
ชัด ๆ คำพิพากษาฉบับเต็ม! ศาลฎีกา ยกคำร้อง ‘อนันตรักษ์ เพ็ชรหิน’ ผู้สมัครฯ สส. จ.ภูเก็ต รวมไทยสร้างชาติ ถูก กกต.ไม่ประกาศชื่อ เหตุเป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 30 วัน ก่อนหน้าสังกัดพรรคโอกาสใหม่ ลาออก 28 ธ.ค. วันเดียวกันไป รทสช. ก่อนโดนถอนชื่อ 31 ธ.ค. 68
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ศาลฎีกามีคำพิพากษายกคำร้อง คดีระหว่าง นายอนันตรักษ์ เพ็ชรหิน ผู้ร้อง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลืออกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต ผู้คัดค้าน เนื่องจากไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง จึงขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายประกอบรัฐธรรมธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานแล้ว (ข่าวเกี่ยวข้อง: ยกคำร้อง ผู้สมัคร สส. ภูเก็ต รวมไทยสร้างชาติ สังกัดพรรคไม่ครบ 30 วัน )
รายละเอียดของคดีนี้เป็นอย่างไร? ล่าสุดสำนักข่าวอิศรา นำคำพิพาษามารายงาน
@รายละเอียคำพิพากษาฉบับเต็ม
คำสั่ง คดีหมายเลขดำที่ ลต สสข 1/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 3/2569 ศาลฎีกา วันที่ 13 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2569 ความคดีเลือกตั้ง ระหว่าง
นายอนันตรักษ์ เพ็ชรหิน ผู้ร้อง
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต ผู้คัดค้าน
เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฯ(สิทธิสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง)
@ อ้างคำสั่งถอดถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้สมัครไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ต่อมาผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยอ้างว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง ผู้ร้องจึงขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ความจริงแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติมีหนังสือถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ตแจ้งยกเลิกหนังสือรับรองของหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อส่งสมาชิกพรรคเป็นผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต และการพ้นสมาชิกภาพของผู้ร้องภายหลังจากที่ผู้ร้องใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรแล้วเสร็จ การถอดถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการลบชื่อผู้ร้องออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับ ผู้ร้องมิได้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้มีคำสั่งให้สมาชิกภาพของผู้ร้องในพรรครวมไทยสร้างชาติกลับคืนมาตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 และมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านรับสมัครผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต
@ กกต.พบเป็นสมาชิก รทสช. 28 ธ.ค. 2568 -สิ้นสมาชิกภาพ 30 ธ.ค. 2568
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ร้องแล้ว ปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิก พรรครวมไทยสร้างชาติเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 และสิ้นสมาชิกภาพเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ผู้ร้องจึงไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 97 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 41 (3) ผู้คัดค้านจึงไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต ขอให้ยกคำร้อง
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายที่เสนอต่อศาลในวันนัดพร้อมแล้ว เห็นว่า คดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐาน จึงให้งดการไต่สวน
@ 18 ธ.ค.68 สังกัดพรรคโอกาสใหม่ –ลาออก 28 ธ.ค. วันเดียวกัน สมัครไทยสร้างชาติ
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 97 บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... (3) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ระยะเวลาเก้าสิบวันดังกล่าวให้ลดลงเหลือสามสิบวัน...” และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 41 บัญญัติในทำนองเดียวกันว่า “บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิ สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... (3) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ระยะเวลาเก้าสิบวันดังกล่าวให้ลดลงเหลือสามสิบวัน...” ตามบทบัญญัติดังกล่าวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรณีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภาจึงต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง
@ไล่ไทม์ไลน์ 18 ธ.ค. 68 อยู่พรรคโอกาสใหม่ - 28 ธ.ค. 68 ออกไปสมัครรวมไทยสร้างชาติ
คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้องและคำคัดค้าน เอกสารประกอบคำร้องและคำคัดค้านหมาย ร.1 ถึง ร.12 และ ค.1 ถึง ค.11 ว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคโอกาสใหม่ ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ผู้ร้องพ้นจากสมาชิกภาพของพรรคโอกาสใหม่ และผู้ร้องไปสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันเดียวกันนั้น
@ 30 ธ.ค.68 พ้นจากสมาชิกภาพ รวมไทยสร้างชาติ
ต่อมาวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ผู้ร้องพ้นจากสมาชิกภาพของพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันเดียวกันพรรครวมไทยสร้างชาติมีหนังสือถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ตแจ้งยกเลิกหนังสือรับรองของหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อส่งสมาชิกพรรคเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้ผู้ร้องพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 โดยได้ลบชื่อผู้ร้องออกจากฐานข้อมูลสมาชิกพรรคแล้ว
@ 31 ธ.ค. 68 พรรครวมไทยสร้างชาติ แจ้ง กกต.ขอถอนชื่อ
จากนั้นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 พรรครวมไทยสร้างชาติมีหนังสือถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ตอีกว่า พรรครวมไทยสร้างชาติขอถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้ร้อง
ในวันเดียวกันผู้ร้องยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ
@ 7 ม.ค. 2569 กกต.ส่งหนังสือแจ้งเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ
ต่อมาวันที่ 7 มกราคม 2569 ผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากผู้ร้องพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 จากข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ขณะที่ผู้ร้องไปยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต ผู้ร้องไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง ผู้ร้องจึงขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 97 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 41 (3) ที่ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต จึงชอบแล้ว ส่วนที่ผู้ร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้สมาชิกภาพของผู้ร้องในพรรครวมไทยสร้างชาติกลับคืนมาดังเดิมนั้น กรณีไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้อำนาจผู้ร้องสามารถร้องขอได้เช่นนั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง.


คดีก่อนหน้า :
- ศาลฎีกายกคำร้องผู้สมัคร สส.ประชาธิปไตยใหม่ โดนตัดชื่อ ไม่ไปเลือกตั้งนายก อบจ.

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา