
เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ถอนชื่อ ‘กิตษณัฐ อินทร์พรหม’ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเขต 3 นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทย มีประวัติต้องคำพิพากษาคดีอาญาความผิดฐานลักทรัพย์ อ้างรับสารภาพเพื่อต้องการให้เรื่องจบ เป็นเรื่องระหว่างพี่น้อง ยกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงผลคดีถึงที่สุดแล้วไม่ได้
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 29 มกราคม 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อนายกิตษณัฐ อินทร์พรหม ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากผู้คัดค้านเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา จึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 รายละเอียดดังนี้
@เปิดคำพิพากษาฉบับเต็ม
คำสั่ง คดีหมายเลขดำที่ ลต สสข 13/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 14/2569 ศาลฎีกา วันที่ 29 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2569 ความคดีเลือกตั้ง ระหว่าง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ร้อง นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม ผู้คัดค้าน
เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ
(ขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคเพื่อไทย ต่อมาผู้ร้องตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 357/2568 ของศาลจังหวัดปากพนัง ว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 2 (12) ขอให้ถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศ รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคเพื่อไทย
@ อ้างรับสารภาพเพื่อต้องการให้เรื่องจบมูลเหตุเป็นเรื่องระหว่างพี่น้อง
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า คำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 357/2568 ของศาลจังหวัดปากพนัง มิได้เกิดจากการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านกระทำโดยทุจริต แต่เกิดจากผู้คัดค้านให้การรับสารภาพเพื่อต้องการให้เรื่องจบไปเพราะมูลเหตุแห่งคดีเป็นเรื่องระหว่างพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ผู้คัดค้านจึงไม่เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ขอให้ยกคำร้อง
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายที่เสนอต่อศาล ในวันนัดพร้อมแล้ว เห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐาน จึงให้งดการไต่สวน
@ คดีถึงที่สุด-คุณสมบัติต้องห้าม
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
เห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ... (10) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา...” ซึ่งตรงกับบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12)
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้อง คำคัดค้าน เอกสารพยานหลักฐานแห่งคดี และคำแถลงของคู่ความทั้งสองฝ่ายว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 357/2568 ของศาลจังหวัดปากพนัง และคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า ผู้คัดค้านกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้มีอาชีพกสิกรรมโดยใช้ยานพาหนะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (12) วรรคแรก ประกอบมาตรา 336 ทวิ ตามสำเนาคำพิพากษาและสำเนาใบสำคัญแสดงว่าคดีถึงที่สุด เอกสารหมาย ร.8 และ ร.9 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้น ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
@ข้ออ้างขัดแย้งคำรับสารภาพ ยกขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้วไม่ได้
ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่า คำพิพากษาในคดีดังกล่าวมิได้เกิดจากการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงว่าผู้คัดค้านกระทำโดยทุจริต และผู้คัดค้านให้การรับสารภาพเนื่องจากต้องการระงับข้อพิพาทระหว่างพี่น้อง ผู้คัดค้านไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง นั้น ข้ออ้างดังกล่าวเป็นการขัดแย้งกับคำให้การรับสารภาพของผู้คัดค้าน จึงหาอาจจะยกขึ้นอ้างเพื่อเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้วได้ไม่ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่าผู้คัดค้านเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา
จึงมีคำสั่งให้ถอนชื่อนายกิตษณัฐ อินทร์พรหม ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช ของพรรคเพื่อไทย.

คดีเลือกตั้งอื่นก่อนหน้า
- ศาลฎีกายกคำร้องผู้สมัคร สส.ประชาธิปไตยใหม่ โดนตัดชื่อ ไม่ไปเลือกตั้งนายก อบจ.
- ยกคำร้อง ผู้สมัคร สส. ภูเก็ต รวมไทยสร้างชาติ สังกัดพรรคไม่ครบ 30 วัน
- คำพิพากษาฉบับเต็ม! คดีผู้สมัครฯ สส. ภูเก็ต รทสช.ขาดคุณสมบัติ - เคยอยู่‘โอกาสใหม่’
- เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ถอนชื่อ‘ชลสิทธิ’ผู้สมัคร สส. จ.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ถือหุ้นสื่อ
- เจาะบ.เกาะแก้วฯคดี‘ชลสิทธิ’ผู้สมัคร สส. จ.ภูเก็ต ถือหุ้นสื่อ/ เพิ่งส่ง อบจ.5 ใหม่ 9 ม.ค.69
- คำพิพากษา ‘ธนะศักดิ์’ ผู้สมัคร สส.นครพนม ถือหุ้นสื่อ กกต.ไม่ประกาศชื่อ/ชอบแล้ว
- ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ 'ชญานันท์' ผู้สมัคร สส.ราชบุรี พรรคเพื่อไทย ถือหุ้นสื่อ-บมจ.อาร์เอส
- เปิดคำสั่งศาลฎีกาถอนชื่อ ‘รัชต์พงศ์’ ผู้สมัคร สส.ตาก ปชน.ปมถูกจับคดีเว็บพนัน
- เบื้องลึก! ศาลฎีกาถอนชื่อ‘ฉลอง’ผู้สมัคร สส.โคราช กล้าธรรม โดนจําคุกคดีป่าสงวนฯ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา