เปิด 'ไส้ใน' เอกสาร 'กกต.' ชำแหละ 'แผนลับ-แผนล้าง' คราบการทุจริต-คอร์รัปชั่น 4 พรรคการเมือง พบ สัญญาณสำคัญ 'เทหมดหน้าตัก' ฝากความหวังไว้กับ 'ระบบดิจิทัล' หวังทลายวงจร 'ส่วย' และ 'หัวคิว' ในแวดวงราชการ - เปิดยุทธการ 'รีดไขมัน' งบประมาณส่วนเกิน ตั้งเป้าหั่นงบประมาณ 'ซ้ำซ้อน-หมกเม็ด' คืนคลัง กว่า 5.5 แสนล้าน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่นโยบายของพรรคการเมืองที่ต้องใช้จ่ายเงินในการประกาศโฆษณาเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ (เบื้องต้น) จำนวน 51 พรรคการเมือง ซึ่งขณะนี้นโยบายดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินฯ กกต. ที่มีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นประธาน
นอกเหนือจาก 'นโยบายภาพใหญ่' ที่มีแผนงาน-โครงการ ที่ใช้เงิน โดยมีแหล่งที่มาจากงบประมาณ ระดมทุนจากประชาชน รวมถึงร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranew.org) ตรวจสอบนโยบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาคอร์รัปชันของ 6 'พรรคใหญ่-พรรคตัวแปร' ที่เป็น 'นโยบายเฉพาะทาง' ที่ต้อง 'เจตจำนงทางการเมือง' ของผู้บริหารประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่จะมีดำรงตำแหน่งเป็น "นายกรัฐมนตรี" โดยบรรจุไว้เป็นนโยบาย ดังต่อไปนี้
@พรรคกล้าธรรม: ปราบทุนเทา ทลาย Corruption
เริ่มกันที่พรรคกล้าธรรมที่มี 'ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า' นั่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แม้ภาพลักษณ์ของสังคมจะมองเป็นพรรคที่ 'เทา' แต่ชุดนโยบายด้านการปราบปรามการคอร์รัปชั่นก็มีให้เห็นด้วย ผ่าน 2 นโยบายหลัก ได้แก่
1.รัฐไว 30 วัน - ธุรกิจไทย ไปต่อ
วงเงินที่ต้องใช้
1. วงเงินงบประมาณรวมนโยบายนี้เป็นการปฏิรูประบบมากกว่าการใช้จ่ายโดยตรง ใช้งบประมาณรวมประมาณ 15,000-25,000 ล้านบาท ในช่วง 3 ปีแรก
2. โครงสรางคาใช้จ่ายหลัก
- ทบทวนและปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ กฎ2,000-3,000 ล้านบาท
- พัฒนาระบบดิจิทัล OnePlatfor และฐานขอมูลกลาง 8,000-12,000 ล้านบาท
- ปรับกระบวนงาน อบรมบุคลากร และ ChangeManagement [ 3,000-5,000 ล้านบาท
- ระบบติดตามประเมินผล และตรวจสอบความโปร่งใป 2,000-3,000 ล้านบาท
ที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ
1.ปรับโครงสร้างงบประมาณด้านดิจิทัลภาครัฐ
2.บูรณาการ e-Govemment และ Easse of Daing Busines
3.ลดงบซ้ำซ้อนจากระบบอนุมิติแบบเติม
4.ไม่จำเป็นต้องก่อหนี้สาธารณะเพิ่มเติม
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย
1. ความคุ้มค่าเชิงการคลังใช้งบรัฐเฉลี่ยปีละไม่ถึง10,000 ล้านบาทแต่สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 150,000-230,000 ล้านบาทต่อปีทุก 1 บาทของรัฐ สร้างผลตอบแทน 15-20 บาท
2. ความคุ้มค่าเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ ลดต้นทุนแฝงจาก "เวลารอรัฐ" อย่างถาวร เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันสินค้าเกษตรอาหาร และ SME
3. ความคุ้มค่าเชิงการลงทุนและการค้า เพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน ลดอุปสรรค Non-Tariff Barriers ภายในประเทศรองรับมาตรฐานสากลได้ทันท่วงที
4. ความคุ้มค่าเชิงสังคมและธรรมาภิบาล ลดการใช้ดุลพินิจ ลดช่องทางทุจริต เพิ่มความโปร่งใสตรวจสอบได้ พื้นความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐ
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย
1. ลดต้นทุนจากความล่าช้าของรัฐ ประหยัดต้นทุนแฝงให้ผู้ประกอบการ ประมาณ50,000-80,000 ล้านบาทต่อปี
2. เพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารจากการเข้าสมาตรฐานสากลได้เร็วขึ้นไม่น้อยกว่า 100,000-150,000 ล้านบาทต่อปี
3. เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนในระบบคาดว่าเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 สร้างรายได้และการจ้างงานในชนบทอย่างเป็นรูปธรรม
4. มูลค่าทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 150,000-230,000 ล้านบาทต่อปี
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
1. แนวทางจัดการ: KPI ชัดเจนเชื่อมผลประเมินกับงบประมาณและความก้าวหน้าในตำแหน่ง
2. แนวทางจัดการ: ระบบคัดกรองความเสี่ยง อนุมัติโดยปริยายแบบมีเงื่อนไขยกเว้นเฉพาะกรณีความปลอดภัยสูง
3. แนวทางจัดการ: OneStop Service ระดับอำเภอ ระบบช่วยเหลือเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน
4. แนวทางจัดการ: ทำงานร่วมทีมกฎหมายการค้าระหว่างประเทศตั้งแต่ต้น
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย
1. ความเสี่ยงด้านการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
2. ความเสี่ยงด้านคุณภาพการพิจารณา
3. ความเสี่ยงด้านความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล
4. ความเสี่ยงด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
2.ปราบทุนเทา ทลาย Corruption
วงเงินที่ต้องใช้ 4,000,000,000 ต่อ 4 ปี1,000,000,000 ต่อปี
ที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงการคลัง, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยใช้งบบูรณาการร่วมกันระหว่าง 3 กระทรวง โดยมีกระทรวงยุติธรรมเป็น กระทรวงหลักคือ ใช้งบประมาณ 1,800 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจากกระทรวงการคลัง 1,400ล้านบาท กระทรวง DE800 ล้านบาท และกระทรวงมหาดไทย 325 ล้านบาท
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย นโยบายสำคัญของชุดนี้เป็นการ "แก้คอรัปชันจากต้นทาง" ด้วยการปรับกฎหมายให้ ชัดเจน-เป็นธรรม-ทันสมัย ลดถ้อยคำที่คลุมเครือและช่องว่าง พื้นที่ทางกฎหมายที่มีลักษณะ "สาเหตุ" ที่ทำให้การบังคับใช้ต้องพึ่งพาดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ข้าราชการจนเกิดการเลือกปฏิบัติและการเรียกรับผลประโยชน์ดังนั้น เมื่อลดความกำกวมของกติกาและทำให้ช่องว่าง "ถูก-ผิด"ชัดเจนขึ้น ระบบความยุติธรรมจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างสม่ำเสมอขึ้น ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างมั่นใจ ลดต้นทุนความเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอนของรัฐ ซึ่งให้ผลคุ้มค่ากว่าการเพิ่มโทษหรือเพิ่มอำนาจแบบปลายเหตุ เพราะทำให้การทุจริต "ยากขึ้นเสี่ยงขึ้น และไม่คุ้ม" ในเชิงระบบอย่างยั่งยืน
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย นโยบายนี้เป็นการยกระดับประเทศไปสู่ระบบที่ โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้จริง ด้วยการทำให้กติกา"ชัดเจน-ทันสมัย" ลดช่องว่างของกฎหมาย และลดพื้นที่ สีเทา ที่เป็นต้นตอของการเลือกปฏิบัติและการเรียกรับผลประโยชน์ ส่งผลให้ประชาชนและภาคธุรกิจ"รู้เส้น" ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ ลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในการบังคับใช้กฎหมายและทำให้การCorruption "ยากขึ้นเสี่ยงขึ้น และไม่คุ้ม"มากกว่าการแก้ปัญหาแบบปลายเหตุพร้อมกันนี้ การดำเนินนโยบายจะช่วยให้การจัดการเศรษฐกิจสีเทาเป็นไปอย่าง เป็นระบบ ไมผลักปัญหาลงใต้ดิน โดยมุ่ง "ตัดวงจรผลประโยชน์" ที่เชื่อมโยงกับอำนาจรัฐเครือข่าย และเส้นทางการเงิน มากกว่าการจับ
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย ในกระบวนการยุติธรรมผลกระทบจะเห็นชัดจากการเร่งคดีเศรษฐกิจและคอร์รัปชันให้รวดเร็วขึ้น ลดการยื้อคดีและลดตนทุนของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมฟื้น ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและความเชื่อมั่นของสังคม แต่ต้องดำเนินควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกลาวหาและการยึดหลัก นิติธรรม เพื่อไม่ให้เกิดการลงโทษทางสังคมก่อนคำพิพากษาส่วนการเปิดพื้นที่ให้ประชาขนตรวจสอบจะทำให้ข้อมูลและความจริงไหลขึ้นสู่ระบบมากขึ้น แต่จะถูกกำกับด้วยมาตรฐานและกลไกกลั่นกรองเพื่อลดการกล่าวหาโดยไร้หลักฐานและไม่ทำให้สังคมกลายเป็นการ "ล่าแม่มต" สุดท้าย ผลกระทบระยะยาวคือการสร้าง"ภูมิคุ้มกัน" ผ่านความรูเท่าทันเศรษฐกิจและดิจิทัล ทำให้คนตกเป็นเหยื่อน้อยลงลดฐาน
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย มาตรการนี้มีความทำท้ายการปรับกฎหมายให้ ชัดเจน-ทันสมัย และลดพื้นที่ สีเทา ต้องอาศัยการทบทวนถอยคำ นิยาม และมาตรฐานการตืดจาม จำนวนมาก ถาการบังคับใช้ยังไม่ เท่าเทียม ตามเป้าหมาย อีกทั้งยังไม่การจัดการเศรษฐกิจสีเหาแบบ"จัดการอย่างเป็นระบบ" อาจมีความเสี่ยงจากแรงต้านของเครือข่ายผลประโยชน์เดิม เพราะนโยบายมุ่งตัดวงจรผลประโยชน์ ที่เชื่อมโยงกับอำนาจรัฐ นายหน้าและเส้นทางการเงิน ซึ่งอาจนำไปสู่การบิดเบือนขอมูล การขัดขวางกระบวนการ หรือการย้ายรูปแบบกิจกรรมไปสู่ช่องทางที่ซับซ้อนและตรวจสอบยากขึ้นหากการประสานงานระหว่างหน่วยงานไม่แน่นพอ
นอกจากนี้ ความไม่พร้อมของระบบและการเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบายชุดนี้มีความคุ้มค่า เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาด้านระบบยุติธรรมขั้นพื้นฐานของประชาชนภาคใต้โดยคำนึงถึงหลักปฏิบัติของประเพณี - วัฒนธรรมของประชาชนชาวมุสลิมเพื่อ "ลดความขัดแย้ง"และทำให้การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ทำงานได้จริงด้วยหลักกฎหมายที่ทันสมัยกระบวนการยุติธรรมเข้าถึงได้ผ่านการมีส่วนร่วมที่รับพังความคิดเห็นของชุมชมพี่น้องชาวมุสลิม (อาจทำในลักษณะ GroupStudy)
ทั้งนี้ จะเริ่มจาก การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับบริบท สังคม วัฒนธรรมการศึกษา และศาสนา เพื่อลดความคลุมเครือและลดช่องว่างของการตีความซึ่งเป็นต้นเหตุของความไม่ไว้วางใจรวมถึงอาจมีค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกิดขึ้นซึ่งประชาชนและหน่วยงานราชการต้องแบบรับ ทั้งนี้ เมื่อกติกาชัดเจนขึ้น หน่วยงานรัฐจะสามารถจัดบริการสาธารณะได้ตรงเป้า ลดการทำงานซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณโดยไม่จำเป็นต้องใช้งบลงทุนขนาดใหญ่ขณะเดียวกันการทำให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่ "เคารพวิถี ชีวิตมุสลิม" ภายโตศาลยุติธรรมไทย โดยยึดหลักความสมัครใจของคูกรณี และการคุ้มครองสิทธิ จะช่วยลดภาระคดีแพ่งด้านครอบครัวและมรดกที่ยืดเยื้อ ลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการหยุดงานเดินเรื่อง และลดผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากความขัดแยงภายในครอบครัวที่ลากยาวเป็นปี
นอกจากนี้การเสริมพลังชุมชนผ่านคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดให้ทำหน้าที่ "รับเรื่อง-ให้คำปรึกษา-ไกล่เกลี่ย"ในลักษณะไม่ผูกพันทางกฎหมาย จะเป็นกลไกป้องกันความขัดแย้งตั้งแต่ต้นน้ำ ทำให้ปัญหาเล็กไม่ลุกลามเป็นคดี ความรุนแรงและไม่ไหลไปอุดระบบศาล จึงเป็นการใช้งบแบบ "คุ้มค่าเชิงป้องกัน" ที่ได้ผลทั้งด้านความสงบเรียบร้อยความยุติธรรม และความเชื่อมั่นต่อรัฐในระยะยาว
ประโยชน์สำคัญของนโยบายชุดนี้ คือการสร้าง "รัฐที่ประชาชนเข้าถึงได้" และ "กติกาที่ประชาชนยอมรับได้"ผานการยกระดับกฎหมายและระบบบริการให้ ทันสมัยโปร่งใส และตรวจสอบได้ ลดความรู้สึกห่างระหว่างทางวัฒนธรรมของประชาชนกับทางภาครัฐ และทำให้การอยู่รวมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรัฐปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องบริบทพื้นที่อย่างเป็นระบบ เช่น กฎหมายด้าน การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรศาสนา และกฎหมายด้านการศึกษาจะทำให้บริการรัฐ "พูดภาษาเดียวกับประชาชน" ทั้งในเชิงความเข้าใจและความรู้สึกเป็นธรรม ลดความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่เกิดจากความไม่สอดคล้องระหว่างกติกาส่วนกลางกับวิถีชีวิตของพื้นที่ อีกนัยหนึ่งการส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่เคารพวิถีมุสลิมในคดีแพ่งด้านครอบครัวและมรดก ภายใต้ศาลยุติธรรมไทย จะช่วยให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมี "ทางเลือกที่เหมาะสม" ในการยุติข้อพิพาท ลดการหลีกเลี่ยง ระบบยุติธรรม ลดความรู้สึกว่าเข้าไปแล้วไม่ได้รับความเข้าใจ แลเพิ่มโอกาสให้ข้อพิพาทจบลงด้วยความยอมรัมากขึ้น เพราะกระบวนการสื่อสารและความหมายทางสังคมสอดคล้องกับบริบทจริงพร้อมกันนั้น การเสริมบทบาทคณะกรรมการอิสลามจังหวัดให้เป็กลไกลชุมชนด้านคำปรึกษาและไกล่เกลี่ยโดยเฉพาะในประเด็น ครอบครัว สตรีและความเปราะบาง จะทำให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้เร็วขึ้นใกล้ขึ้น และปลอดภัยขึ้นลดภาระของรัฐ ลดการปล่อยปัญหาค้างคา และสร้าง "เครือข่ายดูแลกันเอง" ที่ช่วยยกระดับ ความเขมแข็งของชุมชนในทางปฏิบัติประโยชน์เชิงระบบที่สำคัญที่สุดของนโยบายนี้คือการเพิ่ม ความไว้วางใจ (Trust) ต่อกฎหมายและรัฐ ลดความเสี่ยงที่ความไม่เข้าใจจะกลายเป็นความไม่ร่วมมือ และสร้างเงื่อนไขให้การพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษาและคุณภาพชีวิตเตินหน้าได้ เพราะพื้นที่ที่ระบบยุติธรรมเข้าถึงได้และชุมชนเข้มแข็ง จะเป็นพื้นที่ที่ลงทุนได้ทำงานได้ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

@พรรคประชาธิปัตย์: เสิร์ฟ 11 นโยบายปราบโกงรอบด้าน
ต่อกันกับ 'พรรคประชาธิปัตย์' ที่กลับมาชูอดีตนายกฯ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในรอบนี้ ซึ่งนอกจากจะออกสตาร์ทก่อนใครว่า 'ไม่จับมือกับพรรคการเมืองสีเทา' แล้ว ก็พาเหรดนโยบายปราบโกง ดังนี้
1.ผลักดันร่างกฎหมาย "พระราชบัญญัติการปรับปรุงและยกเลิกกฎหมายที่ไม่จำเป็น พ.ศ ....
วงเงินที่ต้องใช้ (ล้านบาท) ไม่ใช้เงินงบประมาณ
ที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ ไม่ใช้เงินงบประมาณ
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย ลดต้นทุนแฝงทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดกฎหมายและการใช้อำนาจเพื่อการทุจริต ออกแบบขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานราชการใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ได้โดยไม่ติดข้อกฎหมายเดิมสินค้าและบริการของไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลก สอดคล้องกับบริบทสากล เช่น ESG, สิทธิมนุษยชนเพิ่มดัชนีความง่ายในการดำเนินธุรกิจของประเทศ B-ready และลดต้นทุนแฝงทางเศรษฐกิจและอุปสรรคการทำธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มดัชนีความง่ายในการดำเนินธุรกิจของประเทศ B-ready
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ลดต้นทุนแฝงทางเศรษฐกิจและอุปสรรคการทำธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มดัชนีความง่ายในการดำเนินธุระกิจของประเทศ B-ready
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SME สามารถเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนจากภาระทางกฎหมายที่เกินจำเป็น
ราชการ : เปิดประตูการปฏิรูประบบราชการจาก"ผู้ควบคุม" (Regulator) เปลี่ยนเป็น "ผู้สนับสนุน"(Facilitator) กำหนดเป้าหมายตามภารกิจ(Mission-based) ไม่ยึดติดกับโครงสร้างกรม/กระทรวงแบบเดิม ลดการใช้ดุลพินิจ หน่วยงานราชการต้องปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัลเศรษฐกิจ : เพิ่มคะแนนในดัชนี Business Ready(B-READY) ของธนาคารโลก ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ลดต้นทุนทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคการส่งออกสินค้าจากมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี
ความเสี่ยงในการดำเนินโยบาย แรงต้านจากหน่วยงานรัฐระยะเวลาในการปรับปรุงกฎหมายต่างๆการทำงานไม่ต่อเนื่องของรัฐบาล
2.ปรับรื้อโครงสร้างองค์กรตรวจสอบการทุจริต และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วน
ที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ ไม่ใช้เงินงบประมาณ
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย ป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายและการใช้งบประมาณรัฐที่ไม่โปร่งใสเพิ่มดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI)ของประเทศป้องกันปัญหา "ผลประโยชน์ทับซ้อน"และการเสนอประโยชน์จากธุรกิจขนาดใหญ่
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย เพิ่มความมั่นใจในรัฐ ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ กำจัดอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศเพิ่มความโปร่งใสในการใช้งบประมาณรัฐ เพิ่มดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : มีอำนาจในการตรวจสอบมากขึ้นเพิ่มความเชื่อมั่นต่อระบบการตรวจสอบทุจริตของรัฐ
ราชการ : ข้าราชการกลัวการตรวจสอบ ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนมากขึ้น
เศรษฐกิจ : เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพิ่มการลงทุนจากต่างชาติ เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ
ความเสี่ยงในการดำเนินโยบาย การเมืองแทรกแซงการเลือกกรรมการประจำองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญการต่อต้านจากสมาชิกวุฒิสภา
3.ป้องกันการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
วงเงินที่ต้องใช้ (ล้านบาท) ไม่ใช้เงินงบประมาณ
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ความผิดปกติของบัญชีทรัพย์สินฯเพิ่มอันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน Corruption Perceptions Index (CPI) ของไทยการตรวจสอบคุณสมบัติโดยสภาฯ ก่อนแต่งตั้งรัฐมนตรี ช่วยลดความเสี่ยงในการได้บุคลากรที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาบริหารงบประมาณแผ่นดิน
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ป้องกันคนทุจริตเข้ามามีอำนาจลดความเสี่ยงในการบริหารงบประมาณที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนและเอื้อประโยชน์พวกพ้องเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบที่มาทรัพย์สิน และลดต้นทุนความเสียหายของประเทศ
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : สามารถเข้าถึงและวิเคราะห์ที่มาทรัพย์สินของนักการเมืองได้สะดวกขึ้น เห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงของผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่ถือครอง
ราชการ : หน่วยงานตรวจสอบเปลี่ยนกระบวนการทำงานจากเน้นการเก็บเอกสารเป็นการจัดการข้อมูลดิจิทัล พัฒนา
ความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินกับที่มาของรายได้ และความสัมพันธ์ของผู้ได้ผลประโยชน์ในทรัพย์สิน
เศรษฐกิจ : ลดการทุจริต ลดต้นทุนประเทศ
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลการซุกซ่อนทรัพย์สินรูปแบบใหม่แรงด้านจากผู้มีอำนาจ
4.ปรับระบบการแต่งตั้งตำแหน่งปลัดกระทรวงและอธิบดี ให้มีความโปร่งใส
วงเงินที่ต้องใช้ (ล้านบาท) งบประมาณ
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย เพิ่มศักดิ์ศรีข้าราชการ ลดการซื้อขายตำแหน่งในแวดวงราชการ สร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการเลื่อนตำแหน่งจากการทำงาน
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ลดระบบอุปถัมภ์และการซื้อขายตำแหน่ง สร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการยึดถือความสามารถและความซื่อสัตย์และเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : มีส่วนร่วมในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้บริหารหน่วยงานราชการระดับสูง
ลดปัญหา "ระบบอุปถัมภ์"
ราชการ : เพิ่มความเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง สร้างวัฒนธรรมระบบราชการใหม่ยึดถือความสามารถและความซื่อสัตย์
เศรษฐกิจ : ลดการทุจริต ลดต้นทุนประเทศเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ความล่าช้าในกระบวนการการเมืองแทรกแซงการต่อต้านจากผู้เสียผลประโยชน์
5.งบประมาณโปร่งใส ตรวจสอบได้- สร้างแพลทฟอร์ม "ส่องรัฐ" - ThailandGovernment Watch
วงเงินที่ต้องใช้ 80 ล้านบาทจากงบประมาณแผ่นดิน
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย ลดการทุจริต การรั่วไหลของงบประมาณ ลดการรั่วไหลของงบประมาณและการมีการตรวจสอบสกัดกั้นการสมยอมในการเสนอราคา "อั้วประมูล" และการตั้งราคากลางที่สูงเกินจริง ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าถึงข้อมูลการประมูลได้ง่ายเกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม หน่วยงานตรวจสอบ และภาคประชาชนตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้สะดวก และง่ายขึ้น
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ลดการรั่วไหลของงบประมาณและการฮั้วประมูล เพิ่มการแข่งขันที่เป็นธรรมในการจัดซื้อจัดจ้าง และทำให้มีงบประมาณเหลือเพื่อจัดสวัสดิการประชาชนมีงบประมาณสำหรับโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : เพิ่มอำนาจในการเฝ้าระวัง และความรู้สึกเป็นเจ้าโครงการต่างๆ สามารถติดตามสถานะโครงการในพื้นที่ และแจ้งเบาะแสทุจริตได้ทันทีเมื่อพบความล่าช้าหรือไม่โปร่งใส
ราชการ : ยกระดับการบันทึกข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การกำหนดขอบเขตของงานต้องโปร่งใสไม่เอื้อประโยชน์ หรือส่อไปในทางทุจริต
เศรษฐกิจ : เพิ่มประสิทธิภาพของงบประมาณมีงบประมาณเพียงพอในการสร้างสวัสดิการและดูแลประชาชน เพิ่มการลงทุนจากต่างชาติ
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ความไม่เชื่อใจในความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส ความล่าช้าของระบบการยุติธรรมการกลั่นแกล้งกันทางการเมืองและในหน่วยราชการ
6.สร้างกลไกคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต(Whistleblower Protection)
วงเงิน ไม่ใช้เงินงบประมาณ
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย ลดต้นทุนการปราบปรามทุจริตเบาะแสจาก "คนใน" (Insiders) ช่วยให้เข้าถึงหลักฐานสำคัญได้รวดเร็ว ลดเวลาและงบประมาณในการแสวงหาข้อเท็จจริง,กลไกการป้องปราม เกิดความเกรงกลัว ส่งผลให้การทุจริตในระบบราชการลดลง
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ลดต้นทุนการปราบปรามคอร์รัปชันด้วยข้อมูลเชิงลึก สร้างวัฒนธรรมความเกรงกลัวต่อการกระทำผิด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณแผ่นดิน
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : มีความปลอดภัยและความมั่นใจในการแจ้งเบาะแสการทุจริตมากขึ้น, เกิดความเป็นธรรมทางสังคม
ราชการ : ข้าราชการที่แจ้งเบาะแสได้รับการปกป้อง เกิดวัฒนธรรมกลัวการถูกเปิดโปงการทุจริต เกิดการถ่วงดุลอำนาจระหว่าง
ข้าราชการ และนักการเมือง
เศรษฐกิจ : เพิ่มประสิทธิภาพของงบประมาณมีงบประมาณเพียงพอในการสร้างสวัสดิการและดูแลประชาชน เพิ่มการลงทุนจากต่างชาติ
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ความไม่เชื่อใจในความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแสความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรมการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง และในหน่วยราชการ
7.ตัดวงจร สแกมเมอร์ 360 องศา- ระบบตรวจหา และแจ้งเตือนแหล่งของอาชญากรทางเทคโนโลยีด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Al FraudRadar)
วงเงินที่ต้อใช้(ล้านบาท) 580 จากงบประมาณแผ่นดิน
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย ลดความเสียหายด้านเศรษฐกิจจากการถูกโกง มีการป้องกันเชิงรุก ก่อนเกิดเหตุ การบังคับใช้กฎหมายและติดตามเส้นทางการเงินที่ผิดการบังคับใช้บทลงโทษตามกฎหมายการฟอกเงินทำได้ง่ายขึ้นเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กลต.
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ป้องกันความเสียหายทางการเงินของประชาชนจากการโดนหลอกลวงติดตามเส้นทางการเงินผิดกฎหมายได้รวดเร็ว และยกระดับความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชนตามมาตรฐานสากลเร่งรัดการทำงานของหน่วยงานตรวจสอบการฟอกเงินจากการหลอกลวงประชาชน เช่น กลต. ปปง.สรรพากร ฯลฯ
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : ความปลอดภัยทางการเงินและทรัพย์สิน มีการตรวจสอบอย่างรวดเร็วเมื่อถูกหลอกลวง
ราชการ : เพิ่มมาตรฐานสินทรัพย์สมัยใหม่ตามมาตรฐานสากล ทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหาหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและเงินจากการทุจริตต้องปรับตัวและทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาระงานที่ต้องตรวจสอบกิจการมูลนิธิ และวัดเพิ่ม
เศรษฐกิจ : สร้างความน่าเชื่อถือในสายตาชาวโลก ควบคุมการใหลของเงินจากธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายสแกมเมอร์หาวิธีการใหม่ๆในการหลบเลี่ยงการตรวจจับการยอมรับในสินทรัพย์ดิจิทัลของประชาชนล่าช้าออกไปความละเอียดอ่อนในการตรวจสอบมูลนิธิการกุศล และวัด
8.ราชการในมือถือ- พัฒนาระบบให้บริการ ราชการในมือถือ
วงเงินที่ต้องใช้ (ล้านบาท) 500 จากงบประมาณแผ่นดิน
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย ลดต้นทุนแฝง ในการติดต่องานราชการลดจำนวนข้าราชการที่รอให้บริการ เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนระบบเร็วประชาชนและรัฐปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ประชาชนเข้าถึงบริการรัฐได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง ลดการใช้ดุลยพินิจและปัญหาเงินสินบน และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : ลดข้อจำกัด "เวลาราชการ" ลดภาระค่าใช้จ่าย โปร่งใสติดตามสถานะการติดต่อกับหน่วยราชการได้ ลดการใช้ดุลยพินิจ และการจ่ายเงินสินบน ประชาชนทุกระดับเข้าถึงเทคโนโลยี ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล
ราชการ : ปรับระบบการทำงานเป็นระบบอัตโนมัติรองรับการติดต่อจากประชาชนผ่านอินเทอร์เน็ตข้าราชการเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ตรวจเอกสาร" มาเป็น "ผู้จัดการระบบข้อมูล" การลดขั้นตอนการทำงาน เกิดการทำงานแบบ "ไร้รอยต่อ"ได้จริง
เศรษฐกิจ : เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโต
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลความเสถียรของระบบการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงงบประมาณระยะยาวในการดูแลและขยายระบบให้บริการ
9.ร่างกฎหมายให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูล -พัฒนาระบบบริการ ราชการในมือถือ
วงเงินที่ต้องใช้ (ล้านบาท) 500 ไม่ใช้เงินงบประมาณ
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย สร้างความโปร่งใส ลดการทุจริตคอร์รัปซัน ,ภาคเอกชนนำข้อมูลของรัฐที่เปิดเผยไปต่อยอดเป็นแอปพลิเคชันหรืธุรกิจใหม่ๆ สร้างรายได้กลับคืนสู่ประเทศ ธุรกิจใหม่และสร้างรายได้กลับคืนสู่ประเทศ
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย สร้างความโปร่งใสและลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนนำข้อมูลไปต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่และสร้างรายได้กลับคืนสู่ประเทศ
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : ได้รับสิทธิในการ "ตรวจสอบ"และ "มีส่วนร่วม" กับรัฐอย่างแท้จริง ลดปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชันราชการ : ทำงานแบบ"การแบ่งปันข้อมูล"ลดขั้นตอนการขอข้อมูลระหว่างหน่วยงานสร้างทัศนคติใหม่ข้อมูลเป็นของประชาชนออกกฎไม่เปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่มีความเสี่ยงเศรษฐกิจ : เกิดธุรกิจใหม่ สร้างรายได้ เพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ความสมดุลด้านความเป็นส่วนตัวกับการเปิดเผยข้อมูลการนำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์การต่อต้านจากหน่วยงานที่เสียประโยชน์
10.รัฐช่วยตรงจุด ไม่รั่วไหล โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ "ThaiAgri-Stack" และระบบบูรณาการข้อมูลแปลงที่ดินGec-Referenced Land & Crop Data
วงเงินที่ต้องใช้ (ล้านบาท) 70 จากงบประมาณแผ่นดิน
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย ควบคุมและกำกับการจ่ายเงินอุดหนุนเกษตรกร มีข้อมูล Big Data ภาการเกษตรมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการสำรวจจัดทำข้อมูลโดยรัฐ เกิดการคัดสินใจบนฐานข้อมูลจริง
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย จ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรใต้แผ่นยำและโปร่งใส เกษตรกรมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจควบคุมต้นทุนและลดความซ้ำซ้อนในการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : เกิดความยุติธรรม และโปร่งใสในการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร ตัวจริงได้เงินจริง, เกิดความรวดเร็วในการให้บริการและการให้เงินช่วยเหลือ เกษตรกรมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจเพาะปลูก และควบคุมต้นทุน
ราชการ : หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมส่งเสริมการเกษตร กรมที่ดิน สพอภ. ธกส ฯลฯ. ใช้ฐานข้อมูลชุดเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อน ลดความขัดแย้งของข้อมูลระหว่างหน่วยงาน วางแผนงบประมาณได้คุ้มค่า โครงการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นแบบองค์รวม ร่วมกันหลายหน่วยงาน
เศรษฐกิจ : รักษาเสถียรภภาพภาคเกษตร เพิ่มความโปร่งใส ลดการพุจริต
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ความถูกต้อง และคุณภาพการเก็บข้อมูลความแม่นยำของเทคโนโลยีความปลอดภัยของข้อมูลการกลัวสูญเสียอำนาจและงบประมาณของหน่วยงานรัฐ
11.ประสิทธิภาพระบบราชการ ลดขนาด เพิ่มความคล่องตัว
วงเงินที่ต้องใช้ (ล้านบาท) ไม่ใช่เงินงบประมาณ
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย ปรับโครงสร้างงบประมาณเพื่อนำไปสู่สมดุลงบประมาณ ลดรายจ่ายประจำ ที่เป็นค่าตอบแทนข้าราชการ ปรับโครงสร้างตำรวจให้มีความโปร่งใส ลดปัญหาทุจริต ซื้อขายตำแหน่ง ปรับโครงสร้างการทำงานของตำรวจให้สามารถคลี่คลายคดีต่างๆของประชาชนได้เร็วขึ้น เพิ่มสวัสดิการทหารผ่านคึก
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ลดลัดส่วนงบประมาณรายจ่ารประจำต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มงบประมาณเพื่อการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างระบบราชการที่ดูแลประชาชนอย่างยุติธรรมรวดเร็วและโปร่งใส
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย
ประชาชน : กระบวนการยุติธรรมที่รวดเร็ว
ราชการ : การให้ตำรวจทุกนายมีสิทธิเลือกก.ตร. ช่วยลดการซื้อขายตำแหน่ง ลดการปฏิบัติหน้าที่โดยมีชอบ ข้าราชการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ลังคนลดปริมาณงานเท่าเติม ต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เศรษฐกิจ : ลดสัดส่วนงบประมาณรายจ่าประจำ ต่อ GDP มีงบประมาณเหลือลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย แรงต้านจากข้าราชการที่ถูกเปบี่ยนแปลงมาตรฐานการทำหน้าที่สอบสวนของหน่วยงานอื่น

@พรรคพลังประชารัฐ:
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐที่พลังอ่อนลงไปหลังจาก 'บิ๊กป้อม - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ' โบกมือลาจากหวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แล้วไปเป็นนักชิมมือทอง แต่ก็ยังมนโยบายปราบโกงเช่นกัน ดังนี้
นโยบาย มั่นคง ใครโกง ใครเทาเอาให้หนัก (โทษหนัก -ยึดเกลี้ยง - ใครเกี่ยวโดนหมด) ปิดตายสแกมเมอร์
วงเงินที่ต้องใช้ (บาท) ใช้งบประมาณรวมประมาณ 2,175 ล้านบาท แยกเป็น 1. กำแพงชายแดนหมู่บ้านมั่นคง 1,595ล้านบาท 2. ไฟฟ้าประชารัฐชายแคน 180ล้านบาท 3. นโยบายด้านมั่นคงอื่น ๆ ใช้งบประมาณเพียงเล็กน้อย หรือแก้ไขกฎหมาย/ระเบียบ
ที่มาของเงินการดำเนินการ ใช้งบประมาณจากการเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้ของรัฐ และบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่อย่างมี
ประสิทธิภาพภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง (รวมประมาณ 2,175ล้านบาท) สำหรับนโยบายด้านมั่นคงอื่น ๆใช้งบประมาณของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามกรอบงบประมาณ รายจ่ายประจำปีปกติโดยไม่ก่อภาระงบประมาณเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ หรืออื่นๆ ใช้งบประมาณของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีปกติโดยไม่ก่อภาระงบประมาณเพิ่มเติ่ม
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย เป็นการลงทุนเพื่อลดความสูญเสียระยะยาวด้านความมั่นคงป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ แรงงานผิดกฎหมาย และภัยคุกตามรูปแบบใหม่ซึ่งมีต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมสูงหากไม่ดำเนินการเชิงป้องกันตั้งแต่ต้นทาง
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย เสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ ปกป้องอธิปไตย เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้เข้าถึงไฟฟ้าอย่างไม่ตกหล่น ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนอย่างยั่งยืน
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย ส่งผลเชิงบวกต่อเสถียรภาพด้านความมั่นคงของประเทศลดความเสี่ยงจากอาชญากรรมข้ามชาติสแกมเมอร์และภัยไซเบอร์เพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุนในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ความเสี่ยงอยู่นระดับต่ำเนื่องจากภายใต้กฎหมายความมั่นคงและระเบียบราชการที่มีอยู่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยกลไกของรัฐและการกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด

@พรรครวมไทยสร้างชาติ
ปิดท้ายด้วย พรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตพรรคทหารที่ 'บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา' เคยนั่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งปี 2566 แต่ครั้งนี้ 'พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค' กุมหางสือให้ไปต่อ แม้กระแสจะน้อยลงกว่ารอบที่แล้วก็ตาม สำหรับนโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น มีดังนี้
1.ปราบทุจริต โกงชาติต้องหมดไป
วงเงินที่ต้องใช้ ไม่มีการใช้งบประมาณ
ที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ ไม่มีการใช้งบประมาณแต่ถ้ามีก็จะใช้จากงบประมาณประจำปี
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย คุ้มค่าในการประหยัดงบประมาณที่เสียหายจากการทุจริตคอร์รัปชัน
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย สามารถประหยัดเงินงบประมาณภาครัฐเพื่อใช้พัฒนาประเทศ
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย เกิดผลกระทบกับชีวิตของคนทุจริตคนโกงจะหมดไปจากแผ่นดิน
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ไม่มีความเสี่ยงแต่อาจจะเกิดการร้องเรียนไม่พอใจจากกลุ่มกลุ่มสิทธิมนุษยชน
2.ข้าราชการงานไว ลดอำนาจรัฐ เลิกการเดินทางไปขอใบอนุญาตจากหลากหลายหน่วยงาน จบที่ 1 คำขอ
วงเงินที่ต้องใช้ ไม่มีการใช้งบประมาณเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐดำเนินการระบบต่างๆ ให้บริการใบอนุญาตของประชาชนในรูปแบบรัฐบาลดิจิทัลที่ด้วยระบบวันสต็อปเซอร์วิสเชื่อมโยงและส่งเสริมให้ข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
ที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ ไม่มีการใช้งบประมาณแต่ถ้ามีก็จะใช้จาก งบประมาณประจำปี โดยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถ
เชื่อมต่อฐานข้อมูลระหว่างกันได้ และสามารถใช้ระบบดิจิทัลในการดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้อย่างง่ายด้วยงบปกติที่ดำเนินการอยู่
ความคุ้มค่าในการดำเนินนโยบาย คุ้มค่าที่จะดำเนินการเพื่อบริการประชาชนที่จะต้องขอใบอนุญาตจากหลากหลายหน่วยงานของภาครัฐที่ประชาชนจะต้องเดินทางไปติดต่องานราชการในหลายสถานที่ ประหยัดเวลาและสะดวกกับการบริการของราชการ
ประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย ประชาชนมีความสะดวกและรวดเร็ว ประหยัดเวลาค่าใช้จ่ายในการใช้บริการขอใบอนุญาตต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐเมื่อใช้บริการด้วยระบบดิจิทัลซึ่งได้เชื่อมต่อฐานข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อมูร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
ผลกระทบในการดำเนินนโยบาย ไม่เกิดผลกระทบในเรื่องของงบประมาณแต่อาจจะเกิดผลกระทบกับหน่วยงานของรัฐที่จะต้องรับดำเนินการในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันและกันและอาจจะผลกระทบเล็กน้อยที่ต้องของบประมาณเพิ่มเติมในการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ
ความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ไม่เกิดความเสี่ยงในเรื่องของงบประมาณแต่อาจจะเกิดความเสี่ยงกับหน่วยงานของรัฐที่ต้องรีบดำเนินการในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันและกันและอาจจะมีความเสี่ยงกับหน่วยงานของรัฐที่จะต้องรีบดำเนินการของบประมาณเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันและกัน

เพราะไม่ใช่แค่ 'นโยบายประชานิยม' หรือ 'วาทะกรรมทางการเมือง' เท่านั้นที่พรรคการเมืองต่างงัด 'ไม้เด็ด-ไพ่ตาย' มาเป็น 'กลยุทธ์' มาใช้ในการ 'หาเสียง' เพื่อ 'ดึงดูด-โน้มน้าว' การตัดสินใจลงคะแนนของ 'โหวตเตอร์'
แต่นโยบายแก้ปัญหาคอร์รัปชัน-ปราบคนทุจริต ยังเป็น 'ตัวชี้ขาด' ในการเลือกตั้งคราวนี้ ท่ามกลางข่าวการ 'ฉ้อราษฎร์บังหลวง-ทุจริตประพฤติมิชอบ' ทุกย่อมหญ้า-ทุกวงการ
ดังนั้นจึงมิอาจถูกมองข้ามได้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา