
“…ในช่วง เวลาที่ถูกกล่าวหา (ตั้งแต่ประมาณเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 จนถึงปัจจุบัน) ข้าพเจ้ามีสถานะเป็นเพียงสมาชิกสามัญของพรรคภูมิใจไทย มิได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือมีบทบาทในการกำหนดนโยบายหรือบริหารงานใด ๆ ภายในพรรคมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นใดที่ข้าพเจ้าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารหรือการดำเนินกิจกรรมของพรรคภูมิใจไทย…”
หมายเหตุ : สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายลอย ชุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญดาราศาสตร์คำนวณ โพสต์เฟซบุ๊กผ่านบัญชี ‘Loy Chunpongtong’ เนื้อหาถ้อยคำพร้อมหนังสือชี้แจงแก้ข้อข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 187 และ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 228 เกี่ยวกับคดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อปี 67 ต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
อ่านประกอบ : เปิดคำแก้ต่าง 2 น. 'คดีฮั้วเลือกสว.' (1) : ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา-ไม่ครบองค์ประกอบความผิด
ตอนจบเป็นรายละเอียดถ้อยคำพร้อมหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 228
1. (220) นายเ___ ___บ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 228 ได้ให้ถ้อยคำพร้อมทั้งยื่นหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สรุปได้ว่า
ข้าพเจ้าขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดโดยสิ้นเชิง เนื่องจากข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อีกทั้งข้าพเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ไม่ว่าจะในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน หรือผู้มีส่วนร่วมรับรู้ในการกระทำ โดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าข้าพเจ้าไม่เคยกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนหรือขัดต่อพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเลยทั้งสิ้น
@ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการบริหาร-กิจกรรมของ ภท.
ทั้งนี้ ในช่วง เวลาที่ถูกกล่าวหา (ตั้งแต่ประมาณเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 จนถึงปัจจุบัน) ข้าพเจ้ามีสถานะเป็นเพียงสมาชิกสามัญของพรรคภูมิใจไทย มิได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือมีบทบาทในการกำหนดนโยบายหรือบริหารงานใด ๆ ภายในพรรคมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นใดที่ข้าพเจ้าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารหรือการดำเนินกิจกรรมของพรรคภูมิใจไทย
ข้าพเจ้าไม่เข้าใจต่อข้อกล่าวหาที่ถูกแจ้งมา เนื่องจากบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาที่ข้าพเจ้าได้รับนั้นระบุข้อ กล่าวหาไว้อย่างกว้างและขาดรายละเอียดสำคัญที่จำเป็นหลายประการ ไม่มีการระบุวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ หรือ พฤติการณ์ที่ชัดเจน ว่าข้าพเจ้าถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดเมื่อใด ที่ไหน กับผู้ใด และด้วยวิธีการใด ตลอดจนข้าพเจ้าไม่ได้รับพยานหลักฐานหรือเอกสารใดๆ ประกอบข้อกล่าวหาจากท่าน ทำให้ข้าพเจ้าไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะจัดทำคำชี้แจงหรือแก้ข้อกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ข้าพเจ้าเสียเปรียบในกระบวนการยุติธรรม และกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในการต่อสู้คดีของข้าพเจ้าโดยตรง ทั้งที่หลักการทางกฎหมาย ทั่วไปและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดีได้วางหลักไว้อย่างชัดเจนว่า การแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องมีรายละเอียดที่เพียงพอและชัดเจน เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถเข้าใจข้อกล่าวหาและเตรียมการชี้แจงแสดงหลักฐานหักล้างได้อย่างเหมาะสม แต่การแจ้งข้อกล่าวหาในกรณีนี้กลับระบุไว้อย่างกว้าง ๆ คลุมเครือ โดยไม่มีความชัดเจนว่าการกระทำผิดเกิดขึ้นเมื่อใด ที่ใด มีพยานหลักฐานใดและข้าพเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องดังกล่าว
อนึ่ง ข้อเท็จจริงเดียวที่ข้าพเจ้าสามารถนำมากล่าวเพื่อแก้ข้อกล่าวหาได้ คือข้าพเจ้าประกอบอาชีพเป็นนักธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบริหารกิจการของบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด ใน ฐานะประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และการบริหาร สนามข้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในฐานะ ประธานบริหาร ทั้งสองธุรกิจนี้มีภารกิจที่ต้องใช้เวลาการดูแลอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด ข้าพเจ้าต้องทุ่มเทเวลาอย่าง เต็มที่ในการบริหารงานดังกล่าวเพื่อพัฒนากีฬาฟุตบอลของสโมสร ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด บุรีรัมย์
รวมทั้งส่งเสริมชื่อเสียงของจังหวัดให้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล ตัวอย่างเช่น ในการ บริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ข้าพเจ้าต้องควบคุมดูแลการฝึกซ้อมและการแข่งขันของทีมอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนบริหารจัดการด้านงบประมาณและการตลาดของสโมสรอย่างต่อเนื่อง ในทำนองเดียวกัน การบริหาร สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตนั้น ข้าพเจ้าจำเป็นต้องวางแผน ประสานงาน และกำกับดูแลการจัดการ แข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับชาติและนานาชาติที่จัดขึ้นอยู่บ่อยครั้งให้เป็นไปโดยราบรื่นและได้มาตรฐาน
ด้วยภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงไม่มี เวลาหรือโอกาสที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือการกระทำใดๆ ของพรรคภูมิใจไทย ตามที่ถูกกล่าวหาในข้อ (1) ถึง (5) ของบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อกล่าวหาที่ระบุว่าข้าพเจ้าเป็นผู้สนับสนุนให้มีการ กระทำผิดกฎหมายในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภานั้น ล้วนเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะเพียงภารกิจในการดูแล ธุรกิจทั้งหมดที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบก็ใช้เวลาเต็มที่ของข้าพเจ้าแล้ว
@ ไม่เคยวางแผน-รู้เห็นเป็นใจ จัดหา สว. ขั้นต่ำ 1 ล้าน
2. ตามที่ท่านกล่าวหาว่า ข้าพเจ้าได้ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับการให้เงินสดเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาในแต่ละจังหวัด โดยกำหนดเงินขั้นต่ำจำนวน 1,000,000 บาท และกำหนดค่าตอบแทนในระดับอำเภอตั้งแต่ 10,000 ถึง 50,000 บาท, ในระดับจังหวัด 50,000 บาท, และในระดับประเทศ 200,000 บาท โดยมุ่งเน้นการจัดหาผู้สมัครในจังหวัดเป้าหมายสำคัญ เช่น จังหวัดพิจิตร จังหวัดอ่างทอง จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดเลย จังหวัดสตูล และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น นั้น
ข้าพเจ้าขอเรียนชี้แจงว่า ข้าพเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยร่วมวางแผน ไม่เคยรับทราบ และไม่เคยให้ความ เห็นชอบหรือรู้เห็นเป็นใจในกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวกับการให้เงินหรือการจัดสรรงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อ วัตถุประสงค์ดังกล่าวทั้งสิ้น ข้อกล่าวหาที่กล่าวอ้างว่าข้าพเจ้าได้ร่วมสนับสนุนการใช้เงินสดและกำหนดค่าตอบแทน ให้กับผู้สมัครหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภานั้น เป็นการกล่าวอ้างที่ปราศจากมูลความ จริงโดยสิ้นเชิง จากการตรวจสอบและสอบถามบุคคลที่มีชื่อปรากฏในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ทุกคนต่างปฏิเสธว่าไม่มีเหตุการณ์ตามที่ถูกกล่าวหาเกิดขึ้นจริง ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะสามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน ว่าข้าพเจ้าได้ดำเนินการใด เมื่อใด ที่ไหน หรือกับบุคคลใด ตามที่ถูกกล่าวหา เพราะในความเป็นจริงข้าพเจ้าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการหรือมีอำนาจตัดสินใจในกิจกรรมหรือการดำเนินงานใดๆ ของพรรคภูมิใจไทยในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาเลย
อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า ประเด็นข้อกล่าวหาที่ระบุว่าข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง กับการใช้จ่ายเงินสดดังกล่าวมีลักษณะคลุมเครือและไม่มีความชัดเจนในประเด็นสำคัญ กล่าวคือ ในข้อกล่าวหา ไม่ได้ระบุวันที่ เวลา หรือสถานที่เกิดเหตุที่แน่ชัด และมิได้ระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรับมอบหรือการใช้จ่ายเงิน สดเหล่านั้นอย่างชัดเจนเลย เป็นเพียงการกล่าวหาอย่างกว้างๆ ที่ไม่มีรายละเอียดเพียงพอให้ข้าพเจ้าสามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้อย่างถูกต้องครบถ้วน
ด้วยเหตุผลข้างต้น ในประเด็นนี้ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าไม่มีหน้าที่, บทบาท หรืออำนาจ ในการ บริหารหรือจัดการทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย ข้าพเจ้าไม่ได้เข้าร่วมในการ ดำเนินงานของพรรค, การประชุมวางแผน, หรือกิจกรรมใดๆ ตามที่ถูกกล่าวอ้าง ทั้งก่อนและหลังช่วงเวลาที่กล่าวหา
นอกจากนี้ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังขาดพยานหลักฐานที่ชัดแจ้งซึ่งจะยืนยันได้ว่าข้าพเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีพฤติการณ์สนับสนุนการให้เงินสดดังกล่าวจริง ข้อกล่าวหานี้จึงเป็นเพียงการตั้งข้อสันนิษฐานหรือการกล่าว อ้างอย่างเลื่อนลอยที่ปราศจากหลักฐานชัดเจน และไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะระบุว่าข้าพเจ้ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา
โดยสรุป ข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้นไม่มีความตรงต่อข้อเท็จจริงและปราศจากหลักฐานสนับสนุน อีกทั้งยัง มีลักษณะคลุมเครือ ทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถจัดเตรียมการแก้ข้อกล่าวหาได้อย่างถูกต้องครบถ้วน สถานการณ์นี้ขัด ต่อหลักการที่กำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ ขาด พ.ศ. 2561 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2566) ซึ่งเป็นการกระทบต่อสิทธิของข้าพเจ้าในฐานะผู้ถูก กล่าวหาในการรับทราบข้อกล่าวหาอย่างถูกต้องชัดเจนและเตรียมการป้องกันสิทธิของตนได้ตามที่กฎหมายกำหนด
@ ไม่มีอำนาจกำหนดนโยบาย-ตัดสินใจกิจกรรมทางการเมือง ภท.
ข้อ 3. ตามบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาของท่านที่กล่าวหาว่า ข้าพเจ้าได้มีส่วนร่วม ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็น ใจกับการกระทำของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยในการวางแผนเตรียมการและจัดหาสถานที่พักก่อน เดินทางไปเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 โดยกำหนดให้สถานที่พักอยู่ห่างจากสถานที่เลือกระดับประเทศ (ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมเมืองทองธานี) ราว 30-100 กิโลเมตร เช่น จังหวัด ปทุมธานี จังหวัดนครนายก และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น เพื่อจัดประชุมและชี้นำผู้มีสิทธิเลือกสมาชิก วุฒิสภาระดับประเทศให้ดำเนินการจัดทำโพยตั๋ว (โพยเลือกตั้ง) โดยกล่าวว่ามีการกำหนดหมายเลขประจำตัว ผู้สมัครล่วงหน้า และมีทีมงานที่เรียกว่า “ทีมงานติวเตอร์” ทำหน้าที่อธิบายกระบวนการจัดทำโพยให้ผู้มีสิทธิ เลือกตั้งนำไปใช้ในการลงคะแนน นั้น
ข้าพเจ้าขอยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง ด้วยข้อเท็จจริง ปรากฏชัดเจนว่า เป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะมีส่วนร่วมหรือรู้เห็นในพฤติการณ์ที่กล่าวอ้าง เนื่องจากข้าพเจ้าไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ในพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายหรือมีบทบาทตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยแต่อย่างใด ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่มีอำนาจหรือ บทบาทที่จะเข้าไปก้าวล่วงหรือมีส่วนร่วมในการกำหนดรายละเอียดตามที่กล่าวอ้างข้างต้นได้
อนึ่ง พฤติการณ์ตามข้อกล่าวหานั้นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทาง และต้องมีการประสานงานหลาย ขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนกำหนดสถานที่พัก, การจัดหาสถานที่พักที่มีระยะห่างจากสถานที่เลือกตั้ง ประมาณ 30-100 กิโลเมตร, การจัดหาทีมงาน “ติวเตอร์", การประชุมอธิบายกระบวนการทำโทย, ไปจนถึงการ จัดทำโพยที่มีรายละเอียดเชิงเทคนิคมากมาย ในข้อกล่าวหาไม่มีการระบุรายละเอียดชัดเจนเลยว่าข้าพเจ้าเข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอนใด หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลใด ที่สามารถระบุชื่อหรือความสัมพันธ์กับข้าพเจ้าได้อย่าง ชัดเจน เป็นเพียงการกล่าวอ้างโดยมิได้แสดงพยานหลักฐานใดๆ ที่ยืนยันความเชื่อมโยงของข้าพเจ้าในกระบวนการนี้อย่างสมเหตุสมผล
หากมีการดำเนินกิจกรรมตามที่กล่าวอ้างจริง ย่อมต้องปรากฏเอกสารหรือหลักฐานที่เป็นรูปธรรม เช่น รายงานการประชุม, รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม, หรือข้อมูลสถานที่พักที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับ ข้าพเจ้าอย่างไร แต่ในข้อกล่าวหาที่แจ้งมายังข้าพเจ้านั้นกลับไม่มีหลักฐานแสดงความเกี่ยวข้องของข้าพเจ้าเลย ไม่มีเอกสารหรือพยานบุคคลใดที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน อีกทั้งไม่มีหลักฐานระบุชื่อหรือลายมือชื่อของข้าพเจ้า และไม่มีการระบุสถานที่หรือวันเวลาโตๆ ว่าข้าพเจ้าเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีดังกล่าวเลย
ยิ่งไปกว่านั้น พฤติการณ์ที่กล่าวหาว่าข้าพเจ้าร่วมสนับสนุนหรือรู้เห็นในการชี้นำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจัดทำโพยล่วงหน้านั้น ขัดต่อหลักความเป็นจริงของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภามีกรอบเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างละเอียดรัดกุม ภายใต้การกำกับดูแล อย่างเข้มงวดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง อีกทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนต่างมีความคิดและการตัดสินใจเป็นของตนเองโดยอิสระ
การที่บุคคลภายนอก เช่น ข้าพเจ้า ซึ่งไม่มีตำแหน่งหน้าที่และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับ กระบวนการเลือกตั้ง จะสามารถเข้าไปแทรกแซงหรือควบคุมการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากตามที่กล่าวอ้างได้นั้น จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
ด้วยเหตุผลข้างต้น ข้าพเจ้าจึงขอยืนยันว่าข้อกล่าวหาในประเด็นนี้เป็นเพียงการตั้งข้อสงสัยที่ไม่มีมูลความ จริง ขาดพยานหลักฐานที่ชัดแจ้ง และไม่มีความสมเหตุสมผลตามหลักตรรกะ ทั้งในด้านบทบาทหน้าที่ของข้าพเจ้า และความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติที่ข้าพเจ้าจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำตามที่กล่าวอ้าง
@ โพยฮั้ว-บล๊อกโหวต เป็นไปไม่ได้
ข้อ 4. ตามที่ท่านแจ้งข้อกล่าวหาว่า ข้าพเจ้าได้มีส่วนร่วม ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจกับคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยในการกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยกล่าวหา ว่าหากทีมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทีมโตมีผู้ได้รับเลือกเป็นผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศจำนวน 20 คน (ประมาณ 15-20 คน) จะได้รับโควตาในการเป็นสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 1 คน อีกทั้งยังกล่าวหาว่ามีการ จัดทำโพยตั๋วเพื่อกำหนดผู้ที่จะได้รับเลือกไว้ล่วงหน้าอย่างแน่นอนนั้น
ข้าพเจ้าขอเรียนชี้แจงตามหลักตรรกะและ หลักกฎหมาย ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่อาจเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากขัดต่อเงื่อนไขและขั้นตอนการเลือกสมาชิก วุฒิสภาตามหลักการพื้นฐานของกฎหมายที่บัญญัติไว้อย่างชัดเจน ทั้งยังไม่มีมูลความจริง เป็นเพียงสมมติฐานที่ ปราศจากข้อเท็จจริงรองรับ และเป็นการกล่าวหาที่ขาดความสุจริต มีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองด้วย เหตุผลสนับสนุนดังต่อไปนี้
ประการแรก: พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ได้กำหนดขั้นตอนและกระบวนการเลือก สมาชิกวุฒิสภาไว้อย่างชัดเจนว่า การเลือกต้องดำเนินการอย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และเป็นความลับ การจัดทำโพย หรือเอกสารกำหนดหมายเลขผู้สมัครล่วงหน้า หรือการจัดสรร “โควตา” เพื่อกำหนดบุคคลที่จะได้รับเลือกไว้ ล่วงหน้า จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อทั้งหลักการและระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยตรง อีกทั้งในการ ดำเนินการเลือกตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ไม่มีช่องว่างหรือความเป็นไปได้ ในทางปฏิบัติที่จะดำเนินการตามที่กล่าวอ้างได้
ประการที่สอง: ขั้นตอนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (การเลือกตั้ง ส.ว.) มีลักษณะการลงคะแนนที่ เฉพาะตัว โดยมีขั้นตอนที่เข้มงวดและชัดเจนทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนลงคะแนนเสียงโดยอิสระ ไม่สามารถถูกบังคับหรือชี้นำได้ และไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำว่าจะลงคะแนนเลือกผู้ใด ดังนั้น การอ้างว่ามีการจัดทำโพยฮั้วที่สามารถกำหนดหมายเลขของผู้ที่จะได้รับเลือกได้อย่างแน่นอน จึงเป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับกระบวนการเลือกตั้งที่กฎหมายกำหนดไว้
ประการที่สาม: การเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศเป็นไปตามขั้นตอนที่ประกาศและกำหนดโดย คณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด มีการสุ่มจับหมายเลขประจำตัวผู้สมัครแต่ละกลุ่มโดยไม่มีผู้ใดทราบหมายเลขล่วงหน้า ดังนั้น การกล่าวอ้างถึงการนำหมายเลขที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าไปกำหนดลงในโพยเลือกตั้งที่ เรียกว่า “โพยฮั้ว” หรือ “บล็อกโหวต” นั้น เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงในทางปฏิบัติ และไม่สอดคล้องกับกระบวนการ ที่ทางราชการกำหนดไว้
@ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง-สั่งการ นางร.-นางส.-นายภ.
ประการที่สี่: ในข้อกล่าวหาระบุชื่อบุคคลบางราย เช่น นางรั___ ___, นางสุ___ ____ล และ นายภ____ _____ล โดยกล่าวถึงการรับส่งรายชื่อเพื่อจัดทำโพยนั้น ข้าพเจ้ายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือ สั่งการใดๆ กับบุคคลดังกล่าวทั้งสิ้น ข้าพเจ้าไม่มีตำแหน่งหรืออำนาจหน้าที่ใดๆ ในพรรคภูมิใจไทยที่จะมีอิทธิพลหรือเข้าไปเกี่ยวข้องในการวางแผนหรือกำหนดการดำเนินการดังกล่าวได้ อีกทั้งไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนว่า ข้าพเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนใดกับบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง หรือในกระบวนการที่ถูกกล่าวหาเลย
ประการที่ห้า: การกล่าวหาว่ามีการคำนวณคะแนนล่วงหน้าโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อกำหนดให้ ผู้สมัครที่อยู่ในโพยจะได้รับคะแนนที่แน่นอนจำนวน 60 คะแนนนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่ขัดกับหลักการเลือกตั้ง ตามปกติ และไม่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เนื่องจากการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นกระบวนการที่ผู้มีสิทธิเลือก ตั้งแต่ละคนลงคะแนนเสียงโดยอิสระและเป็นการลงคะแนนลับ การกล่าวอ้างว่า มีโปรแกรมคำนวณคะแนน ล่วงหน้าว่าผู้สมัครคนใดจะได้รับเลือกอย่างแน่นอนนั้น เป็นการกล่าวหาที่อิงสมมติฐานปราศจากความจริง และขัด ต่อหลักการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่มีระบบควบคุมอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตลอดเวลา
นอกจากนี้ การกล่าวอ้างเช่นนี้ยังปราศจากพยานหลักฐานสนับสนุนที่เพียงพอ ข้อกล่าวหาดังกล่าวจึง ขาดความน่าเชื่อถือทั้งทางข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เป็นเพียงการกล่าวหาโดยปราศจากความสุจริต และถือได้ ว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใด ๆ รองรับให้เกิดความเชื่อถือได้
จากเหตุผลทั้งหมดข้างต้น ข้าพเจ้าขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่ สวนฯ นำมากล่าวหาข้าพเจ้าในประเด็นนี้ ไม่มีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานสนับสนุนใด ๆ ขาดเหตุผลและขัดแย้งกับ หลักกฎหมาย ตลอดจนขัดต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นข้อกล่าวหาที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานปราศจากมูลความจริง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อข้าพเจ้าทั้งใน ด้านชื่อเสียงและเกียรติยศ
@ กางขั้นตอนลาออกที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ข้อ 5. ตามที่ท่านแจ้งข้อกล่าวหาว่า ข้าพเจ้าได้ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจกับคณะกรรมการบริหาร พรรคภูมิใจไทยในการใช้จ่ายเงินเพื่อดำเนินการตามแผนการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่ามีการให้บุคคลไป รับเงินจาก นางรั___ ____ ที่ชั้น 4 ห้องประชุมของสำนักงานใหญ่พรรคภูมิใจไทย กรุงเทพฯ และมีการลงลายมือ ชื่อรับเงิน อีกทั้งยังกล่าวอ้างว่ามีการจัดทำใบลาออกจากสมาชิกวุฒิสภาล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ และส่งให้นางรั...เก็บไว้ ตลอดจนข้อกล่าวหาว่ามีการจัดทำโพยตั๋วเพื่อกำหนดหมายเลขประจำตัวผู้สมัครในการเลือกตั้ง ส.ว. ระดับประเทศเพื่อใช้ในการลงคะแนน รวมทั้งกล่าวอ้างว่าภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ว. แล้ว มีการจัด ประชุมสมาชิกวุฒิสภาที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพฯ โดยอ้างว่าข้าพเจ้าเป็นผู้กำหนด ตำแหน่งประธาน รองประธาน และประธานกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ในวุฒิสภานั้น
ข้าพเจ้าขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ ในส่วนของข้อเท็จจริงนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในทางบริหารหรือการดำเนิน กิจกรรมใดๆ ของพรรคภูมิใจไทยในช่วงเวลาที่มีการกล่าวอ้างเลย ข้าพเจ้าไม่มีตำแหน่งทางบริหารในพรรค ไม่มี อำนาจในการสั่งการหรืออนุมัติ และมิได้ให้การสนับสนุนทางการเงินหรือในรูปแบบอื่นใดแก่สมาชิกหรือ กรรมการบริหารของพรรคแต่อย่างใด การที่ระบุว่าข้าพเจ้าเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการจ่ายเงินตามที่ถูกกล่าวหา จึงไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย และเป็นการกล่าวอ้างที่ปราศจากหลักฐานชัดเจน เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างเลื่อนลอยที่ไม่ มีพยานบุคคลหรือเอกสารใดยืนยันได้ว่าข้าพเจ้าได้ไปปรากฏตัวในสถานที่ดังกล่าว หรือติดต่อเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ ถูกกล่าวอ้าง เช่น นางรั... ในกรณีการรับ-จ่ายเงิน และการจัดทำใบลาออกตามที่ถูกกล่าวหาเลย
ประการต่อมา การกล่าวหาว่ามีการรวบรวมใบลาออกจากสมาชิกวุฒิสภาล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่เพื่อ ควบคุมสมาชิกวุฒิสภานั้น เป็นข้อกล่าวหาที่ขัดกับหลักการพื้นฐานของการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภาต้องเป็นไปโดยอิสระและเสรี ปราศจากการชี้นำหรือการบังคับ การอ้างว่ามีการรวบรวม ใบลาออกล่วงหน้าไว้เพื่อบังคับหรือควบคุมการทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ทั้งในทาง กฎหมายและทางปฏิบัติ
ส่วนการกล่าวอ้างว่ามีการสั่งให้สมาชิกวุฒิสภาลงชื่อในใบลาออกล่วงหน้านั้นก็ปราศจากเหตุผลตามสามัญสำนึกของวิญญูชนทั่วไป กล่าวคือ โดยปกติจะไม่มีบุคคลใดยินยอมลงนามในหนังสือลาออกจาก ตำแหน่งสำคัญ เช่น สมาชิกวุฒิสภา โดยไม่กำหนดวันที่ล่วงหน้า เพราะตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติ มีหน้าที่สำคัญในการนิติบัญญัติและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล การลงนามในหนังสือลาออกล่วงหน้าโดยไม่ ระบุวันที่เท่ากับเป็นการยินยอมมอบชะตากรรมทางการเมืองและหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองให้ผู้อื่นอย่างไร้หลักประกัน ซึ่งขัดต่อสามัญเหตุผลของบุคคลที่มีสติสัมปชัญญะโดยทั่วไป อีกทั้งบุคคลที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาล้วนเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะและความสามารถในการตัดสินใจของตนเอง
ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ ที่บุคคลเหล่านี้จะยินยอมให้มีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะไม่มีหลักประกันใดที่จะป้องกันการนำหนังสือ ลาออกล่วงหน้าไปใช้ในทางที่จะเกิดโทษแก่ตนเองหรือก่อให้เกิดความเสียหายในภายหน้าได้
นอกจากนี้ ในแง่ของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องการลาออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภามี กระบวนการที่ชัดเจนและเคร่งครัด ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 รวมถึงข้อบังคับการประชุม วุฒิสภา โดยสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
การลาออกของสมาชิกวุฒิสภาตามกฎหมาย: สมาชิกวุฒิสภาที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่ง ต้องยื่น หนังสือลาออกต่อประธานวุฒิสภาด้วยตนเองโดยตรง หนังสือลาออกจะมีผลสมบูรณ์ต่อเมื่อสมาชิกวุฒิสภาผู้ยื่น ลาออกได้ลงลายมือชื่อในหนังสือลาออกนั้นด้วยตนเอง และระบุวันที่ที่ชัดเจนในการลาออก โดยประธานวุฒิสภา ต้องรับทราบเรื่องและประกาศให้ที่ประชุมวุฒิสภาทราบโดยทั่วกัน การดำเนินการใดๆ ที่นอกเหนือไปจาก หลักเกณฑ์นี้ ถือว่าไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
ความไม่ชอบด้วยกฎหมายของใบลาออกล่วงหน้า: การนำเอกสารใบลาออกที่ลงลายมือชื่อไว้ล่วงหน้าโดย ไม่ระบุวันที่มาใช้บังคับ ไม่สามารถดำเนินการให้เกิดผลได้ ตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนด เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าสมาชิกวุฒิสภาต้องยื่นใบลา ออกด้วยเจตจำนงของตนเอง และในขณะที่มีความประสงค์ลาออกอย่างชัดแจ้งเท่านั้น การมอบใบลาออกล่วงหน้า จึงไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย และขัดต่อหลักกฎหมายที่กำหนดให้การลาออกต้องเกิดจากเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของ ผู้ลาออก ณ ขณะที่ยื่นหนังสือลาออกนั้น
ข้อสำคัญคือ ใบลาออกที่ลงลายมือชื่อไว้โดยไม่ระบุวันที่หรือรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการลาออก ถือ เป็นเอกสารที่บกพร่องในทางกฎหมาย ไม่อาจนำมาใช้ให้เกิดผลทางกฎหมายต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากหนังสือแสดงเจตนาในการลาออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจะต้องมีความชัดเจนแน่นอนในสาระสำคัญ โดยเฉพาะวันที่และความประสงค์ที่จะลาออกจากตำแหน่งนั้น
อนึ่ง การบังคับให้สมาชิกวุฒิสภาลงนามในใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่สมัครใจ ถือเป็นการละเมิดสิทธิและ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบธรรม วิญญูชนทั่วไปย่อมทราบดีว่าการให้ลงนามในใบลาออกล่วงหน้านั้นไม่สามารถ น้ามาใช้บังคับหรืออ้างอิงให้เกิดผลตามกฎหมายได้จริงจากเหตุผลทางตรรกะ หลักกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติของวุฒิสภาที่กล่าวมาข้างต้น รวมทั้งข้อบังคับที่ เกี่ยวข้อง การกล่าวอ้างว่ามีการสั่งการหรือให้ลงนามในใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่ระบุวันที่ เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มี มูลเหตุสมควรทั้งเชิงตรรกะและในทางปฏิบัติ และย่อมไม่สามารถมีผลบังคับใช้ตามขั้นตอนทางกฎหมายได้ ทั้งยัง เป็นข้อกล่าวหาที่สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับหลักการลาออกที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
ดังนั้น การอ้างเรื่องการบังคับหรือสั่งการให้มีการลงนามในใบลาออกไว้ล่วงหน้าจึงเป็นการกล่าวหาที่ ปราศจากตรรกะและเหตุผลอันสมควร ขัดต่อหลักการและขั้นตอนทางกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ยิ่งไปกว่านั้น ข้าพเจ้า ไม่มีตำแหน่งหน้าที่หรือสถานะในพรรคที่จะสามารถกำหนดหรือสนับสนุนให้เกิดการกระทำดังกล่าวได้เลย
@ มีบทบาทกำหนดตำแหน่งประธาน-รองปธ.วุฒิสภา ไม่มีมูลความจริง
สำหรับประเด็นที่กล่าวหาว่าข้าพเจ้าเกี่ยวข้องกับการจัดทำ “โพยตั๋ว” ที่มีการระบุหมายเลขผู้สมัครไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ในการลงคะแนนระดับประเทศนั้น การกล่าวอ้างดังกล่าว ขัดแย้งกับกระบวนการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการเลือกตั้งฯ ซึ่งกำหนดขั้นตอนและกระบวนการไว้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากการลงคะแนนเลือกสมาชิกวุฒิสภาจะต้องเป็นไปโดยลับ ไม่มีผู้ใดสามารถทราบล่วงหน้าได้ว่าผู้สมัครคนใดจะได้รับเลือกอย่างแน่นอน ดังนั้น การกล่าวอ้างว่ามีการจัดทำโพยที่กำหนดผู้ได้รับเลือกไว้อย่างตายตัวล่วงหน้า จึงไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง และขาต เหตุผลรองรับทั้งทางข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ท่านยังกล่าวหาว่าข้าพเจ้าเป็นผู้มีบทบาทในการกำหนดตำแหน่งประธานวุฒิสภา รองประธาน วุฒิสภา และประธานกรรมาธิการชุดต่างๆ หลังจากการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเสร็จสิ้น ข้อกล่าวหานี้ยิ่งปราศจากเหตุผลรองรับโดยสิ้นเชิง เนื่องจากตำแหน่งประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา และตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการต่าง ๆ นั้นถูกกำหนดขึ้นโดยการลงคะแนนเสียงของสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับเลือกทั้งหมด โดยมีกระบวนการตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นการเลือกกันเองภายในโดยสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 200 คน ซึ่งการประชุมเพื่อเลือกตำแหน่งดังกล่าวมีการควบคุมดูแลโดยรัฐสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง เคร่งครัด ไม่มีบุคคลภายนอกใดๆ เช่น ข้าพเจ้า สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือกำหนดผลการเลือกดังกล่าวได้
ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าข้าพเจ้าเป็นผู้กำหนดตำแหน่งต่างๆ ในวุฒิสภาจึงไม่มีมูลความจริงและเป็นข้อกล่าวหาที่ไร้ เหตุผล ไม่มีหลักฐานรองรับใดๆ เป็นเพียงการกล่าวหาโดยสมมติฐานลอย ๆ ที่ไม่อาจสร้างความเชื่อถือในการพิจารณาได้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา