
‘ปชป.’ เปิดผลตรวจสอบจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านแพลตฟอร์ม ‘ส่องรัฐ’ สแกน ‘กทม.’ ช่วงปีงบประมาณ 68-69 พบ ประกวดราคาด้วย ‘วิธีเฉพาะเจาะจง’ 92.8% กว่า 40,054 โครงการ มูลค่า 13,370 ล้าน จับพิรุธ ซอยย่อยต่ำ 5 แสน 38,945 โครงการ ส่อ เลี่ยงประมูล ชี้เป้า โครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกลาง 4 พันล้าน ผู้เข้าประมูล 2 ราย เสนอราคาต่างกัน 1 ล้าน - อนุชา ผู้สมัครผู้ว่ากทม. ออกตัว ไม่ใช่ดิสเครดิต
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้า ปชป. นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้า ปชป. และนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้า ปชป. พร้อมด้วยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมแถลงข่าวเปิดผลการตรวจสอบผ่านแพลตฟอร์ม ส่องรัฐ ภายใต้หัวข้อ ส่องรัฐ จับตาการจัดซื้อจัดจ้าง กทม. หลังพบความผิดปกติในการบริหารงบประมาณช่วงปี 2568-2569 ที่น่าตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใส
นายสกลธี กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อสงสัยในการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร แม้โพลหลายสำนักจะสะท้อนว่าการทำงานเป็นที่พอใจ แต่ในด้านการทุจริตสื่อมวลชนหลายแห่งกลับตั้งคำถามอย่างรุนแรงว่า สอบตก โดยทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้แพลตฟอร์ม ส่องรัฐ เข้าไปตรวจสอบข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พบพฤติกรรมที่ต้องตั้งคำถามถึงผู้บริหาร กทม. ชุดที่ผ่านมา
นายสกลธีกล่าวว่า ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยไม่ได้เพิ่งตรวจสอบ แต่เป็นผลจากการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เพิ่งสำเร็จ และข้อมูลหลาย ส่วนยังคงถูกปิดบังโดยเฉพาะรายละเอียดในทีโออาร์ (TOR) ซึ่งพรรคจะเดินหน้าติดตามตรวจสอบ และนำข้อมูลเพิ่มเติมมาเปิดเผยต่อสังคม

ด้านนางการดี นำเสนอข้อมูลเชิงสถิติที่น่าตกใจว่า จากโครงการที่ตรวจสอบได้จำนวน 43,178 โครงการ งบประมาณรวม 52,380 ล้านบาท พบว่าสูงถึง 92.8% เป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วย วิธีเฉพาะเจาะจง รวม 40,054 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 13,370 ล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายวิธีนี้จะใช้ได้เฉพาะกรณีเร่งด่วน หรือมีความจำเป็นเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ข้อมูลกลับพบว่าโครงการถึง 38,945 โครงการ มีมูลค่างานต่ำกว่า 5 แสนบาท ซึ่งเข้าข่ายการซอยย่อยโครงการ เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการประกวดราคาที่โปร่งใสและมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

“นอกจากนี้ ยังพบโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกลางมูลค่า 4,000 ล้านบาท ที่มีผู้เข้าประมูลเพียง 2 ราย และเสนอราคาต่างกันเพียง 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น”นางการดีกล่าว

นายอนุชา กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการพบรายชื่อผู้รับจ้าง รายเดิมซ้ำๆ ในโครงการที่ถูกซอยย่อยออกมา ซึ่งทำให้ราคาอาจสูงกว่าราคาตลาด เนื่องจากขาดการแข่งขัน นอกจากนี้ ข้อมูลยังเข้าถึงได้ยากมาก แม้จะเป็นหน่วยงานรัฐที่ควรเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชน แต่กลับมีการหลบซ่อนและไม่ยินยอมให้ข้อมูลในบางส่วน ซึ่งย้ำให้เห็นว่าจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเอไอเข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมเชิงระบบ
“ยืนยันว่าการออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้ไม่ใช่การดิสเครดิต แต่เป็นการปกป้องเงินภาษีของประชาชน และต้องการให้คนกรุงเทพฯ ตระหนักถึงพฤติกรรมการบริหารงานที่ไม่เป็นบรรทัดฐานที่ดี”นายอนุชากล่าว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา