
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลง ผลการรายงานปริมาณสต็อกน้ำมันเบนซิน-ดีเซลประจำวัน ณ วันที่ 20 มี.ค.69 ต่ำความต้องการ ระบุ ปริมาณสำรอง ไม่น้อยกว่า 103 วัน - 'อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน' เผย ความคืบหน้าตรวจสอบเรื่องร้องเรียนปั๊มน้ำมันที่สิงห์บุรี ขายราคาสูง พบ เส้นทางการจำหน่ายจากโรงกลั่น IRPC ถึง 'จ็อบเบอร์' ระบุสถานที่จัดส่งใน กทม. แต่น้ำมันไปพบที่อ่างทอง เล็ง ขยายผลใบกำกับการขนส่งอื่น ๆ เบื้องต้น เข้าข่ายความผิดฐานใบกำกับสถานที่จัดส่งไม่ตรงกับสถานที่ส่งจริง
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงนว่า วันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน นำโดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ น.ส.ญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน

นายสราวุธ แถลงผลการดำเนินงานของกรมธุรกิจพลังงาน ว่า จากกรณีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ.2569 กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 (โรงกลั่นน้ำมัน) และมาตรา 10 (จ็อบเบอร์ หรือ พ่อค้าคนกลาง) ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ.2543 ต้องติดประกาศราคาขายน้ำมันเชื้อเพลิงและรายงานข้อมูล (เบนซินและดีเซล) ให้ธุรกิจพลังงานทราบทุกวัน เวลา 18.00 น. โดยมีสถานภาพน้ำมันเบนซินและดีเซล ดังนี้ (ดูตามภาพประกอบ)


นายสราวุธกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาปริมาณความต้องการน้ำมันดีเซลผ่านสถานีบริการน้ำมันโดยปกติอยู่ที่ 67-70 ล้านลิตรต่อวัน บางช่วงบางวันพุ่งสูงถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน แต่สถานการณ์น้ำมัน ณ วันที่ 20 มี.ค.69 มีปริมาณน้ำมัน 71 ล้านลิตร ซึ่งสูงกว่าปกติ ที่ผ่านมาจึงต้องดึงจากสต๊อกเก่า หรือ working stok มาใช้
อ่านข่าวประกอบ : นายกฯเซ็นคำสั่งคุมสต็อกน้ำมัน รายงานยอดทุก 18.00 น. มท.รับลูกตั้งคกก.กำกับผู้ค้า
@ ระบุสถานที่ส่งปลายทาง กทม. แต่พบน้ำมันที่อ่างทอง
นายสราวุธกล่าวว่า สำหรับกรณีความคืบหน้าการตรวจสอบบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ที่จังหวัดอ่างทอง ภายหลังได้รับรายงานว่า สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดสิงห์บุรี จำหน่ายน้ำมันในราคาสูง ซึ่งมีการตรวจสอบคลังน้ำมันบริษัทท ทริลเลี่ยนฯ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.69 โดยเก็บตัวอย่างน้ำมัน 3 ประเภท (แก๊สโซฮอลล์ 91/95 และดีเซลหมุนเร็ว) เพื่อตรวจคุณภาพ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจและส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“จากการตรวจสอบเส้นทางการจำหน่าย ต้นทางเป็นของโรงกลั่น IRPC เดิมถูกพ่อค้าตามมาตรา 10 จำนวน 2 ราย คือ บริษัท ทรัพย์สุวรรณ ออย และ บริษัท วี เอ ออย ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งเป็น 2 รายที่ส่งไปยังคลังน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนฯ ที่อ่างทอง แต่จากข้อมูลดังกล่าวตรวจพบว่า ใบกำกับการขนส่งของโรงกลั่น IRPC ระบุสถานที่ส่งปลายทางที่บริษัท วี เอ ออย ที่อยู่ในกทม. แต่น้ำมันดังกล่าวไปพบที่อ่างทอง จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานสืบสวนต่อไปว่าข้อเท็จจริงเกิดอะไรขึ้นได้อย่างไร ซึ่งเบื้องต้นมีความผิดฐานใบกำกับสถานที่จัดส่งไม่ตรงกับสถานที่ส่งจริง”นายสราวุธกล่าว
นายสราวุธกล่าวว่า ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบบริษัท ทริลเลี่ยนฯ ว่า ใบกำกับขนส่งอื่นๆ ได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้านตามกฎหมายหรือไม่
@ ปริมาณน้ำมันสำรอง ไม่น้อยกว่า 103 วัน
นายสราวุธกล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณสำรองน้ำมัน ณ วันนี้ ไม่น้อยกว่า 103 วัน แบ่งออกเป็น น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร อยู่ระหว่างขนส่ง 4,206 ล้านลิตร และมีในสัญญาเรียบร้อยแล้ว 3,700 ล้านลิตร (ดูภาพ)

นายสราวุธกล่าวว่า ส่วนผลการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการกักตุนน้ำมันเมื่อวาน (21 มี.ค.69) นำโดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ตรวจคลังน้ำมัน จำนวน 8 จุด 4 จังหวัด เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ (ดูภาพ)

“นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผู้อำนวยการศบก. ได้มีคำสั่งให้กระทรวงพลังงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผ่อนผันข้อจำกัดเพื่อเร่งนำน้ำมันเข้าสู่ระบบและกระจายไปสู่สถานีบริการน้ำมันให้เร็วที่สุด”นายสราวุธกล่าว
@ เตือนคนไทยเดินทางไปต่างประเทศ

ด้านนายปาณิดล แถลงสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า หากคนไทยเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลานี้ขอให้ระมัดระวังและตื่นตัว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำ 3 ประการ ประการแรก ขอให้ติดหมายเลขสายด่วนของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่เดินทางไปเผื่อกรณีฉุกเฉิน ประการที่สอง ขอให้ติดตามข่าวสารของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งของหน่วยงานของประเทศที่เดินทางไป หากมีคำเตือนหรือคำแนะนำใด ๆ ขอให้ติดตามอย่างเคร่งครัด และประการที่สาม ซึ่งเป็นประการสุดท้าย ขอให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นที่ชื่อ ‘Thai Consular’ เพราะเป็นช่องทางติดต่อและขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของประเทศที่เดินทางไปได้
นายปาณิดลกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความรุนแรง โดยคู่ขัดแย้งหลัก รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยังคงโจมตีตอบโต้อย่างโต้เนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 ซึ่งนอกจากการมุ่งเป้าฐานปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาในประเทศต่างๆ แล้ว ยังคงมีการขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหลายประเทศในภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของโลกมากขึ้น
“ขณะเดียวกันสถานการณ์บริเวณช่องแคมฮอร์มูซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันยังคงตึงเครียด แม้รมว.ต่างประเทศของอิหร่านจะยืนยันว่า เรือต่างชาติสามารถสัญจรผ่านช่องแคปฮอร์มูซได้ หากมีการแจ้งหรือตกลงเงื่อนไขร่วมกันล่วงหน้าก็ตาม ล่าสุดมีการเรียกร้องโดยประธานาธบดีสหรัฐฯ ให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มูซ ภายใน 48 ชั่วโมง และมีการออกแถลงการณ์ร่วมของ 22 ประเทศ ผลักดันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มูซอย่างปลอดภัย”นายปาณิดลกล่าว
นายปาณิดลกล่าวว่า ดังนั้น เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังคงผันแปรสูง กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำอีกครั้งให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด
นายปาณิดลกล่าวว่า อิหร่านและตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง เตหะราน และ อังการ่า อยู่ระหว่างประสานการอพยพแรงงานไทยอีก 4 คน และนักศึกษาอีก 7 คน รวม 11 คน เดินทางทางบกเพื่อไปตุรกีและกลับประเทศไทยต่อไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศตะวันออกกลางแล้ว จำนวน 1,475 คน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา