“…การที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาฯ ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M จำนวน 4 เครื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด ในราคาเครื่องละ 847,000 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาในท้องตลาดขณะนั้น แม้จะเป็นราคาต่ำสุดและไม่เกินวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ในโครงการก็ตาม…”
......................................
เมื่อเร็วๆนี้ ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1865/2565 คดีหมายเลขดำที่ อ.252/2569 ซึ่งเป็นคดีที่ นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิษณุโลก โดยนายทรงธรรม ฐิติปุญญา ผู้อนุบาล (ผู้ฟ้องคดี) ยื่นฟ้องนายก อบจ.พิษณุโลก และผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กรณีนายก อบจ.พิษณุโลก (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) มีคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ลับมาก ที่ 774/2562 ลงวันที่ 17 เม.ย.2562 เรื่อง ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละออง ขนาด 2 สูบ 4 จังหวะ 18 แรงม้า จำนวน 4 เครื่อง เครื่องละ 850,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2552
โดยให้นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา อดีต นายก อบจ.พิษณุโลก ในฐานะผู้บังคับบัญชาระดับสูง ซึ่งผู้อนุมัติจัดซื้อฯ ชดใช้สินไหมทดแทนในอัตราร้อยละ 10 ของค่าเสียหาย 1,108,000 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 110,800 บาท เนื่องจากกระทำประมาทเลินเล่อร้ายแรงในการจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละอองฯ ทำให้ อบจ.พิษณุโลก ได้รับความเสียหายที่ต้องรับผิดชอบ
โดยคดีนี้ ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาให้นายสุรินทร์ ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ อบจ.พิษณุโลก เป็นเงินจำนวน 44,320 บาท หรือคิดเป็น 10% ของความเสียหาย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีนี้ (คดีหมายเลขดำที่ อ.1865/2565 คดีหมายเลขดำที่ อ.252/2569) ดังนี้
@จัดซื้อ‘เครื่องพ่นน้ำยาฯ’วิธีพิเศษ-‘สืบราคาตลาด’ 9 บริษัท
กรณีจึงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก (ตำแหน่ง) และผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก) ว่า การที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก จัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละอองสำหรับติดรถยนต์ขนาด 2 สูบ 4 จังหวะ 18 แรงม้า ควบคุมได้ 2 ระบบ รีโมทและธรรมดา สามารถปรับได้ทุกทิศทาง ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U 40 HD-M จำนวน 4 เครื่อง ในราคาเครื่องละ 847,000 บาท
ตามโครงการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 นั้น เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกได้รับความเสียหายหรือไม่
และผู้ฟ้องคดี (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา ขณะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก) ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกหรือไม่ เพียงใด
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า... คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า สืบเนื่องจากประมาณเดือน พ.ค.2552 ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงได้มีหนังสือ ด่วนที่สุดที่ มท 0893.2/ว 1122 ลงวันที่ 12 มิ.ย.2552 เรื่อง ขอความร่วมมือในการควบคุมไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 กรณีเกิดโรคในสถานศึกษา ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งที่มีสถานศึกษาหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด
และจังหวัดพิษณุโลก โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุดที่ พล 0034/ว 2865 ลงวันที่ 16 มิ.ย.2552 เรื่อง คำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1
ประกอบกับจังหวัดพิษณุโลก โดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ พล 0037.3/ว 2986 ลงวันที่ 22 มิ.ย.2552 เรื่อง ขอความร่วมมือในการควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1
และจังหวัดพิษณุโลกได้มีคำสั่งจังหวัดพิษณุโลก ที่ 1225/2552 ลงวันที่ 28 พ.ค.2552 จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์และการเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 โดยแต่งตั้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก) เป็นรองประธานคณะกรรมการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ระดับจังหวัด
ซึ่งในช่วงประมาณเดือน มิ.ย.2552 องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกได้รับการร้องขอจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 เขต 2 และเขต 3 ขอความอนุเคราะห์ฉีดพ่นสารเคมีและฆ่าเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตการศึกษาดังกล่าว
จากนั้น นาย ส. นักบริหารงานทั่วไป 7 รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองส่งเสริมคุณภาพชีวิต ได้มอบหมายให้นางสาว ส. ดำเนินการจัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันการแพร่ระบาด
นางสาว ส. ได้ทำหนังสือลงวันที่ 24 มิ.ย.2552 เรื่อง ขออนุมัติดำเนินการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พร้อมแนบเสนอโครงการรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 โดยมีรายการจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละออง ขนาด 2 สูบ 4 จังหวะ 18 แรงม้า จำนวน 4 เครื่อง เครื่องละ 850,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2552
โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกขณะนั้น (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา)) ได้พิจารณาเห็นชอบอนุมัติโครงการดังกล่าว และสั่งการให้ดำเนินการโดยเร่งด่วน และระบุให้ใช้วิธีพิเศษ
และได้ลงนามตามหนังสือกองส่งเสริมคุณภาพชีวิต ด่วนที่สุด ที่ พล 51018/762 ลงวันที่ 25 มิ.ย.2552 เรื่อง ขอให้จัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 แจ้งกองพัสดุให้ดำเนินการตามระเบียบพัสดุฯ พร้อมทั้งแนบโครงการและรายละเอียดคุณลักษณะของเครื่องพ่นน้ำยา
หลังจากนั้น นาย ฉ. เจ้าหน้าที่พัสดุ ได้สืบราคาตลาดของเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละอองสำหรับติดรถยนต์ขนาด 2 สูบ 4 จังหวะ 18 แรงม้า ควบคุมได้ 2 ระบบ รีโมทและธรรมดา สามารถปรับได้ทุกทิศทาง ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U 40 HD-M ระหว่างวันที่ 25 ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2552 แล้ว พบว่า มีผู้เสนอราคาจำนวน 9 ราย ดังนี้
(1) ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหเอ็นจิเนียริ่ง-เกษตร (ประเทศไทย) เสนอราคาเครื่องละ 875,000 บาท (2) ห้างหุ้นส่วนสามัญ ยูโร เคมีคอล ชัพพลาย (2008) เสนอราคาเครื่องละ 860,000 บาท (3) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชินาธิป เอ็นเตอร์ไพรส์ เสนอราคาเครื่องละ 855,000 บาท
(4) ร้านนอร์สเทริน เมดิคอล ซัพพลาย เสนอราคาเครื่องละ 865,000 บาท (5) ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ เสนอราคาเครื่องละ 850,000 บาท (6) บริษัท เจมินี พลัส จำกัด เสนอราคาเครื่องละ 860,000 บาท (7) บริษัท ศ.ศรีสุพร จำกัด เสนอราคาเครื่องละ 850,000 บาท
(8) บริษัท ยูนิเวอร์ส ออฟ อีควิปเมนท์แอนด์กู้ดส์ จำกัด เสนอราคาเครื่องละ 890,000 บาท (9) บริษัท เทคเกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เสนอราคาเครื่องละ 900,000 บาท
ต่อมา นาย ฉ. ได้ทำรายงานการขออนุมัติจัดซื้อที่ 337/2552 ลงวันที่ 2 ก.ค.2552 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกขณะนั้น (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา)) เพื่อขออนุมัติจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละอองสำหรับติดรถยนต์ขนาด 2 สูบ 4 จังหวะ 18 แรงม้า ควบคุมได้ 2 ระบบ รีโมทและธรรมดา สามารถปรับได้ทุกทิศทาง จำนวน 4 เครื่อง เครื่องละ 850,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,400,000 บาท
จากนั้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก จึงมีหนังสือที่ พล 51021/ว 2685 ลงวันที่ 3 ก.ค.2552 เชิญชวนผู้เสนอราคาจำนวน 8 ราย ให้เข้าร่วมเสนอราคา ได้แก่ (1) บริษัท ศ.ศรีสุพร จำกัด (2) บริษัท ยูนิเวอร์ส ออฟ อีควิปเมนท์แอนด์กู้ดส์ จำกัด (3) บริษัท เทคเกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (4) ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์
(5) บริษัท จีทีซี เทคโนชายน์ จำกัด (6) บริษัท เจมินี พลัส จำกัด (7) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชินาธิป เอ็นเตอร์ไพรส์ (8) ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหเอ็นจิเนียริ่ง-เกษตร (ประเทศไทย)
แต่มีเพียง 4 ราย เข้าร่วมเสนอราคา ได้แก่ (1) ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ (2) ห้างหุ้นส่วนสามัญยูโร เคมีคอล ซัพพลาย (2008) (3) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชินาธิป เอ็นเตอร์ไพรส์ และ (4) ร้านนอร์สเทริน เมดิคอล ชัพพลาย
คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษพิจารณาแล้ว เห็นว่า ราคาที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ เสนอ เป็นราคาต่ำสุด และคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้ดำเนินการต่อรองราคาแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ ยินยอมลดราคาจากเครื่องละ 849,000 บาท เหลือเครื่องละ 847,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,388,000 บาท ซึ่งไม่เกินวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ จำนวน 3,400,000 บาท
@‘สตง.’ตรวจสอบพบ‘ราคาจัดซื้อฯ’สูงกว่า‘ราคาตลาด’
ต่อมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 10 (จังหวัดพิษณุโลก) ได้มีหนังสือ ลับมาก ลงวันที่ 23 มิ.ย.2560 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก) ว่า
ได้ตรวจสอบสืบสวนกรณีการจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละอองสำหรับติดรถยนต์ขนาด 2 สูบ 4 จังหวะ 18 แรงม้า ควบคุมได้ 2 ระบบ ริโมทและธรรมดา สามารถปรับได้ทุกทิศทาง จำนวน 4 เครื่อง ในราคาเครื่องละ 847,000 บาท เป็นเงิน 3,388,000 บาท ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2552 แล้ว
พบว่า คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535 พฤติการณ์น่าเชื่อว่า บกพร่องจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือมติคณะรัฐมนตรี และมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าทุจริต หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างน้อยเป็นเงิน 1,108,000 บาท
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก (ตำแหน่ง)) ตั้งกรรมการสอบสวนหาผู้รับผิดทางละเมิด
จากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ลับมาก ที่ 1601/2560 ลงวันที่ 21 พ.ย.2560 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด กรณีการจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาดังกล่าว
โดยเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงจากรายงานผลการสอบสวนคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดแล้ว รับฟังได้ว่า ในการจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละออง ขนาด 2 สูบ 4 จังหวะ 18 แรงม้า จำนวน 4 เครื่อง เครื่องละ 850,000 บาท
นาย ฉ. เจ้าหน้าที่พัสดุ ได้เสนอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกขณะนั้น (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา)) ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ที่ 607/2552 ลงวันที่ 2 ก.ค.2552
และต่อมาในวันที่ 2 ก.ค.2552 นาย ฉ. ได้ทำรายงานขออนุมัติจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละออง โดยไม่มีรายงานกำหนดราคากลาง จากคณะกรรมการกำหนดราคากลางที่ได้รับคำสั่งแต่งตั้ง พร้อมทั้งเสนอชื่อคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกที่ 609/2552 ลงวันที่ 3 ก.ค.2552 แต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ซึ่งคณะกรรมการกำหนดราคากลางและคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ เป็นคณะกรรมการที่มีรายชื่อเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน
ต่อมา ในวันที่ 9 ก.ค.2552 ซึ่งเป็นวันยื่นซองเสนอราคา คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้พิจารณาคุณสมบัติผู้เสนอราคาและเลือกผู้เสนอราคาที่ต่ำที่สุด โดยไม่มีราคากลางมาเปรียบเทียบ และได้พิจารณาคัดเลือก ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และเสนอราคาต่ำสุดในราคาเครื่องละ 849,000 บาท จำนวน 4 เครื่อง เป็นเงิน 3,396,000 บาท
และได้ทำการต่อรองราคา โดยผู้ชนะการเสนอราคายินดีลดราคาลงอีกเครื่องละ 2,000 บาท องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก จึงจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาฯ ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M ในราคาเครื่องละ 847,000 บาท
และข้อเท็จจริงปรากฏตามรายการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) เดือน ก.ค.2552 ของห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ ว่า
มียอดขาย 3,166,355.14 บาท มียอดซื้อ 2,238,691.59 เป็นการซื้อเครื่องพ่นน้ำยาฯ ยีห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M จากบริษัท เซฟสยาม บิซิเนสกรุ๊ป จำกัด จำนวน 4 เครื่อง เครื่องละ 455,000 บาท เป็นเงิน 1,820,000 บาท และซื้อสินค้าจาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหเอ็นจิเนียริ่ง-เกษตร จำนวน 418,691.59 บาท
และตามใบแจ้งหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิคโปรดักส์ ระบุลูกหนี้ คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นค่าเครื่องพ่นน้ำยาฯ ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M จำนวน 4 เครื่อง เครื่องละ 847,000 บาท เป็นเงิน 3,388,000 บาท
ประกอบกับบริษัท ที.เจ.ซี. เคมี จำกัด ผู้ซึ่งตั้งให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ เป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องพ่นน้ำยาฯ ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M ได้จำหน่ายเครื่องพ่นน้ำยาฯ ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M ให้กับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศในราคาเท่ากัน คือ เครื่องละ 550,000 บาท ถึง 570,000 บาท
@‘เลินเล่อร้ายแรง’ ซื้อ‘เครื่องพ่นน้ำยาฯ’แพงกว่า‘ราคาตลาด’
จากข้อเท็จจริงดังกล่าว เห็นว่า เมื่อพิจารณาราคาที่ บริษัท ที.เจ.ซี. เคมี จำกัด ได้จัดจำหน่ายให้กับผู้แทนจำหน่าย ซึ่งรวมถึงห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ ในราคาเครื่องละ 550,000 บาท ถึง 570,000 บาท
โดยต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ ได้ขายเครื่องพ่นน้ำยาฯ ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกในราคาเครื่องละ 847,000 บาท ราคาที่ขายให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก จึงเป็นราคาสูงกว่าต้นทุนเครื่องละ 277,000 บาท (847,000 บาท – 570,000 บาท)
ซึ่งหากคณะกรรมการกำหนดราคากลางได้ปฏิบัติหน้าที่ในการสืบหาราคาท้องตลาดในขณะนั้น ย่อมทำให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกสามารถจัดหาเครื่องพ่นน้ำยาฯยี่ห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M ในราคาที่เหมาะสมได้
ถึงแม้จะปรากฏข้อเท็จจริงตามรายงานการตรวจสอบสืบสวนของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 10 (จังหวัดพิษณุโลก) กรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละออง สำหรับติดรถยนต์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ว่า
พยานบุคคลลำดับที่ 14 ที่ได้ให้ถ้อยคำโดยสรุปว่า
ตนเป็นผู้จำหน่ายเครื่องพ่นน้ำยาชนิดละอองฝอยสำหรับติดรถยนต์ ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M ซึ่งตนเป็นตัวแทนจำหน่าย และได้ขายให้กับเทศบาลนครพิษณุโลกเมื่อประมาณปี พ.ศ.2549 ในราคาเครื่องละ 776,000 และปี พ.ศ.2552 ถึง พ.ศ.2553 ราคาเครื่องชนิดนี้อยู่ที่ประมาณ 850,000 บาท เนื่องจากค่าของการตลาดและค่าของเงินยูโรสูงขึ้น
รวมทั้งพยานหลักฐานที่ได้จากการตรวจสอบสืบสวนที่ปรากฏว่า เมื่อปี พ.ศ.2549 เทศบาลนครพิษณุโลกได้จัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดละอองฝอยสำหรับติดรถยนต์ขนาด 2 สูบ 4 จังหวะ 18 แรงม้า ควบคุมได้ 2 ระบบรีโมทและธรรมดา สามารถปรับได้ทุกทิศทาง ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M ในราคาเครื่องละ 770,000 บาท ตามสัญญาเลขที่ 1/2550 ลงวันที่ 5 ต.ค.2549
และเดือน ก.ย.2549 กรมควบคุมโรค ได้จัดซื้อเครื่องพ่นเคมีชนิดฝอยละอองสำหรับติดตั้งบนรถยนต์ซึ่งมีคุณลักษณะสำคัญเหมือนกับเครื่องพ่นน้ำยาฯ ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกจัดซื้อ ในราคาเครื่องละ 770,000 บาท ก็ตาม
แต่การจัดซื้อดังกล่าว เป็นการจัดซื้อต่างหน่วยงาน และต่างช่วงเวลากับมูลเหตุพิพาทในคดีนี้ และไม่อาจถือได้ว่าเป็นราคาในท้องตลาดขณะนั้น
ดังนั้น การที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาฯ ยี่ห้อไอจีบา รุ่น U40 HD-M จำนวน 4 เครื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิคอล พับลิค โปรดักส์ ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด ในราคาเครื่องละ 847,000 บาท
จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาในท้องตลาดขณะนั้น แม้จะเป็นราคาต่ำสุดและไม่เกินวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ในโครงการก็ตาม ซึ่งการจัดชื้อเครื่องพ่นน้ำยาดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกประมาณเครื่องละ 277,000 บาท (847,000 บาท – 570,000 บาท) จำนวน 4 เครื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,108,000 บาท
และโดยที่คดีนี้รับฟังเป็นที่ยุติว่า การกระทำของผู้ฟ้องคดี (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา ขณะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เมื่อการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย จึงถือเป็นการกระทำละเมิด
ผู้ฟ้องคดีจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบมาตรา 10 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539
@สั่งชดใช้สินไหมฯ 4.4 หมื่น-ชี้‘หน่วยงานรัฐ’มีส่วนร่วมรับผิด
คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ผู้ฟ้องคดี (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา ขณะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก) ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเพียงใด
เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำและร่วมมือในการควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ในสถานศึกษาซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไปได้อย่างรวดเร็ว
ประกอบกับจังหวัดพิษณุโลกได้มีคำสั่งที่ 1225/2552 ลงวันที่ 28 พ.ค.2552 จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์และการเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 และแต่งตั้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นรองประธานกรรมการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ระดับจังหวัด
และต่อมา กองส่งเสริมคุณภาพชีวิต ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 24 มิ.ย.2552 เรื่อง ขออนุมัติดำเนินการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกขณะนั้น (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา)) เพื่อพิจารณาลงนามอนุมัติโครงการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งตามโครงการดังกล่าวได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการในเดือน มิ.ย. ถึงเดือน ก.ค.2552
จากพฤติการณ์ดังกล่าว เห็นว่า การจัดทำโครงการจัดชื่อวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์ เป็นการกระทำในลักษณะที่เร่งรัดหรือรวบรัดเกินสมควรแก่เหตุ
อีกทั้ง ในวันที่ 4 ถึงวันที่ 8 ก.ค.2552 เป็นวันหยุดราชการ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับชั้น ไม่มีระยะเวลาพอสมควรที่จะหาราคาการจัดซื้อที่เหมาะสม ซึ่งความล่าช้าที่เกิดขึ้น ก็ยังไม่ถึงขนาดที่จะกระทบกับการบริหารราชการของท้องถิ่น เนื่องจากเรื่องนี้ท้องถิ่นไม่ใช่หน่วยงานหลักที่จะต้องดำเนินการควบคุมและป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
และระบบจัดซื้อพัสดุในภาครัฐขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการพัสดุขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกในขณะนั้น มีความรัดกุมไม่เพียงพอ
จึงเห็นได้ว่าการกระทำละเมิด จนทำให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจึงเป็นความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือระบบการดำเนินงานส่วนรวมที่จะต้องนำมาหักส่วนความรับผิดของผู้ฟ้องคดี (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา ขณะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก) ด้วยตามมาตรา 8 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539
จึงให้หักส่วนแห่งความรับผิดลงอีกร้อยละ 60 ของความเสียหายทั้งหมด จึงคงเหลือเงินที่ต้องชดใช้คืนให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นจำนวนร้อยละ 40 ของความเสียหายทั้งหมด คิดเป็นเงินจำนวน 443,200 บาท (1,108,000 x 40/100)
ประกอบกับเมื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ตามหนังสือกระทรวงการคลังด่วนที่สุด ที่ กค 0406.2/ว 66 ลงวันที่ 25 ก.ย.2550 ที่กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาผู้อนุมัติมีสัดส่วนความรับผิดร้อยละ 10 ของค่าเสียหายจำนวน 443,000 บาท คิดเป็นเงิน 44,320 บาท
จึงเห็นควรกำหนดสัดส่วนความรับผิดของผู้ฟ้องคดี (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ตามนัยของหนังสือดังกล่าว คิดเป็นเงิน 44,320 บาท
ดังนั้น คำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ลับมาก ที่ 774/2562 ลงวันที่ 17 เม.ย.2562 เฉพาะส่วนที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดี (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา) รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเกินกว่าจำนวน 44,320 บาท จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อมมีผลทำให้คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก) ที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี ตามหนังสือจังหวัดพิษณุโลก ที่ พล 0023.4/19857 ลงวันที่ 26 พ.ย.2562 ซึ่งอาศัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเช่นเดียวกันกับคำสั่งดังกล่าว เฉพาะส่วนที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเกินกว่า จำนวน 44,320 บาท เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน
ซึ่งเมื่อศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ในส่วนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ย่อมทำให้คำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ลับมาก ที่ 774/2562 ลงวันที่ 17 เม.ย.2562 ที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดี (นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา) รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่า จำนวน 44,320 บาท สิ้นผลลง อุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน
การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แจ้งตามหนังสือจังหวัดพิษณุโลก ที่ พล 0023.4/19857 ลงวันที่ 26 พ.ย.2562 เรื่อง แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง
กรณีจัดซื้อเครื่องพ่นน้ำยาชนิดฝอยละอองสำหรับติดรถยนต์ขนาด 2 สูบ 4 จังหวะ 18 แรงม้า ควบคุมได้ 2 ระบบ รีโมทและธรรมดาสามารถปรับได้ทุกทิศทางขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2552ที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี ทั้งนี้ ให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีผลใช้บังคับ
และยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วยบางส่วน
พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ตามหนังสือจังหวัดพิษณุโลก ที่ พล 0023.4/19857 ลงวันที่ 26 พ.ย.2562 ที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี เฉพาะส่วนที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเกินกว่า จำนวน 44,320 บาท
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา