอกเงยจากข้อมูล ปัญหาฮั้วประมูลจะลดลงชัดเจน ต้นทุนการคอรัปชั่นหายไป ปัญหานอมินีจะมีคนมาช่วยตรวจสอบ องค์การต่อต้านคอรัปชั่นอยากจะเข้ามาปลั๊กอิน แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่ปล่อยข้อมูล

ที่มาภาพ : ประชาชาติธุรกิจ/พรรคประชาชน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา