“…จากข้อเท็จจริง พบว่าการดำเนินการจัดหาอาหารกลางวันด้วยวิธีดังกล่าว มีช่องว่างที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการทุจริต เช่น การไม่จัดซื้อวัตถุดิบตามจำนวนที่กำหนด การจัดทำเอกสารเท็จหรือใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินที่เป็นเท็จ การจัดทำเอกสารตรวจรับเท็จ และในบางกรณีโรงเรียนนำเงินจากการจัดซื้อวัตถุดิบไปจ้างแม่ครัวโดยไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการจ้างบุคคล…”
.............................................
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม. มีมติรับทราบ ‘มาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน’ ตามที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ
และมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลัก รับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติ
โดยให้กระทรวงศึกษาธิการสรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการความเห็นในภาพรวมแล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอ ครม.ต่อไป นั้น (อ่านประกอบ : เปิดวาระครม. 'ป.ป.ช.' ชง ป้องกันทุจริตอาหารกลางวันเด็ก-'พาณิชย์' สรุปผลแก้ปัญหา 'นอมินี')
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับรายงาน ‘มาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน’ ของ ป.ป.ช. ดังนี้
@ทุจริต‘อาหารกลางวัน’นร. สะท้อนช่องว่างกำกับดูแล
ความเป็นมา
โครงการอาหารกลางวันนักเรียน เป็นนโยบายสำคัญของรัฐที่มุ่งเน้นให้เด็กนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ถูกหลักโภชนาการ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตทางร่างกาย พัฒนาการทางสมอง
รวมถึงส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนซึ่งถือเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของประเทศ โดยเริ่มจากกระทรวงศึกษาธิการได้ทดลองจัดอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนในสังกัดและในปี พ.ศ.2530
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) สมัยนั้น ได้กำหนดนโยบายให้โรงเรียนดำเนินโครงการอาหารกลางวันทุกโรงเรียน และได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.กองทุนเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา พ.ศ.2535 กำหนดวงเงินกองทุนไว้ 6,000 ล้านบาท
โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณเป็นเงินกองทุนปีละไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท และให้นำดอกผล ไปสนับสนุนการจัดอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนในระดับประถมศึกษาทุกสังกัด และระหว่างที่ดอกผลยังไม่เพียงพอ รัฐบาลได้จัดงบประมาณประจำปีอุดหนุนโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา
ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้ถ่ายโอนงบประมาณค่าอาหารกลางวันไปให้กระทรวงมหาดไทย ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้เสนอขอรับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณ และจัดสรรงบประมาณต่อไปให้แก่สถานศึกษาต่างๆ ที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจแล้ว ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2546
อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนที่ผ่านมา ปรากฏปัญหาและข้อร้องเรียนจำนวนมาก โดยเฉพาะประเด็นการทุจริตและการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใส โดยจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการอาหารกลางวันนักเรียนของสำนักงาน ป.ป.ช.
พบข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนหลายประการ อาทิ โรงเรียนมีการนำงบประมาณโครงการอาหารกลางวันนักเรียนไปดำเนินกิจกรรมอื่นๆ โรงเรียนไม่มีการรายงานผลการดำเนินงานและส่งคืนเงินเหลือจ่ายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โครงการแล้วเสร็จ และเอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายเงินไม่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือยังไม่เป็นปัจจุบัน อาหารกลางวันนักเรียนไม่มีคุณภาพหรือมีปริมาณไม่เหมาะสม เป็นต้น
การทุจริตในโครงการอาหารกลางวันนักเรียนไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อการเงินการคลังของประเทศ แต่ยังสะท้อนถึงช่องว่างในการกำกับดูแล ตลอดจนกระบวนการตรวจสอบที่อาจจะยังไม่รัดกุม
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาหามาตรการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการทุจริตในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารงบประมาณ ไปจนถึงการติดตามประเมินผลและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ดังนั้น การศึกษามาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน จึงมีความสำคัญในการกำหนดแนวทางเชิงป้องกัน เสริมสร้างกลไกความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สาธารณชน อันจะน าไปสู่การยกระดับคุณภาพโครงการและผลประโยชน์สูงสุดของนักเรียนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ
@ชี้ปัญหาทุจริตกระบวนการ‘จัดซื้อจัดจ้าง’อาหารกลางวัน
ข้อพิจารณา
จากการศึกษาข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการทำหนังสือสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงพื้นที่ ตลอดจนการศึกษาสถิติข้อมูลพฤติการณ์การทุจริตเกี่ยวกับการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน พบประเด็นปัญหาที่อาจนำไปสู่การทุจริต 3 ประเด็น
ได้แก่ 1.ประเด็นปัญหาการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 2.ประเด็นปัญหาการขาดความรู้ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติงาน และ 3.ประเด็นปัญหาในการตรวจสอบกำกับติดตาม ดังนี้
1.ประเด็นปัญหาการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
ตามที่หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว116 ลงวันที่ 12 มี.ค.2562 เรื่อง “แนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อใช้ในการประกอบอาหาร การจ้างบุคคลเพื่อประกอบอาหาร หรือการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ)” ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในการจัดหาอาหารกลางวัน จำนวน 3 แนวทาง เพื่อให้โรงเรียนใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันนักเรียนให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
อย่างไรก็ดี จากข้อเท็จจริงพบว่า การดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนยังคงปรากฏพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีการตรวจพบปัญหาและความเสี่ยงด้านการทุจริตในแต่ละแนวทางฯ อันควรได้รับการพิจารณาแก้ไขและกำหนดมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง ดังนี้
แนวทางที่ 1 กรณีการจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อใช้ในการประกอบอาหาร เป็นแนวทางที่โรงเรียนดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบและให้คุณครูเป็นผู้ประกอบอาหารเอง
โดยจากข้อเท็จจริง พบว่าการดำเนินการจัดหาอาหารกลางวันด้วยวิธีดังกล่าว มีช่องว่างที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการทุจริต เช่น การไม่จัดซื้อวัตถุดิบตามจำนวนที่กำหนด การจัดทำเอกสารเท็จหรือใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินที่เป็นเท็จ การจัดทำเอกสารตรวจรับเท็จ และในบางกรณีโรงเรียนนำเงินจากการจัดซื้อวัตถุดิบไปจ้างแม่ครัวโดยไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการจ้างบุคคลตามวิธีที่ 2 เป็นต้น
แนวทางที่ 2 กรณีการจ้างบุคคลเพื่อประกอบอาหาร เป็นแนวทางที่โรงเรียนจัดซื้อวัตถุดิบเองและจ้างบุคคลภายนอกมาประกอบอาหารที่โรงเรียน
จากข้อเท็จจริงพบว่าการดำเนินการด้วยวิธีดังกล่าวมีช่องว่างเช่นเดียวกันกับแนวทางที่ 1 และในกรณีการจ้างบุคคลมาประกอบอาหาร จากการลงพื้นที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. พบว่าอาจทำให้มีความเสี่ยงในการจ่ายเงินค่าจ้างไม่ครบถ้วน และมีช่องว่างให้เบียดบังเงินค่าจ้างไปใช้ส่วนตัว
แนวทางที่ 3 กรณีการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) เป็นวิธีที่โรงเรียนให้ผู้รับจ้างดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบและประกอบอาหารเองทั้งหมด แล้วจึงนำอาหารมาส่งให้ทางโรงเรียน และให้มีการสุ่มตรวจเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ตามความเหมาะสม
จากการดำเนินการที่ผ่านมาพบว่า การดำเนินการด้วยวิธีดังกล่าว มีโอกาสในการเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง/ฮั้วประมูล เช่น การเอื้อผลประโยชน์ให้พวกพ้อง คนรู้จัก ได้เป็นคู่สัญญากับโรงเรียน
กรณีตัวอย่างที่สะท้อนถึงการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างอาหารกลางวันนักเรียนที่ปรากฎชัดเจน คือ กรณีที่มีการชี้มูลความผิดผู้อำนวยการและข้าราชการครูในจังหวัดเชียงใหม่ 4 ราย ซึ่งจากข้อเท็จจริงปรากฏว่า
ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน มีหน้าที่บริหารและกำกับดูแลการดำเนินงานของสถานศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ ได้อนุมัติให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ซึ่งเป็นครูและได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้ออาหารกลางวัน ดำเนินการยืมเงินงบประมาณของทางราชการเพื่อจัดหาอาหารกลางวันด้วยตนเอง
โดยมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 อันเป็นการละเลยต่อหน้าที่ในฐานะผู้บริหารหน่วยงานของรัฐ
ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ซึ่งมีหน้าที่จัดซื้อและตรวจรับอาหารกลางวัน ได้จัดทำเอกสารใบรับรองรายการจ่ายเงินเป็นเท็จ รวมจำนวน 15 ใบ แยกเป็นรายวันวันละ 3 ใบ ทั้งที่ในข้อเท็จจริงมีการจัดซื้อวัตถุดิบเพียงสัปดาห์ละครั้ง
โดยมีการระบุจำนวนเงินไม่เกินใบละ 10,000 บาท และปรับเพิ่มราคาต่อหน่วยของวัตถุดิบอย่างไม่เหมาะสม เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนปกติ และหลีกเลี่ยงวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อระเบียบฯ
ในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และ 4 ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจรับอาหารกลางวัน ได้ร่วมลงลายมือชื่อรับรองเอกสารการจ่ายเงินที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จัดทำขึ้นโดยมิได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของการส่งมอบวัตถุดิบ อันเป็นการรับรองเอกสารอันเป็นเท็จและเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย สะท้อนถึงการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ การจัดทำเอกสารเท็จเพื่อประกอบการเบิกจ่ายงบประมาณ และการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลของภาครัฐ
นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว ในการดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติในการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) พบว่าโรงเรียนหลายแห่งมีผู้รับจ้างมาประกอบอาหารภายในโรงเรียน โดยใช้สถานที่ น้ำประปาและไฟฟ้าของทางโรงเรียน โดยไม่มีการแยกมิเตอร์และไม่มีการเก็บค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบำรุงสถานที่ และบางโรงเรียนไม่มีการคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้แต่อย่างใด
แม้ว่าการให้ผู้ประกอบการเข้ามาประกอบอาหารในโรงเรียนจะสะดวกในกระบวนการตรวจสอบ ทั้งการตรวจสอบวัตถุดิบ การควบคุมคุณภาพ และการประกอบอาหาร แต่หากไม่มีการวางแนวทางเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนอาจเกิดความสุ่มเสี่ยงที่โรงเรียนจะต้องแบกรับใช้จ่ายดังกล่าว และทำให้รัฐเสียหายได้
เนื่องจากแนวทางการจัดหาอาหารกลางวันในลักษณะจ้างเหมาประกอบอาหาร ไม่ได้ระบุว่าผู้ประกอบการที่มาด าเนินการประกอบอาหารในโรงเรียนต้องชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
อีกทั้งจากการศึกษาข้อมูลคู่มือโครงการอาหารกลางวันนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และแนวทางการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พบว่าคู่มือและแนวทางดังกล่าวที่จัดทำขึ้นยังไม่ผ่านความเห็นของกระทรวงการคลัง อันอาจส่งผลให้การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันนักเรียนโดยเฉพาะในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอาจไม่เป็นไปโดยถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การพิจารณาแก้ไขปัญหา
ตามที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหาร การจ้างบุคคลเพื่อประกอบอาหาร หรือการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) โดยได้จัดท าขั้นตอน วิธีการ และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างไว้อย่างชัดเจนแล้วนั้น
แต่จากการดำเนินงานที่ผ่านมาก็ยังคงปรากฏปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้การจัดหาอาหารกลางวันนักเรียนเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบและแนวทางที่กำหนด และเพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารที่มีคุณภาพตามหลักโภชนาการ
จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลสถานศึกษาในสังกัดให้ปฏิบัติตามแนวทางการจัดหาอาหารกลางวันนักเรียนตามหนังสือ ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 116 ลงวันที่ 12 มี.ค.2562 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในกระบวนการกำหนดรายการอาหาร การจัดซื้อวัตถุดิบ การจัดทำเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง และการตรวจรับอาหารกลางวัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและคณะกรรมการตรวจรับควรปฏิบัติตามระเบียบและแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ ครบถ้วน และตรงตามรายการที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม หากโรงเรียนพบปัญหาอุปสรรคระหว่างการดำเนินโครงการฯ ให้ทางโรงเรียนรายงานปัญหาอุปสรรคดังกล่าวมายังหน่วยงานต้นสังกัดที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันนักเรียน และให้หน่วยงานต้นสังกัดเข้ามาติดตามผลการดำเนินงานพร้อมทั้งช่วยแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 หมวด 2 ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ได้กำหนดหลักการสำคัญที่ให้รัฐส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
โดยเปิดโอกาสให้มีผู้สังเกตการณ์จากภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถเฝ้าระวัง ร้องเรียน และมีบทบาทในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้โดยตรง อันเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและลดความเสี่ยงต่อการทุจริต
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนเป็นไปด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้และสอดคล้องกับหลักการมีส่วนร่วม เห็นควรเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน ได้แก่ ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครในพื้นที่ เข้ามามีบทบาทในการสังเกตการณ์ ตรวจสอบคุณภาพและวัตถุดิบของอาหาร ตลอดจนติดตามความเหมาะสมของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ควรกำหนดให้มีช่องทางรองรับการร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแส เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงอันอาจส่อไปในทางทุจริตหรือไม่โปร่งใส
นอกจากนี้ ควรมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายการอาหาร และรูปภาพของเมนูอาหารในแต่ละวันแก่สาธารณะ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของโรงเรียน เช่น ใน Facebook หรือเว็ปไซต์ของโรงเรียน โปรแกรม Thai School Lunch หรือเผยแพร่ในไลน์กลุ่มผู้ปกครอง เป็นต้น
สำหรับกรณีการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) หากโรงเรียนให้ผู้รับจ้างมาประกอบอาหารที่โรงเรียน เนื่องจากมีความกังวลเรื่องการขนส่ง คุณภาพอาหาร และเพื่อความสะดวกต่อการตรวจสอบตรวจรับ เห็นควรให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมบัญชีกลางมีการกำหนดแนวทางการแนวทางการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้โรงเรียนอย่างชัดเจน เช่น ค่าน้ำ ประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบำรุงสถานที่
เพื่อป้องกันมิให้มีการปฏิบัติที่ฝ่าฝืนแนวทางการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) ของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐและมิให้โรงเรียนแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว โดยอาจพิจารณานำระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการใช้อาคารสถานที่ของสถานศึกษา พ.ศ.2539 มาประกอบการกำหนดแนวทางดังกล่าวด้วย
อีกทั้งเพื่อให้การดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนเกิดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ จึงเห็นควรให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับกรมบัญชีกลางในการจัดทำคู่มือแนวทางอาหารกลางวันนักเรียน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
และครอบคลุมทุกกระบวนการตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณจนกระทั่งการคืนเงินเหลือจ่ายให้สถานศึกษาในสังกัด เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และถูกต้องตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารการพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
@พบ‘บุคลากรครู’ผู้รับผิดชอบโครงการฯยังขาดความรู้
2.ประเด็นปัญหาการขาดความรู้ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติงาน
การดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนในสถานศึกษาบางแห่ง เช่น สถานศึกษาที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดด้านบุคลากร มักประสบปัญหาด้านความพร้อมของผู้รับผิดชอบโครงการฯ ทั้งนี้ ในบางโรงเรียนครูผู้รับผิดชอบฯ เป็นครูบรรจุใหม่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และความเชี่ยวชาญในการดำเนินโครงการอาหารกลางวัน และด้านการจัดซื้อจัดจ้างโดยตรง
แม้ว่าหน่วยงานต้นสังกัด ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดให้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการฯ แล้วก็ตาม แต่การอบรมดังกล่าวยังขาดความต่อเนื่องและการวัดผลที่จริงจัง จึงส่งผลให้ครูผู้รับผิดชอบฯ ยังไม่มีความรู้เพียงพอและไม่ครอบคลุมต่อการปฏิบัติงานในสถานการณ์จริง
อีกทั้งยังพบว่าความแตกต่างของบริบทและสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ส่งผลให้แนวทางการ ดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนมีความแตกต่างกันออกไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร พบข้อจำกัดหลายประการ
อาทิ ข้อจำกัดเกี่ยวกับการจัดซื้อวัตถุดิบ เนื่องจากต้องจัดซื้อจากตลาดท้องถิ่นที่ผู้ขายไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินได้และการเข้าถึงวัตถุดิบประกอบอาหารที่มีราคาสูงกว่าโรงเรียนในเขตเมือง ข้อจำกัดด้านการขนส่งที่มีความยากลำบาก และข้อจำกัดเกี่ยวกับการหาแม่ครัวหรือผู้ประกอบการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ)
ดังนั้น การดำเนินการจัดหาอาหารกลางวันนักเรียนในแต่ละพื้นที่ จึงแตกต่างกัน ครูผู้รับผิดชอบโครงการฯจำเป็นต้องวางแผนการดำเนินงานให้สอดคล้อง กับระเบียบ หลักเกณฑ์ของทางราชการ และให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา
โดยต้องศึกษาคู่มือระเบียบ กฎหมาย และเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง ซึ่งการดำเนินงานภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าวหากไม่มีการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับครูผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน
อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบอย่างครบถ้วน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการทุจริตโดยไม่เจตนาได้และในบางกรณีอาจกลายเป็นช่องว่างให้เกิดการกระทำที่มิชอบต่อระเบียบ กฎหมาย และแนวทางปฏิบัติของโครงการฯได้
นอกจากประเด็นความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำเอกสารการเงินและการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว
จากข้อเท็จจริงพบว่าบุคลากรครูผู้รับผิดชอบโครงการฯ ในโรงเรียนหลายแห่งยังขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดทำเมนูอาหารตามหลักโภชนาการ ผ่านโปรแกรม Thai School Lunch ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้กำหนดให้สถานศึกษานำโปรแกรมดังกล่าวมาใช้ ประกอบการดำเนินการจัดหาอาหารกลางวันที่มีคณภาพ
แม้ว่าจะมีสถานศึกษาจำนวนมากที่สมัครเข้าใช้ระบบ Thai School Lunch แต่เนื่องจากการขาดความรู้ความเข้าใจ และปัญหาด้านต่างๆ เช่น ความไม่เสถียรของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การขาดแคลนบุคลากร ตลอดจนข้อจำกัดภายในของโปรแกรม Thai School lunch ที่ทำให้โรงเรียนไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบตามที่กำหนดได้ และอาจเป็นการเพิ่มภาระงานให้แก่ครูผู้รับผิดชอบโครงการฯ ที่มีหน้าที่หลักคือการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียน
การพิจารณาแก้ไขปัญหา
เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน หน่วยงานเกี่ยวข้องควรจัดให้มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการอาหารกลางวัน โดยเฉพาะระเบียบ กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างโครงการอาหารกลางวันทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
ตลอดจนส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการใช้ระบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการโครงการอาหารกลางวันให้มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบ Thai School Lunch เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินโครงการอาหารกลางวันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ควรกำหนดให้มีการประเมินผลการฝึกอบรม และให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงการฝึกอบรมในรุ่นต่อไป รวมทั้งควรพิจารณาจัดทำสื่อการเรียนรู้รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning) ที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันนักเรียน เช่น สื่อที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้โปรแกรม Thai School Lunch เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานแก่บุคลากรครูผู้รับผิดชอบโครงการฯ ควรจัดให้มีศูนย์ช่วยเหลือหรือช่องทางรับคำปรึกษา (Helpdesk) เพื่อทราบปัญหาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินโครงการอาหารกลางวัน เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น
และควรกำหนดแนวทางการจัดสำรับอาหารกลางวัน สำหรับโรงเรียนที่ไม่ยังสามารถใช้งานโปรแกรม Thai School Lunch ได้ เพื่อเป็นทางเลือกและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานแก่บุคลากรครูผู้รับผิดชอบ
นอกจากนี้ เห็นควรให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และถอดบทเรียนจากโรงเรียนที่บริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันได้ดีเยี่ยม (Best Practices) เพื่อนำมาพัฒนาเป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานที่เหมาะสม และสามารถขยายผลสำเร็จไปยังโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
@กำกับติดตามโครงการฯในทางปฏิบัติยังพบ'ข้อจำกัด'
3.ประเด็นปัญหาในการตรวจสอบ กำกับ ติดตาม
จากข้อเท็จจริงตามคู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดทำขึ้น ได้มีการกำหนดมาตรการและกลไกในการกำกับ ดูแล และติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัด โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
1) มีการแต่งตั้งคณะทำงานกำกับติดตามในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียน เพื่อกำกับดูแลการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน
2) กำหนดให้มีการติดตามการดำเนินงานอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยเน้นการตรวจสอบความพร้อม ปัญหาอุปสรรค และผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์
3) การดำเนินการดังกล่าวมุ่งสร้างความมั่นใจว่าการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามนโยบาย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
1) มีการออกหนังสือราชการหลายฉบับเพื่อกำกับ ติดตาม และป้องกันการทุจริตงบประมาณโครงการอาหารกลางวัน โดยกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดทำแผนการลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงาน
2) มอบหมายให้ผู้บริหารท้องถิ่นและคณะทำงานที่แต่งตั้ง ทำหน้าที่สุ่มตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งการลงพื้นที่ติดตามเป็นระยะ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเคร่งครัด
3) กำหนดให้มีการสรุปรายงานผลการติดตามเสนอจังหวัด เพื่อนำไปใช้ประกอบการกำกับดูแล และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการกำหนดมาตรการกำกับติดตามเอาไว้แล้ว แต่ในทางปฏิบัติยังคงพบข้อจำกัดหลายประการ อาทิ ความต่อเนื่องในการลงพื้นที่ตรวจสอบ กำกับ ติดตาม ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความแตกต่างของบริบทสถานศึกษาในแต่ละพื้นที่ การขาดแคลนบุคลากรผู้ตรวจสอบที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
เช่น ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น ส่งผลให้การตรวจสอบในปัจจุบันยังคงอาศัยการรายงานเชิงเอกสารเป็นหลักมากกว่าการตรวจสอบเชิงลึก อีกทั้งผู้ตรวจสอบอาจยังไม่สามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่สถานศึกษาได้อย่างเพียงพอ ซึ่งอาจทำให้เกิดช่องว่างในการกำกับดูแล และเพิ่มความเสี่ยงต่อการทุจริตได้
อีกทั้งการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทั้งในระดับส่วนกลางและระดับพื้นที่ ยังไม่ปรากฏความชัดเจนเพียงพอทำให้การดำเนินการตรวจสอบ กำกับ ติดตาม ยังไม่ครอบคลุมและเป็นรูปธรรม
การพิจารณาแก้ไขปัญหา
เครื่องมือและกลไกสำคัญในการป้องกัน ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาการทุจริตในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงโครงการอาหารกลางวันนักเรียน คือ กระบวนการตรวจสอบ กำกับ และติดตาม ที่เป็นระบบ ชัดเจน และเป็นรูปธรรม โดยจำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่อง ความถี่ที่เหมาะสม
รวมทั้งการจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการด าเนินงานในระยะต่อไป
ดังนั้น เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการตรวจสอบ กำกับ และติดตามการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันนักเรียนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานโครงการฯ
ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยให้มีการบูรณาการการตรวจสอบ กำกับ และติดตาม การดำเนินโครงการฯ ทั้งในระดับส่วนกลางและระดับพื้นที่
พร้อมทั้งควรให้มีหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบเชิงลึก อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อจัดจ้าง เข้าร่วมการลงพื้นที่
นอกจากนี้ ควรกำหนดให้มีการจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรค เสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัดอย่างต่อเนื่อง และเป็นระบบเพื่อนำไปใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
@ชง 3 แนวทางป้องกันทุจริตโครงการกลางวันนักเรียน
ข้อเสนอแนะ
วัตถุประสงค์หลักของโครงการอาหารกลางวันนักเรียน คือ เพื่อให้นักเรียนได้รับสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการ ส่งเสริมการเจริญเติบโตที่สมวัย มีสุขภาพพลานามัยที่ดีและแข็งแรง อย่างไรก็ตาม การทุจริตที่เกิดขึ้นในการดำเนินโครงการฯ อาจส่งผลให้เด็กได้รับอาหารที่ไม่มีคุณภาพ และไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการ และศักยภาพทางการเรียนรู้ของนักเรียน
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และลดความเสี่ยงต่อการทุจริต จึงเห็นควรกำหนดข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ดังต่อไปนี้
1.ข้อเสนอแนะด้านการจัดซื้อจัดจ้าง
1) เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กำกับดูแลให้สถานศึกษาในสังกัด ดำเนินการตามแนวทางการจัดหาอาหารกลางวันนักเรียน ตามหนังสือที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 116 ลงวันที่ 12 มี.ค.2562
โดยเฉพาะในการกำหนดรายการอาหาร การจัดซื้อวัตถุดิบ การจัดทำเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการตรวจรับอาหารกลางวัน โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการฯ และคณะกรรมการตรวจรับควรปฏิบัติตามระเบียบและแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ และครบถ้วนตามรายการที่กำหนด
หากโรงเรียนพบปัญหาอุปสรรคระหว่างการดำเนินโครงการฯ ให้ทางโรงเรียนรายงานปัญหาอุปสรรคดังกล่าวมายังหน่วยงานต้นสังกัด ที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันนักเรียน และให้หน่วยงานต้นสังกัดเข้ามาติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
2) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ควรกำหนดให้สถานศึกษาในสังกัด สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้
โดยเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน เช่น ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครในพื้นที่ ฯลฯ เข้ามามีบทบาทในการสังเกตการณ์ ตรวจสอบคุณภาพ และวัตถุดิบของอาหาร ตลอดจนติดตามความเหมาะสมของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ควรพิจารณากำหนดให้มีช่องทางรองรับการร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแส เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงอันอาจส่อไปในทางทุจริต หรือไม่โปร่งใส
นอกจากนี้ อาจกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายการอาหาร และรูปภาพของเมนูอาหารในแต่ละวันแก่สาธารณะ โดยอาจจะเผยแพร่ผ่าน Facebook เว็ปไซต์ของโรงเรียน และในไลน์กลุ่มผู้ปกครอง เป็นต้น
3) เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกรมบัญชีกลาง กำหนดแนวทางการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการอาหารกลางวัน ในกรณีการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) ที่ผู้รับจ้างเข้ามาประกอบอาหารภายในโรงเรียนให้มีความชัดเจนและครอบคลุม
เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า และค่าบำรุงสถานที่ เป็นต้น เพื่อป้องกันการทำผิดแนวทางการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) ของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และมิให้โรงเรียนแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว โดยอาจพิจารณานำระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการใช้อาคารสถานที่ของสถานศึกษา พ.ศ. 2539 มาประกอบการกำหนดแนวทางดังกล่าวด้วย
4) เห็นควรให้สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกรมบัญชีกลางในการจัดทำคู่มือแนวทางอาหารกลางวันนักเรียน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและครอบคลุมทุกกระบวนการตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณจนกระทั่งการคืนเงินเหลือจ่ายให้สถานศึกษาในสังกัด
เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และถูกต้องตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารการพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 รวมไปถึง ระเบียบ กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
2.ข้อเสนอแนะด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติงาน
1) เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมบัญชีกลาง และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) จัดให้มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในสังกัดผ่านการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมเนื้อหาด้านการดำเนินโครงการอาหารกลางวัน
อาทิ ระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติตลอดจนการฝึกการใช้งานโปรแกรม Thai School Lunch อย่างมีประสิทธิภาพ และควรกำหนดให้มีการประเมินผลการฝึกอบรม และการให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงการฝึกอบรมในรุ่นต่อไปด้วย
ทั้งนี้ ควรพิจารณาจัดทำสื่อการเรียนรู้รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning) ที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันนักเรียน เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้โปรแกรม Thai School Lunch เป็นต้น
2) เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมบัญชีกลาง และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) พิจารณาจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือหรือช่องทางรับคำปรึกษา (Helpdesk) เพื่อรับทราบปัญหา และให้คำแนะน าเกี่ยวกับการดำเนินโครงการอาหารกลางวัน เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้งานโปรแกรม Thai School Lunch ได้แบบทันที (Real-time)
นอกจากนี้ ควรกำหนดแนวทางการจัดสำรับอาหารกลางวัน สำหรับโรงเรียนที่ไม่สามารถใช้งานโปรแกรม Thai School Lunch ได้เพื่อเป็นทางเลือกและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน
3) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นควรดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และถอดบทเรียนจากสถานศึกษาในสังกัดที่บริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันได้ดีเยี่ยม (Best Practices) เพื่อนำมาพัฒนาเป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานที่เหมาะสม และสามารถขยายผลสำเร็จไปยังโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.ข้อเสนอแนะด้านการตรวจสอบ กำกับ ติดตาม
กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย ควรกำกับดูแลให้หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ กำกับ และติดตามการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด
และควรบูรณาการกลไกการตรวจสอบ กำกับ และติดตามร่วมกันระหว่างหน่วยงานระดับส่วนกลาง และระดับพื้นที่ โดยอาจให้หน่วยงานที่มีความชำนาญเฉพาะด้านในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ สำนักงานคลังจังหวัด และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ร่วมลงพื้นที่ปฏิบัติงานด้วย
นอกจากนี้ ควรพิจารณาจัดทำระบบรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรค และรายงานต่อหน่วยงานต้นสังกัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
เหล่านี้เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับ ‘มาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน’ ของ ป.ป.ช. และต้องติดตามกันต่อไปว่า กระทรวงศึกษาธิการฯ ซึ่ง ครม.มอบหมายให้รับข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. เกี่ยวกับเรื่องนี้ จะมีการปรับปรุงแนวทางโครงการอาหารกลางวันนักเรียนเพื่อปิดช่องว่างการทุจริตอย่างไร

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา