ก.ล.ต. กล่าวโทษ ‘BG Limited-พวก’ ต่อ ‘บก.ปอศ.’ ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้รับอนุญาต แจ้งปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูล ตั้งแต่ 5 ธ.ค.นี้
...........................................
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ BG Limited ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบนเว็บไซต์ www.bitget.com (Bitget) ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีกระทำการเข้าข่ายการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) โดยมีบุคคล 1 รายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำของ Bitget พร้อมทั้งแจ้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวง DE) ให้ปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงข้อมูลบนแพลตฟอร์ม Bitget ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2569
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่า ในช่วงปี 2565-2568 Bitget ได้ให้บริการระบบการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยกระทำเป็นทางค้าปกติ มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม พร้อมทั้งให้บริการหน้าเว็บไซต์เป็นภาษาไทย โดยสามารถแสดงมูลค่าเทียบเท่าสกุลเงินบาท และมีการชักชวนประชาสัมพันธ์ให้มาใช้บริการของ Bitget ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ เป็นภาษาไทย ได้แก่ ในเว็บไซต์ของ Bitget รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ Twitter (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น X) ชื่อ “Bitget Thailand” Telegram ชื่อ “BGB Thai Holder” และ Tiktok ชื่อ “bitgetthailand”
การกระทำของ Bitget เข้าข่ายประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่ง Bitget ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 อันมีความผิดและระวางโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
นอกจากนี้ ยังปรากฏว่า Bitget ได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนการประชาสัมพันธ์การให้บริการและกิจกรรมส่งเสริมการขายจาก นายกฤษณะ กฤษณานุวัตร์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “Srisiam” และ Youtube ชื่อ “SRISIAM” ทำให้ Bitget เป็นที่รู้จักและมีบุคคลสนใจไปใช้บริการมากขึ้น จึงเข้าข่ายเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ Bitget ในการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 26 อันมีความผิดและระวางโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษ Bitget และนายกฤษณะ ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปจะอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้นำส่งข้อมูลแพลตฟอร์ม Bitget ทั้งเว็บไซต์ www. bitget .com โดเมนอื่นของ Bitget และแอปพลิเคชันต่อกระทรวง DE ซึ่งเป็นไปตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่ให้อำนาจกระทรวง DE สั่งปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ลงทุนและยับยั้งการใช้แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นช่องทางการฟอกเงินของมิจฉาชีพ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มดังกล่าว ตั้งแต่ 5 ธันวาคม 2569
ก.ล.ต. จึงขอแจ้งเตือนผู้ลงทุนที่ใช้บริการแพลตฟอร์ม Bitget พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนเองที่อยู่ในแพลตฟอร์มก่อนถึงวันที่ครบกำหนดปิดแพลตฟอร์ม เพื่อรักษาประโยชน์และป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังการปิดกั้นแพลตฟอร์มดังกล่าว
วันเดียวกัน ก.ล.ต.ยังแจ้งเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแพลตฟอร์ม Vcex.io (เว็บไซต์ www.vcex.io) และแอปพลิเคชัน VCEX ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ก่อนครบกำหนดปิดแพลตฟอร์ม ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังการปิดระบบ
“ตามที่พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 โดยให้อำนาจกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดิจิทัลฯ) สั่งปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569
ก.ล.ต. ได้นำส่งข้อมูลบริษัท แอส ชัวร์ เทคโนโลยี จำกัด (เจ้าของเว็บไซต์/แพลตฟอร์ม https://www.vcex.io และเว็บไซต์แอปพลิเคชัน VCEX (https://play. google. com /store/apps/details?id=com. chainup .exchange. Vcex) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาตต่อกระทรวงดิจิทัลฯ นั้น กระทรวงดิจิทัลฯ จะดำเนินการปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงแพลตฟอร์มดังกล่าว ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มดังกล่าวได้
ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนที่ใช้บริการในแพลตฟอร์มดังกล่าว พิจารณาถอนหรือโอนย้ายทรัพย์สินของตนเองออกจากแพลตฟอร์มดังกล่าวก่อนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เพื่อรักษาประโยชน์และป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังการปิดกั้นแพลตฟอร์มดังกล่าว” ก.ล.ต. ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา