
นายกฯสั่งเด็ดขาดเลิกสัญญา ‘อิตาเลียนไทย’ ทั้งไฮสปีด-พระราม 2 พร้อมสั่งขึ้นบัญชีดำด้วย ส่วนโครงการอื่นยังไม่พูดถึง ขณะที่การบังคับใช้มาตรการสมุดพก ยืนยันทุกรับเหมาอยู่ใต้กฎหมายนี้ ไม่เว้น ‘ซิโน-ไทย’
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 15 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนนรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่มในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญา 3-4 งานโยธาสำหรับช่วง ลำตะคอง - สีคิ้ว และช่วงกุดจิก - โคกกรวด และมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 ระยะที่ 2 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กม. สัญญาที่ 7 ระยะทาง 1.435 กม.ซึ่งมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญา ทางกระทรวงคมนาคมจะรับไปดำเนินการ โดยมีข้อสั่งการให้ยกเลิกสัญญาจ้างทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่สะเทือนขวัญต่อประชาชน และก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยต่อสาธารณะ และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายที่มี รวมถึงขึ้นบัญชีดำด้วย ซึ่งทางคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานอัยการสูงสุดได้ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์อย่างมาก
ส่วนโครงการอื่นๆ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เอา 2 โครงการนี้ก่อน ถ้าเอาทุกโครงการ กฎระเบียบในอนาคตด้วย ก็จะไม่ได้ผลแบบวันนี้ ก็จะมัวแต่แก้กฎกระทรวง ยิ่งการแก้กฎหมายยังไม่ต้องพูด เพราะไม่มีสภาฯแก้กฎหมายไม่ได้ เอาเรื่องที่กระทบขวัญประชาชนก่อน ทั้งนี้ การเลิกสัญญาอยู่ที่กระทรวงคมนาคม คำว่าโดยทันทีต้องเตรียมเหตุในการบอกเลิกสัญญาก่อน
เมื่อถามถึงกรณีการก่อสร้างตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีการพิจารณาด้วยหรือเปล่า นายกรัฐมนตรีตอบว่า ผู้บริหารรับโทษไปแล้ว แต่ได้พูดไว้ว่า ตึกหาย ทำไมยังเลิกสัญญา ปรับหรือยัง เพราะสัญญาหมดไปตั้งแต่เดือน ส.ค. 2568 แล้วจะปรับอย่างไร กี่วันในเมื่อไม่มีตึกแล้ว ก็ต้องดำเนินการต่อไป ทาง สตง. คงดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ ถ้าเกิดเหตุ 3-4 ครั้งโดยผู้รับเหมารายเดียว รัฐก็ไม่สบายใจที่จะให้ทำต่อ
ส่วนการหาคนมาทำแทน นายกรัฐมนตรีบอกว่า ในส่วนที่เหลือมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่เสร็จ ก็หามาทำงานต่อ ถ้ามีความเสียหายมากขึ้น ก็ไปยึดหลักประกันสัญญามา หรือหนังสือค้ำประกันธนาคาร หรือถ้ารัฐต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม ก็สงวนสิทธิ์เรียกรับกับผู้ทิ้งงานได้
“ผมให้ไปหาวิธียกเลิกสัญญา ไม่ให้มันเกิดความเป็นภัยอันตรายต่อสาธารณะ เพราะ 2 โครงการนี้ มีความชัดเจนว่าเป็นภัย ไม่ต้องมาถามด้านเทคนิคกับผมนะครับ ผมสั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาลนะครับ” นายอนุทินกล่าว
ขณะที่การดำเนินคดี นายอนุทินกล่าวว่า มีกฎหมายระบุอยู่
@สมุดพกบังคับใช้ทุกเจ้า
ส่วนการบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ที่เพิ่งมีผลเมื่อวันที่ 13 ม.ค.นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ทางอธิบดีกรมบัญชีกลางกำลังทำระเบียบประกอบ คาดว่าประมาณสิ้นเดือนนี้ถึงต้นเดือน ก.พ.นี้ แต่เรื่องนี้เป็น Way Forward
เมื่อถามว่า ทุกรับเหมาอยู่ภายใต้กฎหมายทั้งหมดเลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็มันเป็นกฎหมายเดียว
ผู้สื่อข่าวจึงถามสวนไปว่า บมจ.ซิโน-ไทยฯด้วยใช่ไหม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นี่คือกฎกระทรวงการคลัง ถือว่าอดีตรัฐมนตรี (สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) เริ่มเอาไว้ เป็นสิ่งที่ดี แต่มันมีกระบวนการต้องตราออกมาเป็นกฎกระทรวง และต้องมีกฎหมายลูกที่กรมบัญชีกลางต้องไปร่างมา
ส่วนข้อกังวลที่หน่วยงานจะโยนความรับผิดชอบ นายกรัฐมนตีกล่าวว่า ก็เอาหน่วยงานเหล่านั้นมานั่งคุยกันทั้งหมด และได้รับความร่วมมือที่ดี ไม่งั้นต้องสั่งตรงนั้นที ตรงนี้ที
ช่วงท้ายระหว่างนายกรัฐมนตรีเดินกลับตึกไทยคู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเกิดเหตุอะไรวันนี้ ก็ตัดแต้มรับเหมาได้เลยใช่ไหม นายอนุทินตอบว่า ยังไม่ได้ ยังไม่เรียบร้อยไง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา