
มัดรวมคำพิพากษาศาลฎีกา ถอนชื่อ ผู้รับสมัคร สส. จ.นครศรีธรรมราช 4 คดี ‘กิตษณัฐ อินทร์พรหม’ เขต 3 พรรคเพื่อไทย - ‘บุญเสริม หัทยานนท์’ เขต 4 เพื่อบ้านเมือง - ‘ปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์’ เขต 3 พรรคพลวัต - ‘บิ๊กโอ-ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ’ เขต 7 กล้าธรรม 3 คนมีประวัติลักทรัพย์ อีก 1 ผิดใช้เช็ค
นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกศาลฎีกามีคำสั่งถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้รับสมัครฯมากที่สุดอย่างน้อย 4 คน ได้แก่
1. นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทย มีประวัติต้องคดีลักทรัพย์
2. นายบุญเสริม หัทยานนท์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 4 จ.นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อบ้านเมือง มีประวัติต้องคดีลักทรัพย์
3. นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลวัต เคยได้รับโทษจําคุกในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค 3 คดี
4. นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 7 จ.นครศรีธรรมราช หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม ต้องคดีลักทรัพย์ ศาลฎีกาพิพากษาคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคําวินิจฉัยให้ถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ ชอบแล้ว
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รวบรวมรายละเอียดและคำพิพากษามารายงานดังนี้
1. นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช ของพรรคเพื่อไทย
วันที่ 29 ม.ค. 2569 ศาลฎีกามีคำสั่ง ให้ถอนชื่อ ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครฯ เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 357/2568 ของศาลจังหวัด
ปากพนัง ว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ขาดคุณสมบัติ เป็นบุคคลต้องห้าม (ข่าวเกี่ยวข้อง: เปิดคำพิพากษาศาลฎีกาถอนชื่อ ‘กิตษณัฐ’ ผู้สมัคร สส. นครศรีฯ เพื่อไทย ต้องคดีลักทรัพย์)

2. นายบุญเสริม หัทยานนท์’ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 4 จ.นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อบ้านเมือง
วันที่ 30 มกราคม 2569 ศาลฎีกามีคําสั่งให้ถอนชื่อนายบุญเสริม ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครฯเนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1721/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 2019/2552 ของศาลจังหวัดพัทลุงว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 6 เดือน และปรับ 4,000 บาท ผู้คัดค้านรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และคดีถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12) กรณีมีเหตุให้ถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามคำร้อง
คำพิพากษามีรายละเอียดดังนี้
เปิดคำพากษาฉบับเต็มคดีนายบุญเสริม
คำสั่ง คดีหมายเลขดำที่ ลต สสข 17/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 15/2569 ศาลฎีกา วันที่ 30 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2569 ความคดีเลือกตั้ง ระหว่าง
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ร้อง
นายบุญเสริม หัทยานนท์ ผู้คัดค้าน
เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(ขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง)
@ต้องคดีลักทรัพย์ จ.พัทลุง
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคเพื่อบ้านเมือง ต่อมาผู้ร้องตรวจสอบพบว่า ผู้คัดค้านเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าลักทรัพย์ ตามคดีหมายเลขดำที่ 1721/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 2019/2552 ของศาลจังหวัดพัทลุงและคดีถึงที่สุดแล้วตามหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดลงวันที่ 28 สิงหาคม 2566 อันเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ขอให้ถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้คัดค้านไม่ยื่นคำคัดค้าน แต่แถลงรับว่าเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดฐานลักทรัพย์ ในคดีหมายเลขดำที่ 1721/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 2019/2552 ของศาลจังหวัดพัทลุง
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจคำร้อง เอกสารประกอบคำร้อง พยานหลักฐานของผู้ร้องประกอบคำแถลงของผู้คัดค้านแล้ว เห็นว่า คดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐาน จึงให้งดการไต่สวน
@จำคุก 3 เดือนปรับ 2,000 บาท-รอการลงโทษ 2 ปี
ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านเคยต้องคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1721/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 2019/2552 ของศาลจังหวัดพัทลุงว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 6 เดือน และปรับ 4,000 บาท ผู้คัดค้านรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ ให้ผู้คัดค้านกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และคดีถึงที่สุดแล้ว ตามสำเนาคำพิพากษาและสำเนาหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดเอกสารหมาย ร.10 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 3 ตามลำดับ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดพรรคเพื่อบ้านเมือง ตามสำเนาใบสมัครรับเลือกตั้ง เอกสารหมาย ร.5
เห็นว่า เมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... (10) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา...” และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บัญญัติไว้เช่นเดียวกันว่า
“บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... (12) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา...”
@เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้าม ให้ถอนชื่อ
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้องและคำแถลงรับของผู้คัดค้านว่า ศาลจังหวัดพัทลุงมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1721/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 2019/2552 ว่าผู้คัดค้านมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 และคดีถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นกรณีที่ผู้คัดค้านเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12) กรณีมีเหตุให้ถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามคำร้อง
จึงมีคำสั่งให้ถอนชื่อนายบุญเสริม หัทยานนท์ ผู้คัดค้าน ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคเพื่อบ้านเมือง.

3. นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลวัต
วันที่ 30 มกราคม 2569 ศาลฎีกามีคําสั่งให้ถอนชื่อนายปฏิพัทธ์ ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเคยได้รับโทษจําคุกในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วย ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค 3 คดี โดยได้รับโทษจําคุก 5 เดือน ตามคําพิพากษาคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1314/2562 โทษจําคุก 4 เดือน 15 วัน ตามคําพิพากษาคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 79/2563 และโทษจําคุก 1 เดือน ตามคําพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1786/2563 ของศาลจังหวัดพัทลุง ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว ผู้คัดค้านพ้นโทษเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 จึงเป็นกรณีที่ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
คำพิพากษาคดี นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ รายละเอียดดังนี้
เปิดคำพิพากษาคดีนายปฏิพัทธ์
คดีหมายเลขดําที่ ลต สสข 19/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 16/2569 ศาลฎีกา วันที่ 30 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2569 ความคดีเลือกตั้ง ระหว่าง
ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ร้อง
นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ ผู้คัดค้าน
เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ
(ขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง)
@ มีประวัติจำคุกคดีใช้เช็ค 3 คดี
ผู้ร้องยื่นคําร้องว่าผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่อมาผู้ร้องตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้คัดค้านไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุกในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค 3 คดี คือ คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1314/2562 คดีอาญาหมายเลขแดงที่79/2563 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1786/2563 ของศาลจังหวัดพัทลุงผู้คัดค้านพ้นโทษจําคุก เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 ซึ่งยังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้งผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42(9) ขอให้ถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3จังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้คัดค้านไม่ยื่นคําคัดค้านศาลฎีกา
@จำคุกรวม 10 เดือน 15 วัน
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาคําร้อง เอกสารท้ายคําร้อง เอกสารหมาย ร.1 ถึง ร.17 แล้ว เห็นว่าคดีไม่จําเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐาน จึงให้งดการไต่สวน
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อนายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ ผู้คัดค้าน เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคพลวัต แต่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุกในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด อันเกิดจากการใช้เช็ค 3 คดี โดยได้รับโทษจําคุก 5 เดือน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1314/2562 โทษจําคุก 4 เดือน 15 วัน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 79/2563 และโทษจําคุก 1 เดือน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1786/2563 ของศาลจังหวัดพัทลุง และพ้นโทษเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 ตามเอกสารหมาย ร.1 ถึง ร.17
@พ้นโทษ 19 ก.ย. 2564 ยังไม่ถึงสิบปี เป็นบุคคลต้องห้าม
มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (7) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บัญญัติทํานองเดียวกันว่า
“บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... (9) เคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ...”
เมื่อข้อเท็จจริงได้ความเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุกในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วย
ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค 3 คดี โดยได้รับโทษจําคุก 5 เดือน ตามคําพิพากษาคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1314/2562 โทษจําคุก 4 เดือน 15 วัน ตามคําพิพากษาคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 79/2563 และโทษจําคุก 1 เดือน ตามคําพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1786/2563 ของศาลจังหวัดพัทลุง ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว ผู้คัดค้านพ้นโทษเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 จึงเป็นกรณีที่ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (7) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (9)
จึงมีคําสั่งให้ถอนชื่อนายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ ผู้คัดค้าน ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคพลวัต

4.นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ (บิ๊กโอ) ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 7 จ.นครศรีธรรมราช หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม (เป็น อดีต ส.ส.)
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลสั่งยกคำร้อง คดีนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้ร้อง ร้องว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคําวินิจฉัยให้ถอนชื่อผู้ร้องออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะเหตุที่ผู้ร้องเคยต้องคําพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในความผิดฐานลักทรัพย์ และคดีถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12)
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีในความผิดฐานลักทรัพย์ตามคดีอาญาหมายเลขแดง ที่ 3673/2542 จึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ผู้คัดค้านมีคําวินิจฉัยให้ถอนชื่อผู้ร้องออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดนครศรีธรรมราช หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม นั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงมีคําสั่งให้ยกคําร้อง

คดีเลือกตั้งอื่นก่อนหน้า
- ศาลฎีกายกคำร้องผู้สมัคร สส.ประชาธิปไตยใหม่ โดนตัดชื่อ ไม่ไปเลือกตั้งนายก อบจ.
- ยกคำร้อง ผู้สมัคร สส. ภูเก็ต รวมไทยสร้างชาติ สังกัดพรรคไม่ครบ 30 วัน
- คำพิพากษาฉบับเต็ม! คดีผู้สมัครฯ สส. ภูเก็ต รทสช.ขาดคุณสมบัติ - เคยอยู่‘โอกาสใหม่’
- เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ถอนชื่อ‘ชลสิทธิ’ผู้สมัคร สส. จ.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ถือหุ้นสื่อ
- เจาะบ.เกาะแก้วฯคดี‘ชลสิทธิ’ผู้สมัคร สส. จ.ภูเก็ต ถือหุ้นสื่อ/ เพิ่งส่ง อบจ.5 ใหม่ 9 ม.ค.69
- คำพิพากษา ‘ธนะศักดิ์’ ผู้สมัคร สส.นครพนม ถือหุ้นสื่อ กกต.ไม่ประกาศชื่อ/ชอบแล้ว
- ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ 'ชญานันท์' ผู้สมัคร สส.ราชบุรี พรรคเพื่อไทย ถือหุ้นสื่อ-บมจ.อาร์เอส
- เปิดคำสั่งศาลฎีกาถอนชื่อ ‘รัชต์พงศ์’ ผู้สมัคร สส.ตาก ปชน.ปมถูกจับคดีเว็บพนัน
- เบื้องลึก! ศาลฎีกาถอนชื่อ‘ฉลอง’ผู้สมัคร สส.โคราช กล้าธรรม โดนจําคุกคดีป่าสงวนฯ
- เปิดคำพิพากษาศาลฎีกาถอนชื่อ ‘กิตษณัฐ’ ผู้สมัคร สส. นครศรีฯ เพื่อไทย ต้องคดีลักทรัพย์
- เปิดเอกสารชัด ๆ ‘ธนะศักดิ์’ผู้สมัคร สส.นครพนม ถือหุ้นสื่อ 3 แสน โดน กกต.ไม่ประกาศชื่อ
- คำพิพากษาศาลฎีกาถอนชื่อ'ณัฐธัญรดี'ผู้สมัคร สส. ชลบุรี ไทยสร้างไทย ต้องคดีใช้เช็ค

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา