
ปปง.ให้ผู้เสียหายยื่นขอคุ้มครองสิทธิ คดี ‘มาร์ค เดนนิส’ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกลงทุนพันธบัตรสูญ 28 ล้านดอลลาร์ ตามยึด/อายัดเงินสด บัญชีธนาคาร และตู้นิรภัยได้ 1.9 ล้าน เผยพฤติการณ์แสบหนีกบดานบาหลีก่อนตั้งฐานในไทย อัยการฟ้องศาลอาญาแล้วอยู่ระหว่างพิจารณาคดี
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เรื่อง ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเพื่อขอรับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน เปิดให้ผู้เสียหายคดี นายมาร์ค เดนนิส (MR. MARK DENNIS) กับพวก ยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิเพื่อขอรับคืนทรัพย์สินหรือชดใช้ค่าเสียหาย ได้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2569
ประกาศระบุ สืบเนื่องจากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รายคดี นายมาร์ค เดนนิส กับพวก ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน การเป็นสมาชิกอั้งยี่ การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีพฤติการณ์ร่วมกันเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนในประเทศออสเตรเลียให้ร่วมลงทุนพันธบัตรของธนาคาร Westpac (BT Found) ผ่านทางเว็บไซต์ อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนในอัตราสูง จนมีผู้เสียหายชาวออสเตรเลียหลงเชื่อประมาณ 400 คน รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 28 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้ตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนจะหลบหนีเข้ามาจัดตั้งสำนักงานคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย
ปปง. ได้มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 102/2569 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 12 รายการ (เป็นเงินสด สิทธิการใช้ตู้นิรภัยธนาคาร และเงินในบัญชีฝากธนาคาร) ในชื่อ นายมาร์ค (MR. MARK) และผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 1,939,094.26 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนสามหมื่นเก้าพันเก้าสิบสี่บาทยี่สิบหกสตางค์) พร้อมดอกผล โดยมีกำหนดอายัดชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ นายมาร์ค เดนนิส กับพวก รวม 13 คน ได้ถูกดำเนินคดีอาญาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าตรวจค้นจับกุมได้ที่บ้านพักย่านถนนเทพารักษ์ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งใช้เป็นสำนักงานติดตั้งโทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ในการหลอกลวงเหยื่อ ปัจจุบันพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 13 รายต่อศาลอาญาแล้ว โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในคดีหมายเลขดำที่ อทย. 1007/2568
ผู้เสียหายในคดีดังกล่าวสามารถยื่นคำร้องขอรับคืนทรัพย์สินหรือชดใช้ค่าเสียหายที่ ปปง. ยึดและอายัดไว้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยต้องยื่นภายในวันที่ 18 สิงหาคม 2569
อ่านประกาศ: https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/115332.pdf

สำนักข่าวอิศรา รายงานเพิ่มเติมว่า คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย. 102/2569 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ราย นายมาร์ค กับพวก ในคดีฉ้อโกงประชาชน อั้งยี่ ซ่องโจร และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีพฤติการณ์จัดตั้งขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกชวนผู้เสียหายร่วมลงทุนพันธบัตรต่างประเทศ อ้างผลตอบแทนสูง จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวมกว่า 28 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ทรัพย์สินที่ ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัด จำนวน 12 รายการ มีมูลค่าประเมินรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,939,094.26 บาท (ดูเอกสารท้ายข่าว)
คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมมีรายละเอียด ดังนี้
ด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้รับรายงานจากกองบังคับการปราบปราม ตามหนังสือฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ขอให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน รายนายมาร์ค กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน อั้งยี่ ซ่องโจร และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กล่าวคือ
ช่วงระหว่าง พ.ศ. 2566 - 2567 เจ้าหน้าที่สืบสวนสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) สืบสวนพบว่า นายมาร์ค กับพวก รวม 13 คน ได้ตกลงเข้าเป็นสมาชิกในคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีการดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหลอกลวงประชาชนในประเทศออสเตรเลียให้ร่วมลงทุนพันธบัตรของธนาคาร Westpac (BT Found) ผ่านทางเว็บไซต์ เสนอผลตอบแทนในอัตราสูง มีผู้เสียหายประมาณ 400 คน มูลค่าความเสียหายรวม 28 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยนายมาร์ค ทำหน้าที่จัดหาคนทำงานและดูแลจัดการบัญชีการเงินที่ได้จากการทำผิด ซึ่งกลุ่มนี้ได้ตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ต่อมาเมื่อมีการออกหมายจับส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายมาร์คกับพวกได้หลบหนีเข้ามาจัดตั้งสำนักงานคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย
กลุ่มผู้ต้องหาใช้บ้านพักย่านถนนเทพารักษ์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นสำนักงานติดตั้งโทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์เพื่อหลอกลวงเหยื่อชาวออสเตรเลีย เมื่อตำรวจเข้าตรวจค้นพบลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และเอกสารชักชวนลงทุน จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 13 รายส่งพนักงานสอบสวน
ต่อมาพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 บก.ป. มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-2 ในฐานะหัวหน้าหรือผู้จัดการ และสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 3-13 ในฐานะผู้มีตำแหน่งหน้าที่ในคณะบุคคล ปัจจุบันอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาในคดีหมายเลขดำที่ อทย. 1007/2568 ซึ่งเข้าลักษณะความผิดมูลฐานตามกฎหมาย ปปง.
คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุมครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 จึงมีมติให้ออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว จำนวน 12 รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2569




Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา