
“…การจ่ายให้แก่ทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นเบี้ยเลี้ยง การฝึกซ้อมของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปในท้องถิ่น แต่เป็นโครงการที่จัดทำเพื่อประโยชน์ของทีมสโมสรฟุตบอล สมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด โดยตรงเท่านั้น จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการดังกล่าว เป็นค่าใช้จ่ายตามปกติในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น…”
..............................................
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุด อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.138/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อ.404/2569 ซึ่งเป็นคดีที่ นาง ว. เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 6ว สังกัดกองคลัง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ (ผู้ฟ้องคดี) ยื่นฟ้องนายก อบจ.สมุทรปราการ และผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กรณี นายก อบจ.สมุทรปราการ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) มีคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 942/2560 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2560 ให้ นาง ว. (ผู้ฟ้องคดี) รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินจำนวน 3,692,400 บาท และผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ของ นาง ว. (ผู้ฟ้องคดี)
เนื่องจาก นาง ว. (ผู้ฟ้องคดี) ได้ลงลายมือชื่อในฎีกาเลขที่ 811/55 ลงวันที่ 19 มี.ค.2555 จำนวนเงิน 28,690,700 บาท เพื่อเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กับศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการ ตามโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ (การแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2) สำหรับทีมสโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมและการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ เป็นเงินจำนวน 18,462,000 บาท
ต่อมา สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสมุทรปราการ ได้ตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณ สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ของ อบจ.สมุทรปราการ พบว่า มีการจ่ายเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุน เพื่อสนับสนุนให้กับศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการ ประจำปี พ.ศ.2555 ตามโครงการดังกล่าว โดยไม่เป็นไปตามระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นเหตุให้ อบจ.สมุทรปราการได้รับความเสียหาย คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 18,462,000 บาท
โดย คดีนี้ ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับเป็นยกฟ้องของ นาง ว. (ผู้ฟ้องคดี) โดยเห็นว่าคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายก อบจ.สมุทรปราการ) ตามคำสั่งองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 942/2560 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2560 ที่เรียกให้ นาง ว. (ผู้ฟ้องคดี) รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงิน 3,992,400 บาท จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) จึงขอนำเสนอรายละเอียดคำพิพากษาในคดีนี้ มีรายละเอียด ดังนี้
@ประมาทเลินเล่อฯร้ายแรง เซ็นเบิกงบอุดหนุน‘สโมสรฟุตบอล’
ศาลปกครองสูงสุดได้ตรวจพิจารณากฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายก อบจ.สมุทรปราการ) และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ) ว่า คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แจ้งตามหนังสือ จังหวัดสมุทรปราการ ด่วนที่สุด ที่ สป 0023.4/8916 ลงวันที่ 3 พ.ค.2561 ที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
โดยมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยก่อนว่า คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 942/2560 ลงวันที่ 27 ธ.ค.250 ที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงินจำนวน 3,692,400 บาท เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ... ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ) ได้มีหนังสือ ที่ กก 5103.1.09/7776 ลงวันที่ 4 ก.ค.2554 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายก อบจ.สมุทรปราการ) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณประจำปี พ.ศ.2555 ให้แก่ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 2 โครงการ
ได้แก่ (1) โครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นเลิศ เป็นเงิน 15,018,200 บาท และ (2) โครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ เป็นเงิน 28,960,700 บาท รวมเป็นเงิน จำนวน 43,690,700 บาท
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของโครงการแล้วเห็นว่า เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนได้เล่นกีฬา ออกกำลังกายห่างไกลยาเสพติด และเป็นการส่งเสริมนักกีฬาให้ได้รับการพัฒนาทางด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวไปสู่กีฬาอาชีพต่อไป
โครงการดังกล่าว จึงอยู่ในกรอบภารกิจขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามมาตรา 17 (18) แห่ง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 จึงได้นำโครงการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2555-พ.ศ.2557) ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ (เพิ่มเติม) ฉบับที่ 1 และได้นำโครงการดังกล่าวเสนอต่อคณะอนุกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัดพิจารณาอนุมัติโครงการดังกล่าว
เมื่อคณะอนุกรรมการอำนวยการการกระจายอำนาจระดับจังหวัด พิจารณาให้ความเห็นชอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ สามารถสนับสนุนงบประมาณให้กับศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการ ได้แล้ว
จึงนำมาบรรจุไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 โดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้อนุมัติข้อบัญญัติดังกล่าว และประกาศใช้เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2554
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มี.คง2555 ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรปราการ ได้ขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนในโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ เป็นเงินจำนวน 28,690,700 บาท
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ จึงเบิกจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรปราการ ปรากฏตามฎีกาเบิกเงินตามงบประมาณรายจ่าย เลขที่คลังรับ ฎ.811 วันที่คลังรับ 19 มี.ค.2555
หลังจากนั้น สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีหนังสือ ลับ ที่ ผต 0043.4 สป/286 ลงวันที่ 30 ก.ต.2555 รายงานผลการตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ.2555 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ
พบว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ จ่ายเงินให้กับศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรปราการ ในโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ เพื่อจ่ายเงินให้ทีมฟุตบอลดิวิชั่น 2 จำนวน 2 ทีม
คือ สโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี สโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด สโมสรสมุทรปราการ ฟุตซอลคลับ 1 ทีม และสโมสรตะกร้อลอดห่วง จังหวัดสมุทรปราการ 1 ทีม เป็นเงินจำนวน 28,690,700 บาท
โดยการสนับสนุนเงินดังกล่าว ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท 0808.2/ว74 ลงวันที่ 8 ม.ค.2553 เรื่อง การตั้งงบประมาณรายจ่าย และการใช้จ่ายงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหนังสือตอบข้อหารือของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ มท 0808.2/7403 ลงวันที่ 24 ส.ค.2554
จึงให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการเรียกคืนเงินอุดหนุนดังกล่าว จำนวนเงิน 28,690,700 บาท คืนคลังองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการต่อไป
และต่อมาสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้มีหนังสือ ด่วนมาก ที่ ตผ 0004/5904 ลงวันที่ 3 ต.ค.2555 ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากการตรวจสอบว่า
มีการจ่ายเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนสนับสนุนสมาคมกีฬาจังหวัด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอล ลีกอาชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยังไม่มีการเบิกจ่ายไปส่งคืนคลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2552-พ.ศ.2555
โดยในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการ ได้เบิกจ่ายเงินจำนวน 18,562,000 บาท ให้แก่ทีมสโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด
และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเห็นควร ให้กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการติดตามเร่งรัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เบิกจ่ายเงินงบประมาณหมวดดังกล่าวแล้ว นำเงินส่งคืนคลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ต่อไป ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ) ได้มีคำสั่งจังหวัดสมุทรปราการที่ 1245/2557 ลงวันที่ 28 พ.ค.2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบหาผู้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายในกรณีดังกล่าว
ซึ่งคณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการผู้ใด ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เห็นควรยุติเรื่อง และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ในฐานะผู้สั่งแต่งตั้งได้ลงนามเห็นชอบด้วย และมีหนังสือที่ สป 0023.4/1406 ลงวันที่ 3 ม.ค.2558 รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ในกรณีดังกล่าวให้กรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณาตรวจสอบ
ต่อมา กระทรวงการคลังได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค 0415.4/656 ลงวันที่ 16 ม.ค.2560 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 รายงานผลการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
โดยเห็นว่า การขออนุมัติเพื่อดำเนินโครงการพัฒนากีฬาเยาวชนประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพเพื่อจ่ายเงิน ให้ทีมฟุตบอลดิวิชั่น 2 จำนวน 2 ทีม คือ ทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการเอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอล สมุทรปราการ ยูไนเต็ด
มิได้เป็นการดำเนินการที่มีลักษณะเป็นการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองเป็นส่วนรวม จึงมิใช่โครงการหรือกิจกรรมที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการอันจะตั้งงบประมาณอุดหนุนได้
กรณีเป็นการไม่ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท 0808.2/ว 74 ลงวันที่ 8 ม.ค.2553 เรื่อง การตั้งงบประมาณรายจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ขณะเกิดเหตุ ผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 6ว สังกัดกองคลัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้ตรวจฎีกา มีหน้าที่ในการตรวจสอบฎีกาการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ตามข้อ 60 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2557
และมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ โดยต้องตรวจสอบรายละเอียดของโครงการต่างๆ ที่ขอเบิกจ่ายว่า เบิกจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนใดบ้าง หากตรวจสอบแล้ว เป็นกรณีที่เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า การเบิกจ่ายเงินตามฎีกา มีลักษณะเป็นการเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่ผิดประเภท หรือผิดวัตถุประสงค์ หรือเป็นการเบิกจ่ายที่กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับไม่สามารถเบิกจ่ายได้
ผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ย่อมมีหน้าที่ทำความเห็นเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ก่อนที่จะลงนามในฎีกาเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่ออนุมัติให้เบิกจ่ายเงินงบประมาณดังกล่าว ตามข้อ 67 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าว
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ได้ลงลายมือชื่อในฐานะผู้จ่ายเงินตามฎีกาเบิกเงินตามงบประมาณรายจ่าย ตามฎีกาเลขที่ 811/55 ลงวันที่ 19 มี.ค.2555 จำนวนเงิน 28,690,700 บาท เพื่อเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กับศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด สมุทรปราการ ตามโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ
ซึ่งการดำเนินการเบิกจ่ายเงินงบประมาณนั้น หน่วยงานที่ขอรับการอุดหนุนงบประมาณ จะต้องจัดทำบันทึกขอเบิกจ่ายพร้อมแนบรายละเอียด และค่าใช้จ่ายของโครงการเสนอต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ
เมื่อโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ มิได้มีลักษณะเป็นการจัดทำบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์สำหรับประชาชนในท้องถิ่นแต่อย่างใด โครงการดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการที่จะอนุมัติเงินอุดหนุนให้ได้แต่อย่างใด
และแม้ว่าโครงการดังกล่าวจะผ่านการพิจารณาและความเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงานราชการต่างๆ มาแล้วก็ตาม ก็ไม่ได้ตัดอำนาจและหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีในการตรวจสอบรายละเอียด และความถูกต้องของโครงการที่ขออนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุน
หากผู้ฟ้องคดีเห็นว่า โครงการดังกล่าว ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินอุดหนุนได้ ผู้ฟ้องคดีสามารถทำความเห็นแย้งแนบฎีกาเบิกจ่ายหรือทักท้วง หรือรายงานต่อผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการว่า ไม่สามารถเบิกจ่ายได้
เมื่อผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว แต่ได้ลงนามจ่ายเงินตามฎีกาเบิกเงินตามงบประมาณรายจ่าย เพื่อจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่โครงการดังกล่าว โดยไม่ได้ตรวจสอบและทำความเห็นเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชาว่าการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่โครงการดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีลักษณะเป็นการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น
แต่เป็นการให้ประโยชน์แก่ทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน จึงไม่เป็นไปตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542
พฤติการณ์ถือได้ว่า เป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้รับความเสียหาย จึงให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดเฉพาะในส่วนการกระทำของตนในอัตราร้อยละ 20 ของความเสียหายจำนวน 18,462,000 บาท คิดเป็นเงินจำนวน 3,692,400 บาท
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ สป 0023.4/9941 ลงวันที่ 20 มิ.ย.2560 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้ออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 ราย (รวมผู้ฟ้องคดี) ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามผลการพิจารณาของกระทรวงการคลัง
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายก อบจ.สมุทรปราการ) จึงได้มีคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 942/2560 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2560 เรียกให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีดังกล่าว เป็นเงินจำนวน 3,692,400 บาท
@‘อบจ.สมุทรปราการ’ไม่มีอำนาจอุดหนุนงบ‘สโมสรฟุตบอล’เอกชน
คดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยก่อนว่า การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรปราการ ตามโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬา จังหวัดสมุทรปราการ ไปสู่ความเป็นอาชีพ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ของประเทศไทย เป็นเงิน 18,462,000 บาท เป็นการดำเนินการที่อยู่ในขอบอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ หรือไม่
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า... แม้ว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการ จะมีประกาศองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการเรื่อง ประกาศใช้แผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2555-พ.ศ.2557) ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 23 พ.ย.2554
ซึ่งข้อ 2.8 ของประกาศดังกล่าวได้กำหนดแนวทางการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนให้ประชาชนมีสถานที่ในการออกกำลังกายที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนจัดการแข่งขันกีฬาในทุกระดับ เพื่อให้เยาวชน ประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งบุคคลพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส ได้เล่นกีฬาและออกกำลังกาย
โดยบรรจุโครงการอุดหนุนศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการ ในโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ
อันเป็นไปตามมาตรา 45 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และมาตรา 17 (18) แห่ง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ซึ่งอาจเข้าเงื่อนไขที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการสามารถดำเนินการได้
แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดของโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬา จังหวัดสมุทรปราการ ไปสู่ความเป็นอาชีพ ที่ระบุหลักการแลเหตุผลของโครงการดังกล่าวไว้ว่า ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้นักกีฬา และเจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.2555
โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายในโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายจำนวน 2 ส่วนคือ
ส่วนที่ 1 งบประมาณจากศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน 1,000,000 บาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนทีมสโมสรฟุตบอล สมุทรปราการ เอฟซี จำนวน 500,000 บาท และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด จำนวน 500,000 บาท
ส่วนที่ 2 เป็นงบประมาณจากเงินอุดหนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 18,462,000 บาท ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมนักกีฬาผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ทีมเป็นเงิน 14,976,000 บาท และค่าใช้จ่ายในส่วนของการแข่งขัน นัดเหย้า-เยือน รวม 30 นัด เป็นเงิน 3,486,000 บาท รวมเป็นเงิน 18,462,000 บาท
ซึ่งในการพิจารณาตั้งงบประมาณเพื่ออุดหนุนแก่องค์กรภาคประชาชน องค์กรการกุศล และองค์กรที่จัดตั้งตามกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท 0808.2/ว 74 ลงวันที่ 8 ม.ค.2553 มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณา คือ
โครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับเงินอุดหนุน จะต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครอง คือ โครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับเงินอุดหนุนจะต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การส่วนท้องถิ่นและประชาชนในเขตพื้นที่ได้รับประโยชน์ กรณีการส่งเสริมการกีฬา อันเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หมายความว่า โครงการใดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถตั้งงบประมาณสนับสนุนได้ จะต้องเป็นโครงการที่มีลักษณะเป็นการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองเป็นส่วนรวม
แต่เมื่อพิจารณาหลักการและเหตุผลของโครงการนี้ ในส่วนความประสงค์ของโครงการระบุว่า ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.2555
โดยเป็นการจ่ายให้แก่ทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นเบี้ยเลี้ยง การฝึกซ้อมของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเห็นได้ว่า ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ แก่ประชาชนทั่วไปในท้องถิ่น
แต่เป็นโครงการที่จัดทำเพื่อประโยชน์ของทีมสโมสรฟุตบอล สมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด โดยตรงเท่านั้น
จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการดังกล่าว เป็นค่าใช้จ่ายตามปกติในการจัดระบบบริการ สาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น
ดังนั้น การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรปราการตามโครงการพัฒนากีฬาเยาชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพให้แก่ทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด จำนวน 18,462,000 บาท
จึงไม่อยู่ในขอบอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการที่จะให้การสนับสนุนได้ เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการได้รับความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 18,462,000 บาท
ทั้งนี้ ตามมาตรา 45 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และมาตรา 17 (18) แห่ง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542
ประกอบกับหนังสือ กระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท 0808.2/ว 74 ลงวันที่ 8 ม.ค.2553 เรื่อง การตั้ง งบประมาณรายจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
@ไม่ทำความเห็นแย้งแนบ‘ฎีกาเบิกเงิน’ เป็นเหตุให้‘อบจ.’เสียหาย
คดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการได้รับความเสียหาย หรือไม่
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ฟ้องคดีดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงิน และบัญชี 6ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานการรับเงิน นอกงบประมาณทุกประเภท และฝากเงินทุกประเภทขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
การตรวจสอบเอกสารการเบิกจ่ายเงินของสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และกองช่างรวมถึงการเบิกจ่ายเงิน การอนุมัติ และเปลี่ยนแปลง ลายมือชื่อผู้มีอำนาจถอนเงินฝากธนาคาร การขอรับเงินบำเหน็จตกทอด เงินช่วยเหลือต่างๆ งานจัดทำทะเบียน รวมทั้งเป็นกรรมการรับส่งเงินทุกประเภท
ปรากฏตามคำสั่งองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสมุทรปราการที่ 457/2554 ลงวันที่ 7 มิ.ย.2554 เรื่อง กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบ และคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 701/2555 ลงวันที่ 24 ก.ย.2555 เรื่อง กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบ และคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 453/2555 ลงวันที่ 27 มิ.ย.2555 เรื่อง กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบ
ซึ่งนอกจากผู้ฟ้องคดีจะมีหน้าที่ด้านการรับเงินงบประมาณ การตรวจสอบ เอกสารเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมทั้งการจัดทำทะเบียนคุมเงินงบประมาณ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ตามคำสั่งขององค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการแล้ว
ผู้ฟ้องคดี ซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานกลาง สำหรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่พนักงานการเงินและบัญชี ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกลาง ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สำนักงาน ก.จ.) ได้กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบ ของตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 6 ไว้ว่า
ปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความชำนาญเกี่ยวกับงานการเงินและบัญชี โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง เช่น รับจ่ายเงิน เก็บรักษาเงิน และสิ่งแทนตัวเงินตรวจสอบ และเก็บรักษาใบสำคัญหลักฐานและเอกสาร ทางการเงินและบัญชี จัดทำและดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการงบประมาณ ควบคุม ตรวจสอบ
การจัดทำบัญชีทั่วไปของส่วนราชการและทะเบียนคุมการใช้จ่ายเงินทั่วไป และเงินนอก งบประมาณ ควบคุม และจัดทำรายงานแสดงฐานะทางการเงินและบัญชี พิจารณา ศึกษา วิเคราะห์ ทำความเห็นสรุปรายงาน เสนอแนะ และดำเนินการปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความชำนาญ เกี่ยวกับงานการเงินและบัญชี ฯลฯ
ดังนั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 6ว และมีหน้าที่ในการตรวจสอบฎีกาการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ตามข้อ 60 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน การตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2547 แล้ว
ผู้ฟ้องคดียังมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ โดยต้องตรวจสอบรายละเอียดของโครงการต่างๆ ที่ขอเบิกจ่ายว่าเบิกจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนใดบ้าง หากตรวจสอบแล้ว เป็นกรณีที่เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า การเบิกจ่ายเงินตามฎีกา มีลักษณะเป็นการเบิกจ่าย เงินงบประมาณที่ผิดประเภท หรือผิดวัตถุประสงค์ หรือเป็นการเบิกจ่ายที่กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับไม่สามารถเบิกจ่ายได้
ผู้ฟ้องคดีย่อมมีหน้าที่ทำความเห็นเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นก่อนที่จะลงนามในฎีกาเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่ออนุมัติ ให้เบิกจ่ายเงินงบประมาณดังกล่าว ตามข้อ 67 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าว
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีได้ลงลายมือชื่อในฎีกาเบิกเงินตามงบประมาณรายจ่าย ตามฎีกาเลขที่ 811/55 ลงวันที่ 19 มี.ค.2555 จำนวนเงิน 28,690,700 บาท ในฐานะผู้ตรวจฎีกาว่า ได้ตรวจสอบเอกสารประกอบฎีกาครบถ้วนถูกต้องแล้ว และลงลายมือชื่อ ในฐานะผู้จ่ายเงินตามฎีกาดังกล่าว
เพื่อเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กับศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการ ตามโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัด สมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ ซึ่งการดำเนินการเบิกจ่ายเงินงบประมาณนั้น หน่วยงานที่ขอรับการอุดหนุนงบประมาณ จะต้องจัดทำบันทึกขอเบิกจ่ายพร้อมแนบรายละเอียด และค่าใช้จ่ายของโครงการเสนอต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ
ซึ่งได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า โครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ มิได้มีลักษณะเป็นการจัดทำบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์สำหรับประชาชนในท้องถิ่นแต่อย่างใด โครงการดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการที่จะอนุมัติเงินอุดหนุนให้ได้แต่อย่างใด
และแม้ว่าโครงการดังกล่าวจะผ่านการพิจารณาและความเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงานราชการต่าง ๆ มาแล้วก็ตาม ก็ไม่ได้ตัดอำนาจ และหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีในการตรวจสอบรายละเอียด และความถูกต้องของโครงการที่ขออนุมัติ เบิกจ่ายเงินอุดหนุน
หากผู้ฟ้องคดีเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่สามารถเบิกจ่ายเงินอุดหนุนได้ ผู้ฟ้องคดีสามารถทำความเห็นแย้งแนบฎีกาเบิกจ่ายหรือทักท้วง หรือรายงานต่อผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการว่า ไม่สามารถเบิกจ่ายได้
เมื่อผู้ฟ้องคดีไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว แต่ได้ลงลายมือชื่อในฎีกาเบิกเงินตามงบประมาณรายจ่ายเพื่อจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่โครงการดังกล่าว ทั้งในฐานะผู้ตรวจฎีกา และในฐานะผู้จ่ายเงิน
โดยไม่ได้ตรวจสอบและทำความเห็นเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชาว่า การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่โครงการดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีลักษณะเป็นการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น แต่เป็นการให้ประโยชน์แก่ทีมสมุทรปราการ เอฟซี และทีมสมุทรปราการ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน
จึงไม่เป็นไปตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542
กรณีจึงเห็นได้ว่า พฤติการณ์ของผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการได้รับความเสียหาย อันเป็นการกระทำละเมิดต่อ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์
ผู้ฟ้องคดี จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการ ตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจรับฟังได้
@ยืนคำสั่งชดใช้สินไหน 20% ของความเสียหายฯ เป็นเงิน 3.6 ล้าน
คดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยเป็นประการสุดท้ายว่า การกำหนดค่าสินไหมทดแทน ให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าเสียหายจำนวน 18,462,000 บาท คิดเป็นเงินจำนวน 3,692,400 บาท เหมาะสม และเป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดีหรือไม่
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า... ข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีความเสียหายเกิดขึ้นจากการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรปราการ ตามโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้แก่ทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด จำนวน 18,462,000 บาท
และมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องหลายคน รวมถึงผู้ฟ้องคดี ซึ่งกรณีของผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 6ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้ลงลายมือชื่อในฐานะผู้ตรวจฎีกาและผู้จ่ายเงิน ตามฎีกาเบิกเงินตามงบประมาณรายจ่ายเพื่อจ่ายเงินอุดหนุนให้กับศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการ ตามโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ ไปสู่ความเป็นอาชีพ
ทำให้มีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กับศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้แก่ทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ เอฟซี และทีม สโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด เป็นเงินจำนวน 18,462,000 บาท โดยไม่ได้ตรวจสอบ และทำความเห็นเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชาว่า การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่โครงการดังกล่าว ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
เมื่อกรณีนี้ ไม่ปรากฏว่าการละเมิดดังกล่าวเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือระบบการดำเนินงานส่วนรวม เนื่องจากกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือสั่งการและวางระเบียบในเรื่องดังกล่าวให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือปฏิบัติโดยชัดเจนแล้ว จึงไม่มีกรณีที่ต้องหักส่วนแบ่งความรับผิดดังกล่าวออก ตามมาตรา 8 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว
สำหรับการกำหนดความรับผิดของผู้ฟ้องคดีนั้น ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0804.4/ว 3986 ลงวันที่ 23 พ.ย.2560 เรื่อง แนวทางการกำหนดสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ที่ได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ถือปฏิบัติตามหนังสือ กระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0406.2/ว 66 ลงวันที่ 25 ก.ย.2550 เรื่อง แนวทางการกำหนดสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่โดยอนุโลม
ได้กำหนดสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบ ในกรณีการใช้เงิน ผิดระเบียบ โดยการจ่ายเงินเกินสิทธิไม่มีสิทธิผิดระเบียบ ให้ฝ่ายการเงิน รับผิดร้อยละ 60 ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น ชั้นกลาง หรือผู้ผ่านงานรับผิดร้อยละ 20 และผู้บังคับบัญชาชั้นสูง หรือผู้อนุมัติรับผิดร้อยละ 20
ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการ ที่ 942/2560 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2560 กำหนดให้ผู้ฟ้องคดี ซึ่งขณะเกิดเหตุ ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 6ว และได้ลงลายมือชื่อในฐานะผู้ตรวจฎีกา และผู้จ่ายเงินตามฎีกา
เบิกเงินตามงบประมาณรายจ่าย เพื่อจ่ายเงินอุดหนุนให้กับศูนย์การกีฬา แห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรปราการ ตามโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬา จังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ (การแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2) สำหรับทีมสโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมและการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ จำนวน 18,462,000 บาท
โดยผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ไม่ได้ใช้ความระมัดระวัง และละเอียดรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอาใจใส่ ทำให้การเบิกจ่ายเงินดังกล่าวไม่เป็นไปตามหนังสือ กระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท 0808.2/ว 74 ลงวันที่ 8 ม.ค.2553 เรื่อง ตั้งงบประมาณรายจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการได้รับความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 18,462,000 บาท
ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะในส่วนการกระทำของตน ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าเสียหายดังกล่าว คิดเป็นเงินจำนวน 3,692,400 บาท จึงเหมาะสม และเป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดีแล้ว
@คดีไม่ขาด‘อายุความ’-'ศาลปค.สูงสุด'ยืนคำสั่งชดใช้ 3.6 ล้าน
กรณีที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า ผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) ได้ลงนามเบิกจ่ายเงินดังกล่าวตั้งแต่ ปีงบประมาณ พ.ศ.2555 แต่กระทรวงการคลังได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค 0415.4/656 ลงวันที่ 16 ม.ค.2560 แจ้งผลการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ให้จังหวัดสมุทรปราการทราบ
และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีคำสั่งที่ 942/2560 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2560 ให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการตามความเห็นของกระทรวงการคลัง จึงเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องเมื่อพ้นระยะเวลา ตามที่กำหนดในมาตรา 10 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 นั้น
เห็นว่า... คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทปราการ) ได้มีคำสั่งจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 1245/2557 ลงวันที่ 28 พ.ค.2557 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่กรณีดังกล่าว
โดยผลการสอบสวนคณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการผู้ใดต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เห็นควรยุติเรื่อง และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ลงนามเห็นชอบด้วยแล้ว และได้มีหนังสือ ที่ สป 0023.4/1406 ลงวันที่ 3 ม.ค.2558 รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดดังกล่าวต่อกระทรวงการคลัง
ต่อมา กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางได้มีหนังสือ กระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0415.4/656 ลงวันที่ 16 ม.ค.2560 แจ้งผลการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
โดยเห็นว่า การขออนุมัติเพื่อดำเนินโครงการพัฒนากีฬาเยาวชน ประชาชน และนักกีฬาจังหวัดสมุทรปราการไปสู่ความเป็นอาชีพ เพื่อจ่ายเงินให้แก่ทีมสโมสรฟุตบอล จังหวัดสมุทรปราการ เอฟซี และทีมสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ยูไนเต็ด ไม่ได้มีลักษณะเป็นการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองเป็นส่วนรวม
จึงมิใช่โครงการหรือกิจกรรมที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ อันจะตั้งงบประมาณอุดหนุนได้ จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท 0808.2/ว 74 ลงวันที่ 8 ม.ค.2553 เรื่อง การตั้งงบประมาณรายจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พฤติการณ์ ถือเป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการได้รับความเสียหาย จึงให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดเฉพาะในส่วนการกระทำของตน ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการได้รับหนังสือแจ้งความเห็นของกระทรวงการคลังดังกล่าวตามทะเบียน หนังสือรับที่ 943 เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2560
และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ สป 0023.4/9941 ลงวันที่ 20 มิ.ย.2560 แจ้งให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการ ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีผู้ฟ้องคดีรวมอยู่ด้วย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีดังกล่าวตามความเห็นของกระทรวงการคลัง
และต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีคำสั่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 942/2560 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2560 เรียกให้ ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ตามความเห็นของกระทรวงการคลัง และได้มีหนังสือ ที่ สป 51001/ว 2324 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2560 แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ฟ้องคดีทราบ และผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ 15 ม.ค.2561 อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1
จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเห็นได้ว่า กรณีตามคำฟ้อง เป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่เสียหายเห็นว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 9 คน ซึ่งมีผู้ฟ้องคดีรวมอยู่ด้วย ไม่ต้องรับผิด แต่กระทรวงการคลังตรวจสอบแล้วเห็นว่า ต้องรับผิด
อายุความการใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จึงมีกำหนดอายุความหนึ่งปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง ตามมาตรา 10 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ภายหลังจากที่จังหวัดสมุทรปราการได้รับหนังสือแจ้งความเห็นของกระทรวงการคลัง ตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค 0415.4/656 ลงวันที่ 16 ม.ค.2560 เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2560 แล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีที่2 มิได้มีคำวินิจฉัยสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่งในหนังสือดังกล่าว
แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ สป 0023.4/9941 ลงวันที่ 20 มิ.ย.2560 แจ้งให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีผู้ฟ้องคดี รวมอยู่ด้วยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีดังกล่าวตามความเห็นกระทรวงการคลัง
จึงถือได้ว่าวันที่ 20 มิ.ย.2560 เป็นวันที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง ตามมาตรา 10 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539
การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 942/2560 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2560 เรียกให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการ ตามความเห็นของกระทรวงการคลัง และได้มีหนังสือที่ สป 51001/ว 2324 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2560 แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ฟ้องคดีทราบ
ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 ม.ค.2561 อันเป็นช่วงเวลาภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ 20 มิ.ย.2560 ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีคำสั่งตามความเห็นกระทรวงการคลังตามมาตรา 10 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ประกอบกับ ข้อ 18 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และเป็นการออกคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนภายในสิบปี นับแต่วันที่เจ้าหน้าที่กระทำละเมิด ตามมาตรา 448 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายก อบจ.สมุทรปราการ) ตามคำสั่งองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 942/2560 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2560 ที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดี (นาง ว.) รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงินจำนวน 3,992,400 บาท จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
และเมื่อคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ) ตามหนังสือจังหวัดสมุทรปราการ ด่วนที่สุด ที่ สป 0023.4/8916 ที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นคำสั่งโดยอาศัยเหตุผล และข้อเท็จจริงเดียวกัน จึงชอบ ด้วยกฎหมายด้วยเช่นกัน อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีฟังไม่ขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ฟังขึ้น
การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ตามหนังสือจังหวัดสมุทรปราการ ด่วนที่สุด ที่ สป 0023.4/8916 ลงวันที่ 3 พ.ค.2561 เฉพาะส่วนที่ให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจำนวน 923,100 โดยให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลังไปนับตั้งแต่วันที่มีคำวินิจฉัย
โดยมีข้อสังเกตว่า หากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการได้รับเงินชดใช้จากศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด สมุทรปราการเป็นจำนวนเงินเท่าใด ให้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาหักออกหรือคืนตามส่วนแห่งความรับผิด แล้วแต่กรณีให้แก่ผู้ฟ้องคดีต่อไป นั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย
พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นเป็นยกฟ้อง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา