
ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด ‘สุทัศน์ ถาวรวิสิทธิ์’ อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงา ออกโฉนดที่ดินทับที่ป่าไม้ถาวรเมื่อปี 56 โดนอ่วมทั้งกฎหมายอาญามาตรา 151 และพ.ร.ป.ป.ป.ช.มาตรา 157 ส่งอัยการฯดำเนินคดีอาญาต่อไป
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสุทัศน์ ถาวรวิสิทธิ์ เมื่อครั้ง ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง กับพวก ออกโฉนดที่ดินเลขที่ 15624เลขที่ดิน 1 ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เนื้อที่ 15 - 0 - 17.1 ไร่ ในเขตป่าไม้ถาวร “ป่าคลองทุ่งมะพร้าว” โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 สำนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ได้รับคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะราย ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 91 หมู่ที่ 1 ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เนื้อที่ 14 – 0 - 55 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของเขาหน้ายักษ์ ลักษณะพื้นที่เป็นแหลมยื่นไปในทะเล เจ้าหน้าที่ฝ่ายรังวัดได้ทำการรังวัดที่ดินแปลงดังกล่าวและรายงานผลการรังวัด ฉบับลงวันที่ 25 ตุลาคม 2555 เสนอนายชลิต ทองเพิ่มเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ว่าผู้ปกครองท้องที่ไม่ลงนามรับรอง โดยระบุว่าผู้ขอปลูกมะพร้าวบางส่วนทางด้านทิศใต้ ส่วนทางด้านทิศเหนือมีสภาพเป็นป่าโปร่งยังไม่ได้มีการทำประโยชน์และเนื่องจากที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร “ป่าคลองทุ่งมะพร้าว” ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่14 พฤศจิกายน 2504 จึงต้องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) เพื่อตรวจสอบว่าผู้ขอได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมายมาก่อนวันที่ทางราชการกำหนดให้ที่ดินนั้นเป็นเขตป่าไม้ถาวรหรือไม่
ต่อมาคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดิน จำนวน 4 ราย จาก 6 ราย ประกอบด้วย นายวิศาล กองโชค ปลัดอำเภอท้ายเหมือง นายสมหมาย หนูศรี เจ้าพนักงานการเกษตรอาวุโส นายโกมล พรามแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลลำแก่น รักษาการแทนกำนันตำบลลำแก่น และนางสาวญาธิรภรณ์ นิลบล นักวิชาการที่ดินปฏิบัติการ ได้ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ที่ดินแปลงดังกล่าวแล้วจัดทำรายงานการตรวจพิสูจน์ที่ดิน ฉบับลงวันที่19 กุมภาพันธ์ 2556 เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาผ่านเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมืองว่าที่ดินมีการปลูกมะพร้าวบางส่วนและบางส่วนเป็นที่ราบทางด้านทิศใต้ ทางทิศเหนือมีสภาพเป็นป่าโปร่ง
พบร่องรอยของตอต้นมะพร้าว เชื่อว่ามีการปลูกมะพร้าวมาก่อนทางด้านทิศตะวันตก ผู้ขอได้ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวมาก่อนประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวร “ป่าคลองทุ่งมะพร้าว” เห็นควรออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ขอ นายชลิต ทองเพิ่ม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ทราบดีอยู่แล้วว่ากรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินอีกจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นตัวแทนจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ มีความเห็นให้ตรวจสอบก่อนว่าที่ดินตามหลักฐาน น.ส. 3 ดังกล่าว ตรงกับพื้นที่ที่ตรวจสอบหรือไม่ เนื่องจากการรับรองแนวเขตที่ดินข้างเคียงไม่ครบทุกด้านและแนวเขตข้างเคียงไม่สัมพันธ์กับหลักฐานเดิม แต่กลับเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินว่าเห็นสมควรออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ขอ เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาพิจารณาเห็นชอบ
และต่อมาในวันที่ 31 ตุลาคม 2556 นายสุทัศน์ ถาวรวิสิทธิ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมืองในขณะนั้น ได้พิจารณาลงนามออกโฉนดที่ดินเลขที่ 15624เลขที่ดิน 1 ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เนื้อที่ 15 – 0 -17.1 ไร่ ให้แก่ผู้ขอ ซึ่งต่อมาความปรากฏตามรายงานผลการวิเคราะห์อ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศเมื่อเดือนมีนาคม 2556 ว่าที่ดินแปลงดังกล่าว ในช่วงปี พ.ศ. 2510, 2519, 2542 และ 2545 พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีการทำประโยชน์ มีต้นมะพร้าวปะปนกับไม้ป่าคิดเป็นร้อยละ 13.1 สำหรับปี พ.ศ. 2552 - 2556 พื้นที่ทั้งหมดเป็นป่าดิบชื้นและป่าชายหาด ไม่มีการทำประโยชน์ โดยภาพถ่ายต้นมะพร้าวตามรายงานการตรวจพิสูจน์ที่ดินของคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินฉบับลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ระบุว่ามีการปลูกมะพร้าวบางส่วนทางทิศใต้นั้น เป็นพื้นที่ที่อยู่นอกรูปแปลงที่ดินที่ขอรังวัดออกโฉนด จึงเป็นการรายงานข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ การออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวจึงเป็น การออกโฉนดที่ดินที่อยู่ในเขตป่าไม้ถาวรที่ยังมิได้มีการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎหมาย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้การกระทำของนายสุทัศน์ ถาวรวิสิทธิ์ นายชลิต ทองเพิ่ม นายวิศาล กองโชคนายสมหมาย หนูศรี นางสาวญาธิรภรณ์ นิลบล และนายโกมล พรามแก้ว มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ให้ส่งเรื่องไปยังกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการเพิกถอน/แก้ไข การออกโฉนดที่ดินเลขที่ 15624 เลขที่ดิน 1 ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา