
‘ป.ป.ช.’ เร่งจัดทำ ‘คู่มือ’ คุ้มครอง ‘ผู้แจ้งเบาะแสทุจริต’ พร้อมรับทราบข้อเสนอแนะ ‘ประธานศาลฎีกา’ กำหนดแนวทางป้องกัน 'ฟ้องปิดปาก'
................................................
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับติดตามและขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายในการให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือบุคคลตามมาตรา 132 เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2569 ณ สำนักงาน ป.ป.ช. (สนามบินน้ำ) และมีการเชื่อมต่อการประชุมผ่านระบบทางไกลด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ รับทราบแนวทางด้านกระบวนการยุติธรรมในการป้องกันการฟ้องคดีเชิงปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน (Anti-SLAPP) ตามข้อแนะนำของประธานศาลฎีกา ตลอดจนการติดตามผลการดำเนินงานด้านการให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือบุคคลตามมาตรา 132 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณา (ร่าง) คู่มือการปฏิบัติงานด้านการพิจารณาความคุ้มครองและช่วยเหลือบุคคลตามมาตรา 132 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้มีความชัดเจน โปร่งใส และคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลหรือผู้เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมอบหมายส่วนราชการภายในจัดทำข้อมูลและแผนเพื่อสื่อสารประชาสัมพันธ์ผลลัพธ์การปฏิบัติงานตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
สำหรับมาตรา 132 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับมาตรา 135 ผู้ใดแจ้งถ้อยคําหรือแจ้งเบาะแสแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่า มีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิด ทั้งทางแพ่งและทางอาญา”
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งที่ 29/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับติดตามและขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายในการให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือบุคคลตามมาตรา 132 และคำสั่งเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งขับเคลื่อนกลไกการคุ้มครองบุคคลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในการมีส่วนร่วมต่อต้านการทุจริต

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา